เจาะลึกภาวะสินค้าเกษตรไทย: ส่องสัญญานตลาดสัปดาห์ล่าสุด เมื่อต้นทุนปศุสัตว์ผันผวนสอดรับปัจจัยโลก
ภาพรวมตลาดสินค้าเกษตรไทยประจำสัปดาห์ที่ 19 - 23 ตุลาคม 2569 กำลังสะท้อนความผันผวนของระบบเศรษฐกิจการเกษตรที่ถูกขับเคลื่อนด้วยทั้งปัจจัยภายนอกประเทศและกำลังซื้อภายในครัวเรือน โดยภาพรวมพบว่ากลุ่มพืชเศรษฐกิจหลักและปศุสัตว์บางชนิดเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวด้านราคาอย่างน่าสนใจ ในขณะที่กลุ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์นำเข้ากลับได้รับแรงกดดันจากผลผลิตระดับโลกที่ทยอยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมองไปที่กลุ่มพืชเศรษฐกิจและวัตถุดิบอาหารสัตว์ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศมีการปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่หาบละ 633 บาท (จากเดิม 612 บาท) ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูป แม้ว่าตลาดโภคภัณฑ์ล่วงหน้าชิคาโก (CBOT) จะเผชิญแรงกดดันระหว่างวันจากความคืบหน้าในการเก็บเกี่ยวผลผลิตของสหรัฐฯ และปัจจัย геоปะทะทางการเมืองระหว่างรัสเซีย-ยูเครน จนทำให้ราคาแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ก่อนจะดีดตัวกลับมาปิดบวกเล็กน้อยที่ 4.6325 ดอลลาร์ต่อบุชเชลก็ตาม ขณะที่กากถั่วเหลืองนำเข้าปรับตัวลดลงมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 18.65 บาท สอดรับกับตลาดต่างประเทศที่สัญญาถั่วเหลืองลดลงเหลือ 12.4525 ดอลลาร์ต่อบุชเชล ผลมาจากสภาพอากาศแห้งในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ ที่เอื้อให้เกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตมหาศาลเข้าสู่ตลาด จนกลบปัจจัยบวกจากแรงซื้อของจีน ส่วนปลาป่นยังคงรักษาเสถียรภาพราคาอย่างมั่นคง โดยปลาป่นเกรดกุ้งทรงตัวที่กิโลกรัมละ 63 บาท และปลาป่นเบอร์ 1 ยืนราคาที่ 57.70 บาท แม้โควตาการจับปลาในเปรูจะยังคงอยู่ในระดับต่ำก็ตาม
สำหรับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญอย่างข้าวไทย พบสัญญาณบวกด้านราคาการส่งออกอย่างชัดเจน โดยข้าวขาว 100% ชั้น 2 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่กระสอบละ 1,520 บาท ขณะที่ราคา F.O.B. ส่งออก ณ ท่าเรือกรุงเทพฯ ขยับขึ้นมาแตะระดับ 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เช่นเดียวกับปลายข้าว เอ.วัน.เลิศ ที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 424 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันตามแรงซื้อในตลาดต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าทิศทางราคาข้าวหลังจากนี้จะเริ่มทรงตัวในระดับแข็งแกร่ง
ปิดท้ายด้วยกลุ่มสินค้าปศุสัตว์ที่มีปัจจัยฤดูกาลและสภาพแวดล้อมเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มได้รับปัจจัยหนุนเชิงบวกหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ผสานกับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลออกพรรษา ส่งผลให้ราคาสุกรในภาคตะวันตกและภาคตะวันออกขยับขึ้นมาอยู่ในช่วง 64-68 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ภาคเหนือ อีสาน และใต้ ขยับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งช่วยดันราคาให้กลับมาอยู่เหนือจุดคุ้มทุนของเกษตรกรอีกครั้ง ส่วนกลุ่มสัตว์อุจจาระและปศุสัตว์อื่นอย่างไก่เนื้อมีการปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 42 บาทตามปริมาณผลผลิตในตลาด ขณะที่ไข่ไก่คละหน้าฟาร์มยังคงรักษาเสถียรภาพราคาแนะนำไว้อย่างเหนียวแน่นที่ฟองละ 4.00 บาท โดยภาพรวมของตลาดเกษตรไทยในระยะสั้นนี้คาดว่าจะยังคงทรงตัวและเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เพื่อรอประเมินทิศทางกำลังซื้อและผลผลิตฤดูกาลใหม่ที่จะทยอยออกสู่ตลาดต่อไป