โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อธิบดี ปภ. แจงปมแจ้งเตือน จัดกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง

สยามนิวส์

เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ชี้แจงกรณีที่ ปภ. แนะนำให้ประชาชนเตรียมจัดกระเป๋าฉุกเฉิน หรือ Emergency Bag สำหรับดำรงชีวิตในช่วง 72 ชั่วโมงแรกหากเกิดภัยพิบัติ โดยยืนยันว่าเป็นแนวทางเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วไป ไม่ใช่สัญญาณเตือนว่าจะเกิดสงคราม พร้อมขอให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัย แต่ไม่ตื่นตระหนก

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ชี้แจงกรณีที่ ปภ. แนะนำให้ประชาชนเตรียมจัดกระเป๋าฉุกเฉิน หรือ Emergency Bag สำหรับดำรงชีวิตในช่วง 72 ชั่วโมงแรกหากเกิดภัยพิบัติ โดยยืนยันว่าเป็นแนวทางเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วไป ไม่ใช่สัญญาณเตือนว่าจะเกิดสงคราม พร้อมขอให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัย แต่ไม่ตื่นตระหนก

นายนิรัตน์ ระบุว่า การจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินถือเป็นมาตรการพื้นฐานที่ช่วยให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้ในระยะแรกของการเกิดภัยพิบัติ เนื่องจากหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงในวงกว้าง การให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐอาจยังเข้าไม่ถึงทุกพื้นที่ในทันที การมีสิ่งของจำเป็นสำรองไว้จึงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วง 72 ชั่วโมงแรก

สำหรับสิ่งของที่ควรจัดเตรียมไว้ในกระเป๋าฉุกเฉิน ประกอบด้วย น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยารักษาโรค อุปกรณ์สื่อสาร และเงินสดสำรอง โดยไม่จำเป็นต้องซื้อกระเป๋าใบใหม่ สามารถนำกระเป๋าที่มีอยู่แล้วมาใช้ได้ เน้นการจัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้พร้อมหยิบใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

อธิบดี ปภ. ยังกล่าวว่า แนวทางดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย เนื่องจาก ปภ. ได้รณรงค์ให้ชุมชนและประชาชนเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินเพื่อรับมือภัยพิบัติมาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานด้านการจัดการภัยพิบัติในหลายประเทศที่แนะนำให้ประชาชนเตรียมความพร้อมในลักษณะเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดเหตุการณ์ก่อน

ทั้งนี้ กระเป๋าฉุกเฉินไม่ได้จัดเตรียมไว้เพื่อรับมือกับสถานการณ์สงครามโดยเฉพาะ แต่มีไว้รองรับภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินทั่วไป เช่น แผ่นดินไหว อาคารถล่ม หรือน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งอาจส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถเดินทางออกไปซื้ออาหาร ยารักษาโรค หรือสิ่งของจำเป็นได้ตามปกติ

นายนิรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปภ. มีภารกิจดูแลความปลอดภัยจากสาธารณภัย และทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและทหารอย่างต่อเนื่อง โดยหากเป็นภัยพิบัติทั่วไป ปภ. มีมาตรการบริหารจัดการสาธารณภัยที่สามารถนำมาใช้ปฏิบัติได้ทันที ส่วนกรณีที่เป็นสถานการณ์ด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศจะเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการ ขณะที่ ปภ. พร้อมสนับสนุนภารกิจผ่านระบบแจ้งเตือนภัยที่มีความพร้อมใช้งาน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลและสามารถเตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที

พร้อมย้ำว่า การแนะนำให้จัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินเป็นเพียงการให้ความรู้และสร้างความพร้อมแก่ประชาชน ภายใต้หลักการ "ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก" ไม่ใช่การประกาศเตือนภัยหรือส่งสัญญาณว่าจะเกิดสงครามแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีเหตุฉุกเฉินด้านความมั่นคงที่จำเป็นต้องกักตุนสิ่งของในปริมาณมาก โดย ปภ. ยังคงประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพร้อมปฏิบัติตามข้อสั่งการของรัฐบาล เพื่อดูแลความปลอดภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามบทบาทและภารกิจต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...