โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิจัยพบสารจากอาหาร 3 ชนิด ที่อาจช่วยซ่อมแซมผนังลำไส้ได้

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 59 นาทีที่แล้ว

สุขภาพลำไส้ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงว่าเราขับถ่ายดีแค่ไหน เพราะลำไส้ยังมีหน้าที่สำคัญทั้งในการดูดซึมสารอาหาร และเป็นด่านป้องกันไม่ให้แบคทีเรียหรือสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ผ่านเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ๆ โดยมีผนังลำไส้ทำหน้าที่เสมือน “เกราะป้องกัน” ที่ช่วยรักษาสมดุลภายในร่างกาย

เมื่อเกราะป้องกันนี้เสียหายหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและเกี่ยวข้องกับโรคในระบบทางเดินอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease: IBD) ซึ่งรวมถึงโรคโครห์น (Crohn’s Disease) และโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผล (Ulcerative Colitis)

ล่าสุด นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลุยส์วิลล์ (University of Louisville) สหรัฐอเมริกา พบกลไกที่น่าสนใจว่า สิ่งที่เรากินอาจมีส่วนช่วยดูแลและซ่อมแซมผนังลำไส้ผ่านการทำงานของ “จุลินทรีย์ในลำไส้” ได้

หนึ่งในสารที่นักวิจัยให้ความสนใจคือยูโรลิทิน เอ (Urolithin A: UroA) ซึ่งไม่ได้มีอยู่ในอาหารโดยตรง แต่เกิดขึ้นเมื่อจุลินทรีย์บางชนิดในลำไส้เปลี่ยนสารจากอาหารอย่างทับทิม วอลนัท และเบอร์รีบางชนิดให้กลายเป็น Urolithin A โดยพบว่า สารนี้อาจช่วยกระตุ้นกลไกตามธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงของผนังลำไส้

กรุงเทพธุรกิจ ชวนผู้อ่านสำรวจงานวิจัยที่ว่า อาหารที่เรากิน จุลินทรีย์ในลำไส้ และระบบภูมิคุ้มกันทำงานร่วมกันอย่างไร และกลไกเหล่านี้มีส่วนช่วยปกป้องและซ่อมแซมผนังลำไส้ได้อย่างไรบ้าง

Urolithin A ไม่ได้อยู่ในผลไม้โดยตรง แต่เกิดขึ้นในลำไส้

ทับทิม เบอร์รี และวอลนัท มีสารประกอบกลุ่ม เอลลาจิแทนนิน (Ellagitannins) ซึ่งเมื่อเรากินเข้าไป จุลินทรีย์บางชนิดในลำไส้จะช่วยย่อยและเปลี่ยนสารเหล่านี้ จนเกิดเป็นสารใหม่ที่เรียกว่า ยูโรลิทิน เอ (Urolithin A)

แต่ร่างกายของแต่ละคนอาจสร้าง Urolithin A ได้ไม่เท่ากัน แม้จะกินอาหารชนิดเดียวกัน เพราะแต่ละคนมีชนิดและปริมาณของจุลินทรีย์ในลำไส้แตกต่างกัน

ที่ผ่านมา งานวิจัยพบว่า Urolithin A อาจมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแรงของเกราะป้องกันลำไส้และลดการอักเสบ ขณะที่งานวิจัยล่าสุดพยายามอธิบายให้ชัดเจนขึ้นว่า สารนี้เข้าไปกระตุ้นกลไกใดในร่างกาย และช่วยปกป้องผนังลำไส้ได้อย่างไร

นักวิจัยพบ “เส้นทางซ่อมแซม” ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันลำไส้

หัวใจสำคัญของงานวิจัยนี้อยู่ที่โปรตีนที่เรียกว่า Aryl Hydrocarbon Receptor (AHR) ซึ่งทำหน้าที่คล้าย “ตัวรับสัญญาณ” ภายในเซลล์ คอยตอบสนองต่อสารต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะมาจากอาหาร สิ่งแวดล้อม หรือจุลินทรีย์ในลำไส้

ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์พบว่า AHR สามารถให้ผลต่อร่างกายได้แตกต่างกัน สารบางชนิดจากสิ่งแวดล้อมอาจกระตุ้น AHR แล้วนำไปสู่ผลเสีย ขณะที่สารจากอาหารหรือจุลินทรีย์บางชนิดกลับกระตุ้นตัวรับเดียวกันและให้ผลในทางที่เป็นประโยชน์

งานวิจัยล่าสุดพบว่า Urolithin A สามารถกระตุ้น AHR ในเซลล์เยื่อบุลำไส้ ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นแนวกั้นและปกป้องผนังลำไส้ จากนั้น AHR จะส่งสัญญาณต่อไปยังระบบที่เรียกว่า NLRP6 inflammasome ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมการอักเสบและการป้องกันลำไส้

แม้คำว่า “Inflammasome” มักถูกเชื่อมโยงกับการอักเสบ แต่การอักเสบไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกายเสมอไป งานวิจัยนี้พบว่า เมื่อระบบดังกล่าวถูกกระตุ้นในระดับที่เหมาะสมและเกิดขึ้นในเซลล์ที่ถูกต้อง กลับมีส่วนช่วยซ่อมแซมผนังลำไส้ เสริมเกราะป้องกัน และรักษาสมดุลภายในลำไส้ได้

การอักเสบไม่ได้เป็นเรื่องร้ายเสมอไป

เมื่อ Urolithin A กระตุ้นกลไกดังกล่าว เซลล์เยื่อบุลำไส้จะส่งสัญญาณที่ช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ลำไส้สร้างเมือกที่ช่วยเคลือบผนังลำไส้ เพิ่มการป้องกันเชื้อจุลชีพ และช่วยซ่อมแซมเกราะป้องกันลำไส้ที่เสียหาย

พูดง่าย ๆ คือ Urolithin A ไม่ได้ทำหน้าที่หยุดการอักเสบโดยตรง แต่ช่วยกระตุ้นระบบป้องกันตามธรรมชาติของลำไส้ให้ทำงานอย่างเหมาะสม

นักวิจัยทดสอบกลไกนี้ทั้งในเซลล์ แบบจำลองเนื้อเยื่อลำไส้ การทดลองในสัตว์ และตัวอย่างเนื้อเยื่อจากผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD) โดยพบว่า Urolithin A สามารถกระตุ้นกลไกปกป้องลำไส้ในเนื้อเยื่อของผู้ป่วยได้เช่นกัน

สุขภาพลำไส้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารเพียงอย่างเดียว

งานวิจัยนี้สะท้อนว่า ประโยชน์ของอาหารต่อสุขภาพลำไส้อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรากินเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังอาหารเข้าสู่ร่างกาย เพราะจุลินทรีย์ในลำไส้สามารถเปลี่ยนสารจากอาหารให้กลายเป็นสารใหม่ที่ส่งผลต่อเซลล์และระบบภูมิคุ้มกันได้

ความเข้าใจนี้อาจนำไปสู่แนวทางรักษาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังที่เจาะจงมากขึ้นในอนาคต โดยมุ่งกระตุ้นกลไกที่ช่วยซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงของผนังลำไส้ แทนการกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในวงกว้าง

งานวิจัยนี้ไม่ได้หมายความว่าการกินทับทิม เบอร์รี หรือวอลนัทจะช่วยรักษาโรคลำไส้ได้ แต่เราสามารถดูแลสุขภาพลำไส้ได้จากพื้นฐานในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารให้หลากหลาย เพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วและเมล็ดพืช ซึ่งเป็นแหล่งใยอาหารที่ช่วยสนับสนุนจุลินทรีย์ในลำไส้ รวมถึงออกกำลังกายสม่ำเสมอและนอนหลับให้เพียงพอ

การดูแลลำไส้ไม่ได้อยู่ที่อาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้จุลินทรีย์ในลำไส้และร่างกายทำงานร่วมกันได้อย่างสมดุล

อ้างอิง sciencedaily , louisville.edu

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...