อาเซียนเตรียมถกปัญหา 'หมอกควันข้ามพรมแดน' ก่อนประชุมสุดยอด
ประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจะหยิบยกประเด็น ‘การแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน’ เข้าสู่การประชุมเตรียมการในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก่อนหน้าการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) จะเริ่มขึ้น หลังจากวิกฤตหมอกควันพิษลุกลามและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อหลายประเทศในภูมิภาคมานานหลายสัปดาห์
กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ เผยว่า ปัญหาหมอกควันได้รับการบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมระดับรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว หลังจากกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียยืนยันจะนำเรื่องนี้ขึ้นหารืออย่างจริงจัง เนื่องจากกลไกและการบริหารจัดการภัยพิบัติของอาเซียนที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่ได้ครอบคลุมถึงแนวทางปฏิบัติตอบโต้และรับมือวิกฤตหมอกควันข้ามพรมแดนไว้อย่างชัดเจน
ต้นตอของมหันตภัยหมอกควันครั้งนี้ เกิดจากเหตุไฟป่าและการเผาป่าพรุบนเกาะสุมาตราและเกาะกาลิมันตัน ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทวีความรุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี โดยมีปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดสภาพอากาศแห้งแล้งจัด ส่งผลให้ฝุ่นควันพิษหนาทึบลอยเข้าปกคลุมประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย จนกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชนแล้วหลายหมื่นราย ขณะที่มาเลเซียต้องประกาศสั่งปิดโรงเรียนในหลายรัฐเนื่องจากค่ามลพิษทางอากาศพุ่งสูงเกินระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
นอกจากผลกระทบด้านสาธารณสุขแล้ว วิกฤตหมอกควันยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคการท่องเที่ยวและการเดินทางทางอากาศ โดยบริษัท IQAir จัดอันดับให้สิงคโปร์เป็นหนึ่งในสองเมืองใหญ่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก ด้านสายการบินไฟร์ฟลาย (Firefly) ของมาเลเซีย ต้องประกาศขยายเวลาระงับเที่ยวบินระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์และสิงคโปร์ออกไปจนถึงวันพุธเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ ขณะที่ความพยายามในการดับไฟป่าของอินโดนีเซียเป็นไปอย่างยากลำบากจากปัญหาการเข้าถึงพื้นที่และสภาวะอากาศที่ไม่เอื้อต่อการทำฝนเทียม