สหรัฐย้ำพันธสัญญาอาเซียน ลั่นปกป้องผลประโยชน์พันธมิตรอินโด-แปซิฟิก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่า นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวระหว่างร่วมการประชุมรัฐมนตรีกลาโหม ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ว่าสหรัฐจะสนับสนุนคำมั่นดังกล่าวผ่านความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังทางทะเล การพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน และการกระชับความร่วมมือระหว่างกองทัพ
เฮกเซธเน้นย้ำว่า ความร่วมมือเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ แต่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นหุ้นส่วนอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยสร้างความพร้อมและความเชื่อมั่นเพื่อป้องกันความขัดแย้ง
การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของประเทศในเอเชียว่า สหรัฐจะยังคงให้ความสำคัญกับภูมิภาคได้เพียงใด ขณะที่สงครามกับอิหร่านสร้างภาระต่อทรัพยากรทางทหารของสหรัฐ และแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศ
เฮกเซธอธิบายแนวทางของสหรัฐว่า จะหนักแน่น สุขุม และชัดเจน มุ่งยับยั้งการบีบบังคับและการรุกราน โดยไม่ทำให้สถานการณ์บานปลายโดยไม่จำเป็น พร้อมเสนอให้สหรัฐและอาเซียนจัดทำกรอบความร่วมมือด้านกลาโหม เพื่อกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ในช่วงหลายปีข้างหน้า ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการในปีหน้า
ขณะเดียวกัน ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังรับมือผลกระทบจากสงครามในอิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ปีนี้ และส่งผลกระทบต่อการขนส่งทางเรือและตลาดน้ำมันทั่วโลก ทำให้ความมั่นคงด้านพลังงานกลายเป็นวาระสำคัญของอาเซียน
นอกจากนี้ ประเด็นความตึงเครียดระหว่างฟิลิปปินส์กับจีนยังเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย โดยฟิลิปปินส์เป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาของสหรัฐ และมีข้อพิพาทกับจีนจากการเผชิญหน้าหลายครั้งในทะเลจีนใต้ ขณะที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่เกือบทั้งหมดของทะเลดังกล่าว ซึ่งทับซ้อนกับข้ออ้างสิทธิของฟิลิปปินส์ เวียดนาม บรูไน และมาเลเซีย
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การหารือระหว่างประเทศที่มีแนวทางใกล้เคียงกัน เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์ อาจมีการส่งสัญญาณด้านความมั่นคงที่ชัดเจนกว่าการประชุมรวม ขณะที่แถลงการณ์ประธานการประชุมอาเซียนมีแนวโน้มใช้ถ้อยคำระมัดระวัง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความร่วมมือกับจีนและความตึงเครียดในทะเลจีนใต้
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า อาเซียนน่าจะเดินหน้าความร่วมมือเชิงปฏิบัติในด้านความมั่นคงทางทะเลและการต่อต้านการก่อการร้าย แต่ยังยากที่จะเห็นจุดยืนร่วมกันอย่างชัดเจน ทั้งในประเด็นทะเลจีนใต้และข้อพิพาทที่ละเอียดอ่อนอื่น ๆ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS