โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทูตจีนเตือนเที่ยวไทย แอตต้าชี้นักท่องเที่ยวจีนส่อวูบ 50% หวั่นลากยาวตรุษจีนปี 2570

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

28 ตุลาคม 2569 นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอีกครั้ง เนื่องจากตลาดต่างประเทศระยะใกล้ ที่เดินทางเข้ามาเที่ยวไทยชะลอตัวในหลายประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน เวียดนาม

แอตต้าชี้จีนเที่ยวไทยวูบ หลังทูตจีนเตือนเที่ยวไทย

การเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลกระทบจากการเตือนของเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ที่ได้ส่งข่าวแจ้งเตือนกลับไปยังประเทศจีนว่า การเดินทางมาประเทศไทยต้องระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัย และการตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงหางาน

ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนชะลอการเดินทางทันที และมียอดยกเลิกการจองเดินทางมากกว่า 30% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งหากไม่เร่งแก้ไขทำความเข้าใจในทิศทางที่ถูกต้องให้แก่นักท่องเที่ยว ตลาดจีนมีแนวโน้มปรับลดการเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยมากถึง 50% และยาวออกไปจนถึงเทศกาลตรุษจีนปี 2570 ด้วย

จี้รัฐเร่งเคลียร์ปมสื่อสาร

นายธนพล กล่าวว่า ผู้ประกอบการเราขอตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมทูตจีนถึงออกมาแจ้งเตือนในรูปแบบนั้น ซึ่งมองว่า หนึ่งในต้นตอสำคัญที่สร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่สถานทูตจีนคือ การที่จีนถูกสื่อสารออกไปในสังคมไทยเป็นวงกว้างด้วยคำว่า จีนเทา แบบเหมาเข่ง

ธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)

ส่งผลให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนชาวจีนที่เข้ามาเที่ยวหรือลงทุนด้วยความบริสุทธิ์จริงๆ รู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกว่า ถูกเพ่งเล็งเหมารวมเป็นพวกสีเทาตั้งแต่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ส่งผลต่อความรู้สึกในการเดินทางท่องเที่ยว

กลับกันหากเปรียบเทียบภาพเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้คำว่า ไทยเทา หรือข้าราชการไทยเทา สังคมไทยก็คงรับไม่ได้เช่นกัน จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งแยกแยะและปราบปรามกลุ่มผู้กระทำผิดเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ใช้คำเหมาเข่งขนส่งผลกระทบในภาพรวม

เร่งนายกฯถกทูตจีนในไทย

นายธนพล กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า บางเรื่องภาคเอกชนไม่สามารถทำได้เองจริงๆ เพราะต้องเป็นการสื่อสารหรือหารือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล ทำให้การที่สมาคมเอกชนเข้าไปพบทูตจีนจึงไม่มีผลในระดับนโยบาย

สิ่งที่ควรต้องเร่งดำเนินการตอนนี้คือ รัฐบาลไทยนำโดยนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องเป็นผู้เข้าพบหรือเชิญเอกอัครราชทูตจีนมาหารือโดยตรง สนับสนุนกระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการหารือเพื่อทำความเข้าใจร่วมกันให้เร็วที่สุด

โดยกรณีที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ระบุที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เตรียมหารือทูตจีน เพื่อทำความเข้าใจหลังออกคำประกาศเตือนเที่ยวไทย ซึ่งส่วนนี้สมาคมฯ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งและต้องรีบทำให้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้ก็ช้าไปมากแล้ว

“อยากรู้ว่า บ้านเมืองไทยเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงถูกคิดว่า ประเทศไทยไม่ปลอดภัย แม้ประกาศของทูตจีนไม่มีการห้ามมาเที่ยวไทยก็จริง แต่มีการเตือนในการเดินทาง ทำให้หน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง และนายกรัฐมนตรีควรจะต้องรีบเทคแอคชั่นแล้วว่า เกิดอะไรขึ้น ปัญหาความปลอดภัยที่กังวลเป็นเรื่องอะไร จริงหรือไม่"

หากรู้ว่าไม่ปลอดภัยก็ควรรีบแก้ไข และสื่อสารออกให้ชัดเจน เพราะคนจีนเชื่อมั่นในข่าวสารจากรัฐบาลจีนเองสูงมาก ตลาดนักท่องเที่ยวจึงซบเซาลงลง

ทำให้ต้องตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้น เพราะก็ไม่บ่อยครั้งที่ไทยถูกจีนประกาศเตือนลักษณะนี้ โดยการที่จีนไม่มาเที่ยวไทย ผู้ประกอบการไม่ได้เสียหายอย่างเดียว แต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยด้วย เพราะประเทศที่เคยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะๆ แต่กลับลดลงก็ต้องมีผลกระทบต่อรายได้ประเทศอยู่แล้ว” นายธนพล กล่าว

คาดไทยเที่ยวจีนพุ่งแตะ 4 ล้านคน คนจีนเที่ยวไทย 5 ล้านคน

นายธนพล กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่า สถิติปี 2568 มีนักท่องเที่ยวคนไทยไปเที่ยวจีนมากกว่า 3.06 ล้านคน และมีแนวโน้มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้นไปถึง 4 ล้านคนได้ แต่นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยเพียง 5 ล้านคนเท่านั้น ถือว่าเกินครึ่งหนึ่งและเป็นส่วนน้อยมากเทียบกับสัดส่วนประชากรของจีน

ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลใช้ตัวเลขดังกล่าวนี้ไปหารือร่วมกับทูตจีน เพื่อให้เห็นภาพของการท่องเที่ยวแบบทูเวย์ทัวริซึ่ม หรือการท่องเที่ยว 2 ทาง พร้อมอยากให้รัฐบาลจัดทำแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน

เพราะต้องยอมรับว่า การมาเที่ยวไทยนั้น การมาเที่ยวซ้ำในอีก 10 ปีถัดมาภาพแหล่งท่องเที่ยวก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก เทียบกับต่างประเทศที่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรวดเร็วในทุกปี โดยหากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย

เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดกลุ่มใหญ่ที่สุด และผู้ประกอบการโรงแรมรวมถึงบริษัทนำเที่ยวจำนวนมากต่างต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ อย่างในพื้นที่พัทยา ผู้ประกอบการต่างก็พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงมากจริงๆ นายธนพล กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...