โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

โต้กลับหนังคนละม้วน! วัดพระธาตุพนม โชว์บัญชี ยันเงินเหลือ 81 ล. จี้อดีตไวยาวัจกร แจงบ้าง เบิกเช็ค 12 ล้านไปทำอะไร?

MATICHON ONLINE

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วัดพระธาตุพนม

ปมเงินบริจาค วัดพระธาตุพนม ระอุ หลังอดีตนายอำเภอธาตุพนมและอดีตไวยาวัจกร โพสต์ตั้งคำถามเงินวัด 114 ล้านบาทหายไปไหน ผ่านมา 2 ปีแทบไม่เหลือ ล่าสุดคณะกรรมการวัดตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมเอกสารบัญชี ยืนยันตรวจสอบพบเงินคงเหลือกว่า 81.8 ล้านบาท พร้อมย้อนถามอดีตไวยาวัจกรปมเบิกเช็ค 7 รายการ รวมประมาณ 12 ล้านบาท โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์การใช้จ่าย ลั่นสงวนสิทธิ์ดำเนินคดีผู้โพสต์และผู้แชร์ หากเผยแพร่ข้อมูลไม่ตรงข้อเท็จจริงจนทำให้วัดเสียหาย

วัดพระธาตุพนม – จากกรณี นายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ อดีตนายอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม และอดีตไวยาวัจกรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารเงินของวัด โดยระบุว่า ในช่วงที่ตนเข้ามาบริหารมีเงินคงเหลือประมาณ 114 ล้านบาท แต่ผ่านไปเพียง 2 ปี เงินในวัดกลับแทบไม่เหลือ แม้แต่เงินก้อนสุดท้ายสำหรับจ่ายค่าน้ำค่าไฟก็ยังถูกถอนออกไป พร้อมระบุว่า ที่ตัดสินใจออกมาโพสต์เพราะเป็นห่วงวัด และต้องการให้มีการชี้แจงยอดเงินบริจาคที่ประชาชนร่วมกันถวายให้วัดอย่างโปร่งใส

ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ มีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและตั้งข้อสงสัยเป็นจำนวนมาก ขณะที่ นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ ทนายความประจำวัดพระธาตุพนม ออกมาตอบโต้ โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง พร้อมตั้งคำถามถึงที่มาของตัวเลขเงินในบัญชี และระบุว่าหากมีการเผยแพร่ข้อมูลทำให้วัดเสื่อมเสีย อาจพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ล่าสุด เวลา 11.00 น. วันที่ 31 ตุลาคมที่ห้องประชุมฝ่ายจัดการผลประโยชน์ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม คณะกรรมการบริหารวัดจำนวน 8 คน ได้ประชุมหารือถึงกระแสข่าวดังกล่าว หลังเกิดข้อสงสัยในหมู่พุทธศาสนิกชนเกี่ยวกับยอดเงินบริจาคและการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ศาลากาญจนาภิเษก คณะกรรมการวัดได้นำเอกสารบัญชีรายรับ-รายจ่าย และสำเนาโฉนดที่ดินของวัด มาแถลงข่าวชี้แจงต่อสื่อมวลชน นำโดย นายสุวิทย์ ขันติญาราษฎร์ ประธานคณะกรรมการบริหารวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พร้อมด้วย นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ ทนายความประจำวัด และคณะกรรมการวัด โดยมี พ.ต.ท.ถนอมศักดิ์ ไชยบุรมย์ รอง ผกก.(ป) สภ.ธาตุพนม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลความเรียบร้อย

นายณพจน์ศกร เปิดเผยว่า ประเด็นที่อดีตไวยาวัจกรกล่าวอ้างว่า ขณะเข้ามาบริหารวัดมีเงินคงเหลือ 114 ล้านบาท และพาดพิงว่าคณะกรรมการชุดปัจจุบันบริหารงานไม่โปร่งใสจนทำให้เงินวัดแทบไม่เหลือนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงตามที่กล่าวอ้าง

โดยคณะกรรมการชุดปัจจุบันเข้ามารับหน้าที่ในช่วงปลายปี 2568 พบว่าไม่มีเอกสารทางบัญชีจากคณะกรรมการชุดเดิมส่งมอบไว้อย่างครบถ้วน จึงต้องดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลบัญชีธนาคารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับวัดด้วยตนเอง เบื้องต้นพบว่ามีบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับวัดจำนวน 45 บัญชี

จากการตรวจสอบยอดเงินในบัญชี ณ เดือนธันวาคม 2568 พบว่ามีเงินคงเหลือรวม 94,044,234.99 บาท ก่อนที่คณะกรรมการจะตรวจสอบและรวบรวมบัญชีที่มีความซ้ำซ้อนกัน จนได้ข้อสรุปยอดเงินคงเหลือล่าสุด ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2569 จำนวน 81,800,473.36 บาท ตามเอกสารที่นำมาแสดงต่อสื่อมวลชน

ทนายความประจำวัดกล่าวอีกว่า สิ่งที่คณะกรรมการชุดปัจจุบันมีข้อสงสัยและต้องการคำชี้แจงกลับไปยังอดีตไวยาวัจกร คือรายการเบิกจ่ายเงินของวัดในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการเบิกจ่ายผ่านเช็คเงินสดจำนวน 7 ฉบับ รวมเป็นเงินประมาณ 12 ล้านบาท

โดยรายการที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ วันที่ 20 สิงหาคม 2567 มีการเบิกจ่ายเงินจำนวน 8 ล้านบาท และวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 อีกจำนวน 2.6 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีรายการเบิกจ่ายในวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ประมาณ 980,000 บาท วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 จำนวน 390,000 บาท วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 จำนวน 320,000 บาท รวมถึงรายการอื่น ๆ ซึ่งเมื่อนำมารวมกันมีมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท

นายณพจน์ศกร ระบุว่า จากเอกสารเช็คที่ตรวจสอบพบ มีลายมือชื่อของอดีตไวยาวัจกรเป็นผู้ลงนามเบิกจ่าย จึงต้องการให้ออกมาชี้แจงต่อสังคมว่า เงินจำนวนดังกล่าวนำไปใช้ในกิจการใด มีหลักฐานและรายละเอียดการใช้จ่ายอย่างไร ทั้งนี้ การตั้งข้อสงสัยดังกล่าวเป็นประเด็นที่คณะกรรมการต้องการคำชี้แจง ไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นแล้ว

ส่วนระบบบริหารรายได้ของวัด นายณพจน์ศกรกล่าวว่า รายได้หลักยังคงมาจากเงินบริจาคของพุทธศาสนิกชน โดยมีการตรวจนับเงินจากตู้บริจาคเป็นประจำทุกวัน ก่อนนำฝากเข้าบัญชีธนาคาร ส่วนการเบิกจ่ายเงินจะต้องผ่านขั้นตอนการเสนอเรื่องต่อเจ้าอาวาส และต้องเป็นไปตามมติหรือการอนุมัติที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการไม่สามารถนำเงินไปใช้จ่ายได้ตามอำเภอใจ

สำหรับภาระค่าใช้จ่ายของวัดในแต่ละเดือน มีทั้งค่าน้ำและค่าไฟฟ้าประมาณ 800,000 บาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลเจ้าหน้าที่ การบำรุงรักษาสาธารณสมบัติ และการปรับปรุงภูมิทัศน์ ตลอดจนการบูรณะองค์พระธาตุพนม โดยเงินที่นำมาใช้ดำเนินการส่วนใหญ่เป็นเงินบริจาคจากพุทธศาสนิกชน

นอกจากนี้ ยังชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าเงินจำนวน 30 ล้านบาทในบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาเรณูนคร ถูกถอนออกไปใช้จนหมดนั้น ยืนยันว่าเงินดังกล่าวไม่ได้สูญหาย แต่เป็นการถอนเงินเพื่อปิดบัญชีเดิม เนื่องจากมีความยุ่งยากในการเบิกจ่าย ก่อนนำเงินจำนวน 30 ล้านบาทไปเปิดบัญชีใหม่กับธนาคารกรุงไทย สาขาธาตุพนม โดยยืนยันว่าเงินยังคงอยู่ครบถ้วน ไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามที่มีการกล่าวอ้าง

นายณพจน์ศกร กล่าวทิ้งท้ายว่า คณะกรรมการวัดต้องการให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงจากเอกสารทางการเงิน ไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาค ซึ่งเป็นเงินที่เกิดจากศรัทธาของประชาชนทั่วประเทศ พร้อมระบุว่าคณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่โพสต์ข้อความ ผู้แชร์ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จจนทำให้วัดและคณะกรรมการได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ ประเด็นเงินบริจาควัดพระธาตุพนมยังคงเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ โดยเฉพาะข้อสงสัยเกี่ยวกับยอดเงิน 114 ล้านบาท รายการเบิกจ่ายเช็คประมาณ 12 ล้านบาท และยอดเงินคงเหลือกว่า 81.8 ล้านบาท ซึ่งควรมีการตรวจสอบเอกสารและชี้แจงรายละเอียดทางบัญชีให้ครบถ้วน เพื่อสร้างความกระจ่างและเรียกคืนความเชื่อมั่นจากพุทธศาสนิกชนต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โต้กลับหนังคนละม้วน! วัดพระธาตุพนม โชว์บัญชี ยันเงินเหลือ 81 ล. จี้อดีตไวยาวัจกร แจงบ้าง เบิกเช็ค 12 ล้านไปทำอะไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...