‘สนธิญา’ บุก ปปง. จี้อายัดทรัพย์ ‘มูลนิธิองค์กรทำดี-บุ๋ม-ก๊อต’ หวั่นโยกย้ายหนี
เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรุงเทพฯ นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการ ปปง. เพื่อขอให้มีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของกรรมการมูลนิธิ และประธานมูลนิธิ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นไปตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 48 ประกอบมาตรา 55 พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 กฎกระทรวงว่าด้วยทะเบียนมูลนิธิการดำเนินกิจการและการทะเบียนมูลนิธิ พ.ศ. 2545 และไม่จ่ายภาษีต่อสรรพากร การนำเงินมูลนิธิไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ที่ขอมาจากประชาชนเป็นอั้งยี่ร่วมกันทำความผิด อันเป็นความผิดมูลฐานการฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยมี นายสุทธิศักดิ์ สุมน ผู้อำนวยการกองกฎหมาย ปปง. เป็นผู้แทนรับเรื่อง
โดย นายสนธิญา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ตนได้มายื่นเรื่องขอให้ยึดอายัดทรัพย์ “มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้” จากเหตุใช้เงินบริจาคในพื้นที่ชายแดน และตนยังได้ติดตาม “มูลนิธิองค์กรทำดี” กรณีการใช้เงินมูลนิธิฯ โอนไปยังบัญชีผู้รับเหมาก่อสร้างพูลวิลล่า ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จำนวน 45-50 ล้านบาท จึงอยากสอบถามไปยัง น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ว่าที่ดินทั้ง 2 แปลง จ.ภูเก็ต เป็นชื่อของตัวเองทั้งหมดหรือไม่ เพราะการทำนิติกรรม การขอจัดสร้าง การเสียภาษี การปรับปรุงที่ดินในพื้นที่สร้างพูลวิลล่า ต้องขออนุญาตโดยเจ้าของที่หรือมอบหมายผู้หนึ่งผู้ใดดำเนินการแทน ส่วนการโอนเงินมูลนิธิฯ ส่งตรงถึงผู้รับเหมาก่อสร้าง แล้วมีการโอนกลับมายังสามีเป็นจริงหรือไม่ อย่างไร น.ส.ปนัดดา ต้องออกมาชี้แจง แต่หากจำนวนเงินเกิน 500,000 บาท ถึงหลักล้านบาทขึ้นไป จะเป็นหน้าที่ของกรรมการมูลนิธิฯ ที่ต้องพิจารณาการใช้จ่ายร่วมกัน
นายสนธิญา เผยว่า วันนี้ตนจึงมายื่นขอให้ ปปง. พิจารณาตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ในทาง “อั้งยี่” หรือไม่ เพราะจำนวนเงินมากถึง 45-50 ล้านบาท ต้องพิจารณากันในรูปแบบคณะกรรมการมูลนิธิฯ และขอให้ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์มูลนิธิฯ ทั้ง กรรมการมูลนิธิ หัวหน้าฝ่ายบัญชีมูลนิธิ บัญชีส่วนตัวสามี ของ น.ส.ปนัดดา บัญชีส่วนตัวของ น.ส.ปนัดดา ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มีการตรวจสอบจนกว่าจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ วันนี้ตนนำหลักฐานบางส่วนมามอบให้ ปปง. ก่อน และจะได้นำเอกสารเพิ่มเติมมอบให้ภายหลัง เช่น การขออนุญาตก่อสร้างจาก อบต.ไม้ขาว จ.ภูเก็ต และเอกสารเส้นทางการเงินที่หลายหน่วยงานตรวจสอบไว้แล้ว แต่เชื่อว่า ปปง. มีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว
เมื่อถามว่าส่วนตัวนายสนธิญา เคยบริจาคโอนเงินเข้า “มูลนิธิองค์กรทำดี” หรือไม่ นายสนธิญา ระบุว่า ตนไม่เคยบริจาคไม่ว่าจะของใครก็ตาม แต่ตนทำเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบอยู่แล้ว แม้ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงแต่ในฐานะคนไทย ที่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญก็มีสิทธิยื่นทำการตรวจสอบได้ แม้คดีของมูลนิธิองค์กรทำดียังไม่สะเด็ดน้ำ แต่การมายื่นให้ยึดอายัดทรัพย์เพราะไม่ต้องการให้ทรัพย์ถูกโอนแตกแยกย่อยไปจุดใด หากตรวจสอบพิสูจน์ได้ว่าไม่ผิดต่อกฎหมายก็สามารถดำเนินการต่อไปได้และเกิดความโปร่งใส ทำให้ประชาชนสบายใจ.