โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลายปมแก้มลิง กทม. พื้นที่รับน้ำหายจากผังเมือง จี้แจงแผนรองรับน้ำท่วม

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 ก.ย เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย เวลา 04.13 น. • The Bangkok Insight

กระแสข่าวลือ "ชัชชาติสั่งยกเลิกโครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริ ร.9" กลับมาเป็นประเด็นร้อน หลังมีการตั้งข้อสังเกตโครงการบึงรับน้ำฝั่งตะวันออก 6 แห่ง ซึ่งเคยผ่านประชาพิจารณ์ และมติ ครม. เห็นชอบหลักการเวนคืน แต่พื้นที่บางส่วนกลับไม่ปรากฏแนวรับน้ำในร่างผังเมืองใหม่ และถูกพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัย

นายณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม เขียนบทความแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผ่านทางเฟซบุ๊ก ณัฏฐ์ มงคลนาวิน โดยระบุว่า ในฐานะนักวิเคราะห์ข้อมูล และยุทธศาสตร์สังคม จึงขอให้ถอยออกจากอารมณ์ดราม่า แล้วมาดู"หลักฐานเชิงประจักษ์"

แก้มลิง

เกิดกระแสข่าวและคลิปไวรัลในโลกออนไลน์ กรณีมีการกล่าวอ้างว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งยกเลิกโครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 จนเกิดการตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำของ กทม.

ประเด็นดังกล่าวมีการหยิบยกข้อมูลจากฐานข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี แผนปฏิบัติราชการของสำนักการระบายน้ำ และร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 มาพิจารณาถึงที่มาของโครงการ สถานะพื้นที่ และอำนาจในการตัดสินใจ

โครงการบึงรับน้ำฝั่งตะวันออกมีที่มาจากแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีแนวทางวางระบบคันกั้นน้ำและระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออก เพื่อชะลอน้ำหลากก่อนเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ โดยมีแนวคิดจัดพื้นที่บึงรับน้ำหรือ "แก้มลิง" ใต้แนวคันกั้นน้ำ เพื่อหน่วงน้ำก่อนระบายลงสู่ทะเล

ต่อมา กทม. นำแนวทางดังกล่าวมาศึกษาต่อยอดในเชิงวิศวกรรม ทั้งการกำหนดพื้นที่ การวางแนวเขต และการจัดทำโครงการบึงรับน้ำในหลายพื้นที่ฝั่งตะวันออก

6 โครงการที่ถูกตั้งคำถาม

กลุ่มโครงการที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าหายไปหรือไม่ปรากฏแนวคุ้มครองในร่างผังเมืองรวม กทม. ฉบับใหม่ เป็นโครงการบึงรับน้ำที่ผ่านการประชาพิจารณ์ในปี 2560 และมติ ครม. ปี 2562 เห็นชอบหลักการเวนคืน รวม 6 แห่ง มีความจุกักเก็บน้ำรวมกว่า 5–6 ล้านลูกบาศก์เมตร ได้แก่

  • บึงรับน้ำบริเวณคลองคู้บอน เขตคันนายาว-คลองสามวา เนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ ความจุ 870,000 ลูกบาศก์เมตร ผ่านประชาพิจารณ์ปี 2560 และมติ ครม. ปี 2562 รวมทั้งปรากฏในแผนสำนักการระบายน้ำปี 2565
    แต่เมื่อถึงร่างผังเมืองปี 2566 พื้นที่กลับไม่ปรากฏในผังน้ำ ขณะที่ที่ดินเอกชนในแนวศึกษาถูกเปลี่ยนมือเพื่อรอการพัฒนาโครงการจัดสรร
  • บึงรับน้ำบริเวณคลองบางชัน เขตมีนบุรี เนื้อที่ 39 ไร่ เดิมวางแผนรองรับน้ำพื้นที่มีนบุรี–คลองสามวา แต่พื้นที่ปัจจุบันถูกพัฒนาเป็นโครงการบ้านจัดสรร
  • บึงรับน้ำบริเวณคลองสามวา 1 เขตคลองสามวา เนื้อที่ 127 ไร่ ออกแบบให้เชื่อมกับคลองพระยาสุเรนทร์และคลองสามวา แต่จากความล่าช้าในการเวนคืน พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย
  • บึงรับน้ำบริเวณคลองสามวา 2 เขตคลองสามวา ความจุประมาณ 890,000 ลูกบาศก์เมตร
  • บึงรับน้ำบริเวณคลองลำหม้อแตก เขตสายไหม-บางเขน
  • บึงรับน้ำบริเวณคลองพระยาสุเรนทร์ เขตคลองสามวา

ไม่ได้มีคำสั่งยกเลิก แต่โครงการค้างท่อ

นายณัฏฐ์ ระบุว่า สำหรับคำถามว่า กทม. สั่ง "ยกเลิก" โครงการหรือไม่นั้น ต้นทางข้อมูลระบุว่า ไม่มีคำสั่งยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติคือ พื้นที่รับน้ำบางแห่งไม่ปรากฏในร่างผังเมืองใหม่ ขณะที่การเวนคืนที่ดินยังไม่เกิดขึ้นจริง

โครงการเหล่านี้ค้างกระบวนการมาตั้งแต่ปี 2559-2560 และไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ที่จะเวนคืนประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา จึงไม่มีสภาพบังคับทางกฎหมาย ที่จะห้ามเจ้าของที่ดินซื้อขายหรือพัฒนาพื้นที่

ขณะที่ฝ่ายบริหาร กทม. ชี้แจงถึงแนวคิดการ"ทบทวนความคุ้มค่า" ทั้งด้านเศรษฐศาสตร์ และวิศวกรรม เนื่องจากราคาที่ดินเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และการทำแก้มลิงจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับระบบคลองระบายน้ำหลักอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ทุกพื้นที่จะสามารถรับและระบายน้ำได้คุ้มค่ากับการลงทุน

จึงเกิดข้อสรุปในเชิงวิเคราะห์ว่า สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการ “เซ็นยกเลิก” โดยตรง แต่เป็นการปล่อยให้โครงการตกไปตามสภาพ จากความล่าช้าต่อเนื่องหลายยุคสมัย ประกอบกับการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของฝ่ายบริหาร

อำนาจตัดสินใจอยู่ที่ใคร

นายณัฏฐ์ กล่าวถึงเรื่องอำาจตัดสินใจว่า ในส่วนอำนาจของฝ่ายบริหาร กทม. ผู้ว่าฯ มีบทบาทในการจัดลำดับความสำคัญของโครงการว่าจะผลักดัน ชะลอ หรือจัดสรรงบประมาณให้โครงการใด รวมถึงการเสนอเรื่องการเวนคืนที่ดิน หากเห็นว่ามีความคุ้มค่า

ส่วนการกำหนดรายละเอียดในร่างผังเมืองรวม และผังระบายน้ำ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานด้านการวางผังเมือง และพัฒนาระบบระบายน้ำของ กทม. ภายใต้ฝ่ายบริหารกรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ตาม การตราพระราชกฤษฎีกาเวนคืนไม่ใช่อำนาจของผู้ว่าฯ กทม. โดยตรง แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการระดับรัฐบาล ขณะที่ร่างผังเมืองรวมยังต้องผ่านกลไกด้านผังเมืองระดับชาติและประกาศใช้ตามขั้นตอน

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

โจทย์ใหญ่หลังน้ำท่วม

ประเด็นดังกล่าวถูกนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมและความกังวลต่อปริมาณฝนและน้ำหลากที่มีแนวโน้มสร้างแรงกดดันต่อระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ

คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ หาก กทม. เลือกชะลอหรือไม่เดินหน้าโครงการบึงรับน้ำตามแผนเดิม แล้วจะมีมาตรการใดเข้ามาทดแทนพื้นที่หน่วงน้ำที่หายไป ทั้งระบบคลอง สถานีสูบน้ำ ทางผันน้ำ หรือโครงสร้างระบายน้ำขนาดใหญ่

นายณัฏฐ์ ทิ้งท้ายว่า สำหรับพื้นที่ที่ถูกระบุว่ามีศักยภาพรองรับน้ำรวมกว่า 5-6 ล้านลูกบาศก์เมตร หากไม่สามารถเดินหน้าเวนคืนเพื่อจัดทำบึงรับน้ำได้ แผนรองรับน้ำทดแทนจะเป็นอย่างไร จึงกลายเป็นคำถามที่ กทม. ต้องชี้แจงต่อประชาชนอย่างชัดเจน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...