"พุทธอภิวรรณ" เข้าให้ปากคำคดีเงินบริจาคองค์กรทำดี “ทนายเจมส์” ลั่นเส้นเงินโกหกไม่ได้
"พุทธอภิวรรณ" ให้ปากคำคดีบริจาคองค์กรทำดี ด้าน "ทนายเจมส์" ชี้เส้นเงินโกหกไม่ได้
วันที่ 3 พ.ย.69 นายพุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี ผู้ประกาศข่าว พร้อมด้วย นายนิติธร แก้วโต หรือ ทนายเจมส์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ปากคำในฐานะพยานเกี่ยวกับคดีตรวจสอบเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี บุ๋ม ปนัดดา เป็นประธาน โดยนายพุทธอภิวรรณเป็นหนึ่งในผู้ที่เคยโอนเงินร่วมบริจาคให้กับทางมูลนิธิฯ ในช่วงที่ผ่านมา
นายพุทธอภิวรรณ กล่าวว่า ตนเองตัดสินใจโอนเงินบริจาคเนื่องจากเห็นโพสต์ของคุณบุ๋ม ปนัดดา ประกอบกับเคยรู้จักและเจอกันมาก่อน จึงเชื่อว่าคุณบุ๋มมีเจตนาดี โดยเป็นการโอนเงินช่วยเหลือในนามส่วนตัว และยืนยันว่าไม่เคยโทรศัพท์พูดคุยล่วงหน้าเกี่ยวกับตัวเลขเงินบริจาคแต่อย่างใด เพิ่งจะได้พูดคุยกันเมื่อเกิดเรื่องขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ ยังระบุว่าเงินบริจาคดังกล่าวตนเองไม่เคยนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษี และเพิ่งมาทราบในภายหลังว่ามูลนิธิฯ ดังกล่าวไม่สามารถนำใบเสร็จไปใช้หักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งเจตนาแรกเริ่มคือการตั้งใจช่วยเหลือสังคมเท่านั้น
"ผมต้องการให้ตำรวจตรวจสอบเพื่อความกระจ่าง เพราะคำว่ามูลนิธิ ทุกคนในสังคมต้องการเห็นการใช้เงินอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เคสของคุณบุ๋มน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้หลายมูลนิธิกล้าเปิดเผยว่าใช้เงินไปทำอะไร ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ซึ่งบทเรียนครั้งนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้หลายองค์กรกล้าเปิดยอดรับยอดจ่าย หากมูลนิธิไหนไม่เปิดเผย สังคมคงต้องคิดแล้วว่าควรจะช่วยเหลือต่อหรือไม่"
ส่วนประเด็นการตัดสินใจบริจาคเงินในอนาคต นายพุทธอภิวรรณ ระบุว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตนเองแต่อย่างใด เพราะถือว่าเมื่อช่วยเหลือไปแล้วก็ไม่ได้ติดใจ หากใครกระทำผิดก็ต้องรับผลแห่งกรรมไป สำหรับประเด็นเรื่องการสร้างเรื่องหรือทำหลักฐานเท็จเพื่อดึงคนมาร่วมบริจาคนั้น ตนเองไม่สามารถไปปักป้ายกล่าวหาใครได้ แต่เห็นว่าการที่บุคคลสาธารณะ ศิลปิน ดารา หรือผู้สื่อข่าวเข้าไปร่วมช่วยเหลือ มีผลทำให้มูลนิธิสามารถใช้ชื่อเสียงไประดมเงินบริจาคได้มากกว่าองค์กรอื่นที่ไม่มีคนมีชื่อเสียงเข้ามาช่วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าการสอบปากคำร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนของตนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
ด้าน นายนิติธร แก้วโต ให้ความเห็นในทางกฎหมายถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาคดีว่า ขึ้นอยู่กับเส้นเงินเป็นสำคัญ เนื่องจากเส้นเงินไม่สามารถโกหกใครได้ สำหรับกรณีที่มีการอ้างว่าไม่มีเจตนาและพยายามหาเงินมาคืนมูลนิธิฯ ถือเป็นเรื่องคนละส่วนกัน เพราะในทางแพ่ง แม้คดีอาญาศาลอาจยกฟ้องเนื่องจากขาดเจตนา แต่หากเกิดจากความประมาทเลินเล่อที่ไม่ตรวจสอบเอกสาร ใบวางบิล หรือสัญญาว่ามีการติดหนี้หรือวางบิลกันจริงหรือไม่ ผู้เกี่ยวข้องก็ยังคงต้องชดใช้ในทางแพ่งอยู่ดี และหากคดีอาญาพบความผิด ก็จะถูกนำมารวบยอดพิจารณาร่วมกัน
ส่วนกรณีที่คุณบุ๋ม ปนัดดา ปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น ในขณะที่คุณก็อตออกมารับผิดแทน นายนิติธร กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด จึงไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการเตี๊ยมกันเพื่อต่อสู้คดีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตามหลักกฎหมาย ต่อให้มีบุคคลใดบุคคลหนึ่งยอมรับสารภาพเพียงคนเดียว แต่หากพยานหลักฐานทางเส้นเงินเชื่อมโยงไปแตะถึงบุคคลใด บุคคลนั้นก็ต้องร่วมรับผิดชอบทั้งในทางอาญาและทางแพ่งด้วยเช่นกัน