เจาะลึก “ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น” บริษัทสัญชาติไทย รายใหญ่ระดับโลก กำลังเตรียมพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
การค้าขายระหว่างไทยกับสหรัฐถือว่ามีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของมูลค่าการส่งออกของประเทศไทย โดยสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปยังสหรัฐ และมีขยายตัวในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้แก่ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ และส่วนประกอบ เป็นต้น
โดยข้อมูลจาก Datamyneระบุถึงการจัดอันดับพบว่า บริษัทขนส่งสินค้าระหว่างประเทศสัญชาติไทยที่มีปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลเส้นทางไทย-สหรัฐอเมริกา สูงสุดเป็นอันดับ 1 ได้แก่ บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINOและนอกจากนี้ ยังเป็นบริษัทสัญชาติไทย ที่มีปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลเส้นทางไทย-สหรัฐอเมริกา ที่เป็นอันดับ 5 ของโลกอีกด้วย
ดังนั้น Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปทำความรู้จัก “ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น” หนึ่งในผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศอย่างครบวงจรรายใหญ่สัญชาติไทย ที่กำลังเตรียมความพร้อมระดมทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO คือผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศอย่างครบวงจร (Integrated Logistics Service) โดยรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) ทั้งทางทะเล (Sea Freight) ทางอากาศ (Air Freight) และทางบก (Road Freight)
รวมถึงบริการให้เช่าคลังสินค้า และการให้บริการสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์ เช่น การให้บริการด้านพิธีการศุลากร เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในการขนส่งสินค้าตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางทั่วโลก (End-to-End Global Logistics)
โดย SINO มีวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจคือ การมุ่งมั่นในการเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่ดีที่สุด และมุ่งสู่เป้าหมายในการเป็นผู้นำทางด้านการบริการด้านโลจิสติกส์ระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะเดียวกัน SINO ยังมีค่านิยมองค์กร ที่สอดคล้องไปกับชื่อย่อของบริษัท เริ่มที่ S = Service (ความเป็นมืออาชีพในการให้บริการด้านโลจิสติกส์แก่ลูกค้า) ส่วน I = International (ความแข็งแกร่งในการให้บริการลูกค้าระดับนานาชาติในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์) ขณะที่ N คือ Notable (เป็นผู้นำในการให้บริการด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย) และ O ได้แก่ Organization (ความยอดเยี่ยมของพนักงานและวัฒนธรรมองค์กร)
อย่างที่กล่าวไว้ในข้างต้นแล้วว่า SINO เป็นผู้ให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศครบวงจร ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญการให้บริการตลอดห่วงโซ่อุปทานของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั่วโลก ตั้งแต่การขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือ ท่าอากาศยาน หรือคลังสินค้าทั้งในประเทศต้นทางและปลายทาง การจัดหาระวางเรือ ระวางเครื่องบิน หรือการขนส่งทางบกผ่านแดน
ขณะเดียวกัน SINOยังมีเครือข่ายพันธมิตรที่เป็นตัวแทนของบริษัท ในต่างประเทศมากกว่า 165 ประเทศ เช่น บริษัทเดินเรือ บริษัทสายการบิน และตัวแทนการจัดการขนส่งในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกนอกจากนี้ ยังมีบริการให้เช่าคลังสินค้าและจัดเก็บสินค้า ทำให้สามารถนำเสนอโซลูชั่นการให้บริการที่ดีที่สุดเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยผ่านรูปแบบการให้บริการ ทั้ง 4 ด้านได้แก่ 1. การรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางทะเล ซึ่ง SINO เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือที่ไม่มีเรือเป็นของตัวเอง ไปยังจุดหมายปลายทางมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยมีความชำนาญในเส้นทางไทย-โซนอเมริกาเหนือ เส้นทางการค้าไทย-เอเชีย และเส้นทางไทย-ยุโรป ซึ่งถือเป็นเส้นทางการค้าสำคัญของการค้าไทยไปยังตลาดหลักของโลก
2.การรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอากาศ ซึ่งให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศที่ไม่มีเครื่องบินเป็นของตนเอง โดยทำหน้าที่เปรียบเสมือนตัวกลางลูกค้ากับสายการบินเพื่อดำเนินการจัดหาระวางและเที่ยวบินให้ตรงกับความต้องการ พร้อมติดตามสถานะการขนส่งสินค้า และให้บริการด้านพิธีการศุลกากรและประสานงานกับตัวแทนต่างประเทศ
3.การให้บริการเช่าคลังสินค้า รับฝากและบริหารสินค้าสำหรับสินค้าทั่วไปขนาดพื้นที่ 9,880 ตารางเมตร ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ทำเลยุทธศาสตร์ด้านการส่งออกสินค้าของประเทศไทย ที่นำเทคโนโลยี WMS เข้าไปช่วยบริหารจัดการคลังสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น
4.การให้บริการสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์ ประกอบด้วย ให้บริการขนส่งทางบกภายในประเทศและข้ามแดนระหว่างประเทศโดยรถบรรทุก ครอบคลุมเส้นทางภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น เมียนมา กัมพูชา ลาว มาเลเซีย โดยมีลูกค้าในธุรกิจและอุตสาหกรรมที่หลากหลายในรูปแบบโรงงานผลิตสินค้าและจัดจำหน่ายสินค้า ผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออก
รวมไปถึงการให้บริการด้านพิธีการศุลากร โดยเป็นตัวแทนลูกค้าดำเนินการพิธีการศุลกากรทั้งการนำเข้าและส่งออกรวมถึงจัดเตรียมเอกสารด้านสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี
ขณะที่ หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจคือกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ซึ่ง SINO ได้วางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่น่าสนใจไว้หลัก ๆ ไว้ 8 ข้อ ซึ่งเสมือนเป็นจุดแข็งของบริษัท ได้แก่
1. การให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ด้วยบริการที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ตามเวลาที่กำหนด
2.การได้รับ OTI License จาก Federal Maritime Commission (FMC) และการวางหลักประกัน FMC Bond จึงสามารถทำสัญญากับสายเดินเรือขนส่งสินค้าไปยังประเทศแถบอเมริกาเหนือได้ด้วยตนเอง ถือเป็นการสร้างความได้เปรียบที่เหนือคู่แข่ง
3.มีความชำนาญเส้นทางขนส่งทางทะเลไปยังอเมริกาเหนือ จากประสบการณ์ของทีมผู้บริหารที่มีความเข้าใจกฎระเบียบมาตรการความปลอดภัย CTPAT ของศุลกากรประเทศสหรัฐ ทำให้จัดการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือตามรัฐต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.ศักยภาพการจัดหาระวางเรือ ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทสายเดินเรือ ทำให้บริหารจัดการค่าระวางเรือได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องต่อปริมาณการขนส่งสินค้าของลูกค้า
5.การมีเครือข่ายและพันธมิตรที่กว้างขวาง จากการเข้าร่วมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางทะเล ได้แก่ PPL Network, WCA Inter Global และ X2 Logistics ที่ครอบคลุมกว่า 165 ประเทศทั่วโลก
6.การเป็นสมาชิกในสมาคมชั้นนำ เช่น สมาคมผู้รับจัดการขนส่งระหว่างประเทศ (TIFFA) และสมาคมชิปปิ้งแห่งประเทศไทย (CTAT) ทำให้สามารถนำข้อมูลมาบริหารจัดการวางแผนการดำเนินธุรกิจได้มีประสิทธิภาพ
7.คุณภาพและมาตรฐานการให้บริการ ที่ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการเพื่อยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้า พร้อมขีดความสามารถขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้น
8.คณะผู้บริหารและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจมายาวนานกว่า 23 ปี
สำหรับโครงสร้างรายได้หลัก ๆ ของ SINO แบ่งเป็น รายได้ที่มาจากการบริการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางทะเล (Sea Freight)มากที่สุด รองลงมาคือ รายได้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอากาศ (Air Freight) และบริการให้เช่าคลังสินค้า รวมไปถึงรายได้จากบริการสนับสนุน โลจิสติกส์
ขณะที่ผลประกอบการของ SINO ล่าสุดงวดไตรมาส 1/66 มีรายได้รวม 435.94 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 24.07 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งรายละเอียดที่สำคัญ ที่นักลงทุนจะต้องควรทราบคือ SINO กำลังเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 292 ล้านหุ้น
ประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขาย จำนวนไม่เกิน 240 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 23.08%ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยนายเถิ่งฟ้ง เหยิ่ง จำนวนไม่เกิน 52,000,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 5%ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด
สำหรับเป้าหมายวัตถุประสงค์ของการใช้เงินในครั้งนี้คือ เพื่อขยายพื้นที่บริการรับฝากตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ และลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ และเพื่อขยายกิจการสำหรับผลักดันการเติบโตของธุรกิจต่อไปในอนาคต