โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สลดแดนกิมจิ! หนุ่มทำร้ายแฟน 514 ครั้งจนเสียชีวิต อ้าง “แค่โมโหที่โกหก”

อีจัน

อัพเดต 29 ตุลาคม 2569 เวลา 19.37 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อีจัน

สลดแดนกิมจิ! หนุ่ม 24 ปี ทรมานแฟนสาวจนเสียชีวิต

อ้างไม่ได้ตั้งใจ แค่โมโหที่โกหก

คนรักกันทำร้ายกันได้ขนาดนี้เลยเหรอ?

วานนี้ (28 ต.ค.69) สื่อต่างประเทศ รายงาน คดีสะเทือนขวัญในเกาหลีใต้ หลังชายวัย 24 ปี ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายแฟนสาว วัย 28 ปี จนเสียชีวิต โดยมีข้อมูลระบุว่า เขาลงมือทำร้ายเธอรวม 514 ครั้ง ภายในเวลา 3 ชั่วโมง 20 นาที

คดีนี้ถูกนำเสนอผ่านรายการสืบสวนสอบสวนของสถานีโทรทัศน์ SBS ซึ่งเปิดเผยทั้งหลักฐานในวันเกิดเหตุและรายละเอียดความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ชวนตั้งคำถาม

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. เวลาประมาณ 14.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น ชายหนุ่มได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าแฟนสาวหมดสติอยู่ภายในห้องพักชั้นใต้ดิน ย่านกังซอ กรุงโซล เมื่อทีมกู้ชีพเดินทางไปถึง พบว่าผู้หญิงอยู่ในภาวะหัวใจหยุดเต้น ก่อนตำรวจจะเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวหนุ่มคนดังกล่าวไว้

เขายอมรับว่าเป็นผู้ทำร้ายแฟนสาว โดยให้เหตุผลว่าเกิดจากความโกรธที่เธอโกหก พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจให้เธอเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ผลชันสูตรกลับเผยให้เห็นความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยพบว่าผู้เสียชีวิตมีกระดูกซี่โครงหัก 21 ซี่ และอวัยวะภายในหลายส่วนได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้องพักถูกนำมาตรวจสอบเพื่อประกอบคดี

ข้อมูลที่เปิดเผยผ่านรายการ ระบุว่า หนุ่มคนดังกล่าวลงมือทำร้ายแฟนสาวต่อเนื่องนาน 3 ชั่วโมง 20 นาที รวม 514 ครั้ง ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ที่วิเคราะห์หลักฐานมองว่า ลักษณะเหตุการณ์เข้าข่ายการทารุณกรรมอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพียงการทะเลาะวิวาททั่วไป

นอกจากหลักฐานในวันเกิดเหตุ ทีมงานรายการยังตรวจสอบโทรศัพท์ของฝ่ายหญิง และพบข้อมูลเกี่ยวกับข้อตกลงที่ทั้งคู่เรียกว่า “อาณาจักรดึรี” ซึ่งหนุ่มคนดังกล่าวอธิบายว่าเป็นกฎที่สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการทะเลาะกันในความสัมพันธ์

แต่เนื้อหาของข้อตกลงกลับมีเงื่อนไขที่น่ากังวล เช่น หากฝ่ายหญิงถูกมองว่าโกหก ก็จะหมดสิทธิ์ได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม และเมื่อเริ่มการลงโทษแล้ว จะไม่สามารถร้องขอความเมตตาหรืออธิบายเหตุผลได้ โดยอำนาจตัดสินและลงโทษอยู่ที่หนุ่มคนดังกล่าวเพียงคนเดียว

ข้อมูลจากโทรศัพท์ ยังระบุด้วยว่า ฝ่ายหญิงใช้ AI ช่วยเรียบเรียงคำตอบสำหรับคำถามที่หนุ่มคนดังกล่าวตั้งขึ้นมาทดสอบเธออยู่เป็นประจำ สะท้อนถึงความกดดันที่เธอต้องเผชิญภายใต้กติกาของความสัมพันธ์นี้

ทั้งนี้ เพื่อนร่วมงานของฝ่ายหญิง เล่าว่า เดิมทีเธอเป็นคนใจดีและขยันขันแข็ง แต่ประมาณหนึ่งปีก่อนเกิดเหตุ เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งมาทำงานพร้อมรอยฟกช้ำบนใบหน้า หรือเดินกะเผลก อีกทั้งยังมีท่าทีหวาดกลัวเมื่อได้รับโทรศัพท์ แต่เธอไม่เคยขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง

ขณะที่พ่อแม่ของฝ่ายชายออกมากล่าวหาว่า ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายชักจูงและบิดเบือนความรู้สึกของลูกชาย

ส่วนฝ่ายชาย ระบุว่า ต้องการช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตไปตลอดชีวิต เพื่อขอให้ครอบครัวให้อภัย

คดีนี้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความรุนแรงในความสัมพันธ์ และข้ออ้างของผู้ก่อเหตุที่โยงการทำร้ายเข้ากับความโกรธหรือความขัดแย้งส่วนตัว เพราะไม่ว่าความสัมพันธ์จะมีปัญหาอย่างไร ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ใครจะมีสิทธิใช้ความรุนแรงกับอีกฝ่ายได้

รักกันอย่าทำร้ายกันเลยนะคะ

‘อีจัน’ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...