โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สูตินรีแพทย์ เตือนความเชื่อผิดๆ ‘คนท้อง’ บางเรื่องอาจเป็นอันตราย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สูตินรีแพทย์และกรรมการแพทยสภา ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อของหญิงตั้งครรภ์ โดยย้ำว่าไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเพิ่มเป็น 2 เท่า เพราะจะทำให้แม่อ้วนได้ ส่วนน้ำมะพร้าวไม่ได้ช่วยล้างไขหรือทำให้ลูกผิวขาว การติดเข็มกลัดหรือห้ามตัดผมเป็นเพียงไสยศาสตร์ ตลอดจนเตือนว่าการผ่าคลอดตามฤกษ์ยามโดยไม่อิงกำหนดทางการแพทย์อาจอันตรายถึงชีวิตทารก อย่างไรก็ดี คุณแม่ยังคงสามารถทำฟัน เดินทางด้วยเครื่องบิน นอนตะแคง หรือมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างปลอดภัยตามคำแนะนำของแพทย์

กินอาหารเป็น 2 เท่าเผื่อลูกด้วย

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ สูตินรีแพทย์ และกรรมการแพทยสภา กล่าวในรายการก้าวทันโรคกับแพทยสภาว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มาฝากท้องมีการสอบถามเกี่ยวกับความเชื่อต่างๆมากมาย ซึ่งสารพัดความเชื่อของคุณแม่ตั้งครรภ์มีอยู่จำนวนมาก บางเรื่องฟังดูมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ แต่บางเรื่องเป็นไสยศาสตร์ล้วนๆ จึงได้คัดเลือกหัวข้อสำคัญที่เจอบ่อยๆ มาอธิบายให้เข้าใจถูกต้อง

ความเชื่อเรื่องเมื่อตั้งครรภ์ต้องรับประทานอาหารเป็น 2 เท่าเผื่อลูกด้วย ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดมาก เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์แต่ละคนมีขนาดร่างกายและน้ำหนักไม่เท่ากัน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มน้ำหนักเกินหรืออ้วนต้องการให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นตลอดการตั้งครรภ์เพียง 5-7 กิโลกรัมเท่านั้น เนื่องจากมีไขมันและสารอาหารสะสมอยู่แล้ว หากรับประทานมากเกินไป แม่จะอ้วนยิ่งขึ้น และลูกอาจได้รับไขมันกับน้ำตาลจนกลายเป็นเด็กตัวใหญ่แต่ไม่แข็งแรง

  • กลุ่มน้ำหนักพอดีและกลุ่มตัวผอม ต้องการให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 10 กิโลกรัม จึงอาจรับประทานเพิ่มขึ้นได้บ้าง แต่ไม่มีหลักคิดว่าจะต้องกินเพิ่มเป็น 2 เท่า เช่น ทานเพิ่มจากหนึ่งจานเป็นสองจาน ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ไม่ถูกต้อง ส่วนความเชื่อเรื่องการรับประทานสับปะรดจะทำให้แท้งลูกนั้น ไม่จริงเพราะคนไข้จำนวนมากที่ตนดูแลก็รับประทานสับปะรดปกติและไม่เคยมีใครแท้ง

สมุนไพรไม่ปลอดภัยเสมอไป

ความเชื่อเรื่องสมุนไพรธรรมชาติแล้วปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง หากเป็นสมุนไพรในอาหาร เช่น ขิงซอยในโจ๊กถือว่าปลอดภัย แต่หากเป็นผงขิงสกัดเข้มข้นสูง ยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่ชัดเจน นอกจากนี้ สมุนไพรยาลูกกลอนบางชนิดอาจมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งอันตรายต่อการตั้งครรภ์ ส่วนยาสมุนไพรในท้องตลาดบางแบรนด์อาจมีการปลอมปนสารเคมี ฮอร์โมน หรือสเตียรอยด์ ดังนั้น คำว่าสมุนไพรธรรมชาติจึงไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ดื่มน้ำมะพร้าว ไม่ช่วยผิวขาว-ล้างไข

ความเชื่อเรื่องการดื่มน้ำมะพร้าวแล้วลูกจะผิวขาว เป็นความเข้าใจที่ผิดโดยสิ้นเชิง เนื่องจากสีผิวของเด็กขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์เป็นหลัก หากแม่มีผิวขาว ลูกก็จะมีผิวขาวตามแม่ ส่วนความเชื่อเรื่องการห้ามรับประทานของดำเ เช่น กาแฟ น้ำดื่มสีดำ เฉาก๊วย หรือขนมเปียกปูน เพราะกลัวลูกจะผิวดำนั้น ก็ไม่เป็นความจริงและถือเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งสิ้น

รวมถึง ความเชื่อการดื่มน้ำมะพร้าวจะช่วยล้างไข ทำให้ลูกออกมามีผิวเกลี้ยง ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.วิทยา กล่าวว่า เป็นความเชื่อที่ผิดเช่นกัน โดย ไขที่ตัวเด็กเกิดจากเซลล์ผิวหนังของทารกที่ลอกออกมาผสมอยู่ในน้ำคร่ำ ยิ่งอายุครรภ์มากก็ยิ่งมีไขมาก ซึ่งไขนี้มีประโยชน์ทางการแพทย์อย่างมาก ทั้งช่วยเป็นน้ำมันหล่อลื่นให้คลอดทางช่องคลอดได้ง่ายขึ้น และเปรียบเสมือนเสื้อหุ้มร่างกายที่ช่วยรักษาความอบอุ่นให้ทารกหลังคลอดเมื่อต้องออกมาเจอกับอากาศเย็นในห้องคลอด

“น้ำมะพร้าวไม่ล้างไข และหากมีปริมาณน้ำตาลสูง ดื่มมากเกินไปอาจกระตุ้นให้เกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ โดยเฉพาะในคุณแม่ที่มีน้ำหนักเกิน” ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.วิทยา กล่าว

อาหารรสเผ็ดจะทำให้ทารกเกิดมาหัวล้าน

นอกจากนี้ การรับประทานอาหารรสเผ็ดจะทำให้ทารกเกิดมาหัวล้าน ก็ไม่เป็นความจริงอย่างยิ่ง อีกทั้ง เวลาแพทย์ให้ยาบำรุงครรภ์ไปกิน เช่น แคลเซียม ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก คุณแม่ตั้งครรภ์บางรายปฏิเสธการรับประทานยาบำรุง เนื่องจากเข้าใจผิดว่า คำว่าบำรุงจะทำให้ทารกตัวใหญ่เกินไปจนคลอดยาก ซึ่งความเข้าใจนี้ทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพของคุณแม่และการตั้งครรภ์

ติดเข็มกลัด ไสยศาสตร์ล้วนๆ

ความเชื่อเรื่องการห้ามคนท้องตัดผมและเย็บผ้า เพราะกลัวลูกจะปากแหว่ง ย้ำว่าไม่เป็นความจริงเลย สามารถตัดผมได้ตามปกติ รวมถึง ความเชื่อเรื่องการติดเข็มกลัดหรือกระดุมที่เสื้อ โดยเชื่อว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้ท้องหลุดหรือแท้ง เป็นเรื่องทางไสยศาสตร์ล้วนๆ ไม่มีหลักวิชาการรองรับ และหากเข็มกลัดหลุดอาจทิ่มแทงหน้าท้องจนบาดเจ็บได้

ส่วนความเชื่อเรื่องห้ามคนท้องกินเนื้อสัตว์และนมสัตว์เพราะจะเป็นบาปติดตัวลูก ก็เป็นไสยศาสตร์เช่นกัน หากงดเนื้อสัตว์และนมทั้งหมดจะทำให้ขาดโปรตีนที่สำคัญ ดังนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์จำเป็นต้องรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่

ความเชื่อเรื่องการทำนายเพศทารกจากลักษณะร่างกายแม่ เช่น แม่ผิวขาวได้ลูกสาว ผิวคล้ำได้ลูกชาย, สะดือคว่ำได้ลูกสาว สะดือหงายได้ลูกชาย หรือท้องแหลมได้ลูกชาย/ท องกลมได้ลูกสาว ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.วิทยา กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำคลอดไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น รูปทรงท้องขึ้นอยู่กับท่าทางของเด็กในครรภ์ และเพศของเด็กไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับลักษณะผิว สะดือ หรือรูปทรงท้องของแม่แต่อย่างใด

ความเชื่อเรื่องแม่ตกใจแล้วลูกเกิดมามีปานตามตัวนั้น ไม่มีหลักฐานหรือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่เชื่อมโยงกันได้เลย

ทำฟันได้ ต้องต้องแจ้งอายุครรภ์

นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อที่ไม่ได้เป็นเรื่องผิดและควรระวังเพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ ได้แก่ ความเชื่อเรื่องการทำฟันขณะตั้งครรภ์ สามารถทำฟันได้ แต่ต้องแจ้งทันตแพทย์ให้ทราบอายุครรภ์และประวัติการตั้งครรภ์ การทำหัตถการทั่วไป เช่น การขูดหินปูน สามารถทำได้สบาย แต่การกรอฟันนานๆ อาจทำให้คุณแม่เกร็งจนกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัวได้ หรือการผ่าตัดและรักษารากฟันที่อาจเสียเลือดมาก เนื่องจากคนท้องจะมีปริมาณเลือดในร่างกายมากกว่าปกติถึง 20 % ทั้งนี้ ทันตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและตัดสินใจตามความเหมาะสม โดยอาจเลือกทำฟันชั่วคราวไว้ก่อน

ความเชื่อเรื่องการเดินทางด้วยเครื่องบิน ในทางการแพทย์ การขึ้นเครื่องบินไม่ได้ทำให้แท้ง แต่สายการบินจำเป็นต้องมีข้อกำหนดเรื่องอายุครรภ์และใบรับรองแพทย์ เนื่องจากกังวลว่าอาจเกิดภาวะแท้งหรือการเจ็บท้องคลอดกะทันหันขณะอยู่บนเครื่องบิน ซึ่งจะรับมือได้ยาก

ควรนอนตะแคง ป้องกันมดลูกกดทับหลอดเลือด

ความเชื่อเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ขณะตั้งครรภ์ สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติทุกช่วงอายุครรภ์ ยกเว้นรายที่มีประวัติเสี่ยงเฉพาะทาง เช่น เคยคลอดก่อนกำหนด เคยผ่าตัดปากมดลูก หรือมีภาวะรกเกาะต่ำ ซึ่งการมีเพศสัมพันธ์อาจกระทบกระเทือนจนเกิดอันตรายได้

ความเชื่อเรื่องท่านอนขณะตั้งครรภ์ เห็นด้วยกับการนอนตะแคง เพราะมดลูกที่โตขึ้นอาจไปกดทับหลอดเลือดใหญ่ตรงกลางลำตัวจนทำให้เวียนหัวได้ แต่ไม่จำเป็นต้องนอนตะแคงซ้ายเพียงอย่างเดียว จะนอนตะแคงขวาก็ได้ผลดีในการป้องกันไม่ให้มดลูกกดทับหลอดเลือดเช่นเดียวกัน

ผ่าคลอดตามฤกษ์ยาม อาจอันตราย

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.วิทยา กล่าวอีกว่า เรื่องการดิ้นของทารกในครรภ์ หากลูกดิ้นมากแปลว่าแข็งแรง และดิ้นน้อยแปลว่าไม่แข็งแรง ไม่จริงเสมอไป การที่รู้สึกว่าทารกดิ้นน้อยอาจเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น ปริมาณน้ำคร่ำมาก หรือเด็กนอนคว่ำหน้าอยู่ ทำให้แม่ไม่รู้สึกถึงแรงดิ้น หากต้องการประเมินการดิ้นและความสมบูรณ์ของทารกอย่างถูกต้อง จะต้องใช้เครื่องตรวจประเมินของโรงพยาบาล

ความเชื่อเรื่องการผ่าคลอดตามฤกษ์ยาม ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.วิทยา กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำคลอดเกือบ 40 ปี เด็กที่ผ่าคลอดตามฤกษ์ไม่ได้มีชีวิตที่ดีกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านั้น การผ่าคลอดตามฤกษ์โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อาจอันตรายถึงชีวิต หากหมอดูหรือพระกำหนดฤกษ์ในช่วงที่อายุครรภ์ยังไม่เหมาะสม เช่น 36-37 สัปดาห์ จากปกติที่ควรเกิน 38-39 สัปดาห์ ปอดของเด็กอาจยังไม่ทำงานจนทำให้ทารกเสียชีวิตได้ ดังนั้น จึงต้องปรึกษาสูตินรีแพทย์ควบคู่ไปด้วยเสมอ

รังสีเอ็กซเรย์เพิ่มเสี่ยงมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก

ความเชื่อเรื่องการเปิดเพลงโมซาร์ทและการคุยกับลูกในครรภ์ เพื่อให้ลูกฉลาดนั้น ยังไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือยืนยันว่าเพลงโมซาร์ททำให้ลูกฉลาดขึ้น เพราะความฉลาดขึ้นอยู่กับพันธุกรรม โภชนาการ และสิ่งแวดล้อม แต่ทารกจะเริ่มได้ยินเสียงเมื่ออายุครรภ์ประมาณ6 เดือนขึ้นไป สามารถรับรู้และตอบสนองต่อเสียงได้ สำหรับการพูดคุยและลูบท้อง ถือเป็นสิ่งดีในการสร้างความผูกพันระหว่างแม่ลูก แต่ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์กระบอกฟังเสียงมาใช้เกินความจำเป็น

และความเชื่อเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือ ไมโครเวฟ เครื่องเอ็กซเรย์สนามบิน อัลตราซาวด์ สามารถทำได้อย่างปลอดภัย ส่วนการตรวจอัลตราซาวด์ไม่มีอันตรายต่อทารกเช่นกัน แต่ควรตรวจตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สำหรับการเอ็กซเรย์ทางการแพทย์ ควรปฏิบัติตามความระมัดระวัง แม้การเอ็กซเรย์ปอดหรือท้องเพียงครั้งเดียวโดยไม่ทราบว่าตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะไม่ส่งผลเสีย แต่การได้รับรังสีเอ็กซเรย์ปริมาณมากอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...