โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐย้ำพันธสัญญาอาเซียน ลั่นปกป้องผลประโยชน์พันธมิตรอินโด-แปซิฟิก

เดลินิวส์

อัพเดต 29 ตุลาคม 2569 เวลา 0.05 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐร่วมประชุมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ ยืนยันเดินหน้าความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลและการทหาร ท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามอิหร่านและความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญมองอาเซียนยังยากมีจุดยืนร่วมกันต่อข้อพิพาทกับจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่า นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวระหว่างร่วมการประชุมรัฐมนตรีกลาโหม ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ว่าสหรัฐจะสนับสนุนคำมั่นดังกล่าวผ่านความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังทางทะเล การพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน และการกระชับความร่วมมือระหว่างกองทัพ

เฮกเซธเน้นย้ำว่า ความร่วมมือเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ แต่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นหุ้นส่วนอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยสร้างความพร้อมและความเชื่อมั่นเพื่อป้องกันความขัดแย้ง

การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของประเทศในเอเชียว่า สหรัฐจะยังคงให้ความสำคัญกับภูมิภาคได้เพียงใด ขณะที่สงครามกับอิหร่านสร้างภาระต่อทรัพยากรทางทหารของสหรัฐ และแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศ

เฮกเซธอธิบายแนวทางของสหรัฐว่า จะหนักแน่น สุขุม และชัดเจน มุ่งยับยั้งการบีบบังคับและการรุกราน โดยไม่ทำให้สถานการณ์บานปลายโดยไม่จำเป็น พร้อมเสนอให้สหรัฐและอาเซียนจัดทำกรอบความร่วมมือด้านกลาโหม เพื่อกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ในช่วงหลายปีข้างหน้า ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการในปีหน้า

ขณะเดียวกัน ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังรับมือผลกระทบจากสงครามในอิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ปีนี้ และส่งผลกระทบต่อการขนส่งทางเรือและตลาดน้ำมันทั่วโลก ทำให้ความมั่นคงด้านพลังงานกลายเป็นวาระสำคัญของอาเซียน

นอกจากนี้ ประเด็นความตึงเครียดระหว่างฟิลิปปินส์กับจีนยังเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย โดยฟิลิปปินส์เป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาของสหรัฐ และมีข้อพิพาทกับจีนจากการเผชิญหน้าหลายครั้งในทะเลจีนใต้ ขณะที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่เกือบทั้งหมดของทะเลดังกล่าว ซึ่งทับซ้อนกับข้ออ้างสิทธิของฟิลิปปินส์ เวียดนาม บรูไน และมาเลเซีย

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การหารือระหว่างประเทศที่มีแนวทางใกล้เคียงกัน เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์ อาจมีการส่งสัญญาณด้านความมั่นคงที่ชัดเจนกว่าการประชุมรวม ขณะที่แถลงการณ์ประธานการประชุมอาเซียนมีแนวโน้มใช้ถ้อยคำระมัดระวัง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความร่วมมือกับจีนและความตึงเครียดในทะเลจีนใต้

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า อาเซียนน่าจะเดินหน้าความร่วมมือเชิงปฏิบัติในด้านความมั่นคงทางทะเลและการต่อต้านการก่อการร้าย แต่ยังยากที่จะเห็นจุดยืนร่วมกันอย่างชัดเจน ทั้งในประเด็นทะเลจีนใต้และข้อพิพาทที่ละเอียดอ่อนอื่น ๆ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...