โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฝรั่งเศสไม่โดน Moody’s หั่นเครดิต แต่โจทย์การคลังยังยาก เสี่ยงระยะยาว

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ฝรั่งเศสไม่โดน Moody's หั่นเครดิต แต่ยังเจอโจทย์คลังสุดหิน Moody’s เตือนการเมืองที่แตกแยกเสี่ยงฉุดเครดิตระยะยาว

ฝรั่งเศสกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งปัญหาการเมืองที่แตกแยกกระจัดกระจายจนสภาเป็นอัมพาต การประท้วงของประชาชนจากความไม่พอใจต่อค่าครองชีพและบริการสาธารณะ ตลอดจนปัญหาการคลังที่รัฐบาลยังต้องเร่งแก้ไข ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมของประเทศปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมการขาดดุลงบประมาณและลดภาระหนี้ได้หรือไม่

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดการเงินจับตาการประเมินอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะ 5.14% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2002 ขณะที่ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสกับเยอรมนีขยายตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี สะท้อนแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในตลาดตราสารหนี้ของฝรั่งเศส

อย่างไรก็ตาม Moody’s สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ตัดสินใจคงอันดับเครดิตของฝรั่งเศสไว้ที่ Aa3 ซึ่งยังอยู่ในระดับคุณภาพเครดิตสูง (high grade) แต่ยังคงแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือเป็นลบ (negative outlook)

ถึงแม้ฝรั่งเศสยังไม่ถูกลดอันดับเครดิตโดย Moody’s แต่ความเสี่ยงในระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐบาลในการแก้ปัญหาการคลัง ท่ามกลางความแตกแยกทางการเมืองที่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ

Moody’s คงอันดับเครดิต แต่ยังมองความเสี่ยงขาลง

Moody’s ระบุว่า การคงอันดับเครดิตที่ Aa3 เป็นผลจากการทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือตามรอบ โดยยังคงแนวโน้มเครดิตเป็นลบเช่นเดิม หลังประเมินว่าความแตกแยกในภูมิทัศน์การเมืองของฝรั่งเศสอาจบั่นทอนการทำงานของสถาบันนิติบัญญัติ และทำให้รัฐบาลดำเนินนโยบายสำคัญได้ยากขึ้น

Moody’s เตือนว่า ความไม่มั่นคงทางการเมืองซึ่งปรากฏผ่านความตึงเครียดในสังคมด้วยนั้น อาจขัดขวางความสามารถของรัฐบาลในการรับมือกับความท้าทายด้านนโยบาย ทั้งการขาดดุลงบประมาณที่อยู่ในระดับสูง ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากรัฐบาลไม่สามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ ฐานะเครดิตของประเทศก็อาจอ่อนแอลงเร็วกว่าที่ Moody’s คาดการณ์ไว้

ก่อนหน้านี้ Moody’s ระบุว่า ความสามารถของรัฐบาลในการรับมือกับความแตกแยกในรัฐสภาจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจด้านอันดับเครดิตในระยะต่อไป ขณะที่ Standard & Poor’s และ Fitch Ratings ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสไปแล้วในปี 2025 ทำให้ความเคลื่อนไหวของ Moody’s ครั้งนี้เป็นที่จับตา เพราะหากมีการปรับลดอันดับตามอีกสองสถาบัน ก็จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นในฐานะการคลังของฝรั่งเศส

หนี้สูง-ขาดดุลเกินกรอบ EU รัฐบาลต้องเร่งแก้

ปัญหาสำคัญของฝรั่งเศส คือ การขาดดุลงบประมาณที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยปัจจุบันการขาดดุลคิดเป็นประมาณ 5.4-5.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สูงกว่าเกณฑ์ 3% ที่สหภาพยุโรป (EU) กำหนดไว้สำหรับประเทศสมาชิก ขณะที่ฝรั่งเศสยังมีหนี้จำนวนมาก โดยมีหนี้ที่จะครบกำหนดชำระมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

กระทรวงการคลังฝรั่งเศสเคยเตือนเมื่อเดือนก่อนว่า อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP อาจเพิ่มขึ้นแตะ 121.7% ในปี 2027 ภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูงทำให้การควบคุมการขาดดุลมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนการกู้ยืมปรับตัวสูงขึ้น เพราะรัฐบาลต้องจัดหาเงินทุนท่ามกลางความกังวลของตลาดต่อแนวโน้มการคลังของประเทศ

รัฐบาลจึงต้องผลักดันร่างงบประมาณปี 2027 ซึ่งตั้งเป้าลดการขาดดุลให้เหลือ 5% ของ GDP จาก 5.4% ในปีนี้ แต่การผ่านร่างงบประมาณยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากฝ่ายค้านในรัฐสภาคัดค้านมาตรการลดรายจ่ายบางส่วน และมีการปรับแก้ข้อเสนอด้านงบประมาณหลายรายการ ทำให้รัฐบาลต้องเผชิญความยากลำบากในการหาข้อตกลงเพื่อเดินหน้าแผนลดการขาดดุล

Moody’s ระบุว่า การคงอันดับเครดิต Aa3 ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าฝรั่งเศสจะสามารถผ่านงบประมาณปี 2027 ที่ช่วยลดการขาดดุลได้ ขณะเดียวกัน ต้นทุนการจัดหาเงินทุนและความตึงเครียดทางสังคมคงจะบรรเทาลงบ้างในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า เงื่อนไขเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญต่อการประเมินเครดิตในระยะต่อไป โดย Moody’s ระบุด้วยว่า หากสถาบันการเมืองสามารถช่วยให้การขาดดุลลดลงได้ ก็มีโอกาสปรับแนวโน้มเครดิตกลับเป็นมีเสถียรภาพ

ประท้วงค่าครองชีพ-บริการสาธารณะ เพิ่มแรงกดดันรัฐบาล

นอกจากข้อจำกัดในรัฐสภา รัฐบาลฝรั่งเศสยังต้องรับมือกับความไม่พอใจของประชาชนต่อค่าครองชีพและบริการสาธารณะ การประท้วงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมเดินขบวนมากกว่า 500,000 คน เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อบริการสาธารณะที่ถดถอยและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ขณะที่เหตุการณ์ความรุนแรง การจลาจล และการปล้นสะดม ยิ่งสะท้อนความตึงเครียดในสังคม

ความขัดแย้งยังเกี่ยวข้องกับงบประมาณด้านการศึกษา หลังการประท้วงเรื่องเงินสนับสนุนโรงเรียนที่ไม่เพียงพอทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลปฏิเสธที่จะเพิ่มงบประมาณโรงเรียนหรือปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ความไม่พอใจของประชาชนจึงเป็นอีกข้อจำกัดต่อการผลักดันมาตรการลดรายจ่าย ในช่วงที่รัฐบาลจำเป็นต้องควบคุมการขาดดุลและฟื้นฟูฐานะการคลัง

ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในวันที่ 18 เมษายน และ 2 พฤษภาคมปีหน้า ยังเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดติดตาม ผลสำรวจความคิดเห็นบ่งชี้ว่าพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดมีโอกาสชนะการเลือกตั้ง ทำให้ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องประเมินควบคู่กับแนวโน้มการคลัง โดยเฉพาะความสามารถของรัฐบาลในการผลักดันนโยบายลดการขาดดุลให้เดินหน้าต่อไปได้

ต้นทุนกู้ยืมพุ่ง นักลงทุนจับตาความเสี่ยงเครดิต

แรงกดดันจากปัญหาการเมืองและการคลังปรากฏชัดในตลาดพันธบัตร โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 10 ปีแตะ 5.14% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2002 ขณะที่ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสกับเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่ตลาดใช้เป็นจุดอ้างอิงของสินทรัพย์ปลอดภัยในภูมิภาค ขยายตัวสู่ระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี

ต้นทุนการกู้ยืมของฝรั่งเศสยังสูงกว่าบางประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า เช่น อิตาลี สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อการขาดดุลงบประมาณและความไม่แน่นอนทางการเมือง นอกเหนือจากระดับอันดับเครดิตที่สถาบันจัดอันดับประกาศ โดยตลาดยังต้องประเมินว่ารัฐบาลจะสามารถผ่านงบประมาณและควบคุมการขาดดุลได้ตามเป้าหมายหรือไม่

รุสฮับห์ อามิน (Rushabh Amin) ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของ Allspring Global Investments มองว่า นักลงทุนยังต้องติดตามพัฒนาการทางการเมืองในช่วงหกเดือนข้างหน้าจนถึงการเลือกตั้ง เพราะอาจส่งผลต่อส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ ไมก์ เบลล์ (Mike Bell) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดของ RBC BlueBay Asset Management เตือนว่า แรงกดดันอาจรุนแรงขึ้นหลังการเลือกตั้ง หาก Moody’s, S&P และ Fitch ปรับลดอันดับเครดิตฝรั่งเศสลงมาอยู่ที่ BBB ซึ่งเป็นระดับเหนือเกณฑ์ตราสารหนี้เก็งกำไรเพียงเล็กน้อย และอาจทำให้นักลงทุนบางกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านอันดับเครดิตต้องขายพันธบัตรฝรั่งเศสออกมา

การคงอันดับเครดิตของ Moody’s จึงไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงของฝรั่งเศสคลี่คลายแล้ว เพราะแนวโน้มเครดิตยังเป็นลบ และการตัดสินใจในระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐบาลในการลดการขาดดุล ควบคู่กับการรับมือความแตกแยกทางการเมือง หากรัฐบาลไม่สามารถผลักดันงบประมาณและลดแรงกดดันทางสังคมได้ ความกังวลต่อฐานะการคลังและต้นทุนการกู้ยืมก็ยังอาจเป็นแรงกดดันต่ออันดับเครดิตของฝรั่งเศสต่อไป

อ้างอิง : Reuters, CNBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...