อสส.สั่งฟ้อง 4 ผู้ต้องหา เครือข่ายเฮโรอีนข้ามชาติ โยงคดี “แอร์มีนา” ส่งยาออสเตรเลีย
อัยการสูงสุดลงนามคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา 4 รายในคดีเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ โยง “แอร์มีนา” ลักลอบขนเฮโรอีนไปออสเตรเลีย พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่ม
วันที่ 21 กันยายน 2569 ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน กล่าวถึงความคืบหน้าคดี น.ส.มีนา คอนโด่ะ หรือ "แอร์มีนา" แอร์โฮสเตสสายการบินไทยฯลักลอบขนยาเสพติดไปประเทศออสเตรเลีย ว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด(อสส.) ได้ลงนามในคำสั่งฟ้อง นายอุทัย หรือโจโจ้ คณาภิวัฒน์ , นายนันทวัฒน์ หรือนาถยิ่งพัฒนาวงศ์ หรือยิ่งพิพัฒนาวงศ์นายเอกวิทย์ หรือเอก หรือเพิ่ง ยงณิชกุล และนางสาวจันทรา หรือดา จะนุผู้ต้องหาที่ 1-4 ที่ร่วมขบวนการในความผิด ฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ฐานสมคบโดยการตกลงกันแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำความเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน, ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อการให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, ร่วมกันส่งออก ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อการให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, ฐานพยายามส่งออก ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน แล่ะกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยในคำร้อง
ขอศาลสั่งริบเศษกระเป๋าผ้าลายช้างไทย จำนวน 7ใบ และโทรศัพท์มือถือถือ จำนวน 1 เครื่อง. เเต่ในส่วนความผิดฐานร่วมกันเพื่อที่จะช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงทำให้เสียหาย ทำลายซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการทำความผิด ให้พนักงานสอบสวนแยกสำนวนคดีในส่วนนี้ ไปดำเนินคดีเป็นอีกสำและทำการสอบสวนให้ได้ความว่า ผู้ต้องหาที่ 3และผู้ต้องหาที่ 4 ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา ส่วนนี้ หรือไม่ อย่างไร แล้วส่งส่งสำนวนคดีในส่วนนี้ ไปยังพนักงานอัยการที่มีอำนาจ ดำเนินคดี เพื่อพิจารณาและมีคำสั่งทางคดีตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
โดยอัยการสูงสุดมอบหมายพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 9 ดำเนินดดีนี้จนถึงที่สุด
สำหรับคดีนี้เดิมตนได้ตั้ง คณะทำงานอัยการเข้าไปร่วมสอบสวนในคดีนอกราชอาณาจักร โดยมีการประชุมร่วมกันกับ กองบัญชาการตำรวจปส.เมื่อวันที่ 9 ก.ย. โดยภายหลังประชุมเสร็จอัยการสอบสวนพบว่า ยังไม่มีการดำเนินคดีอีก1 กรรมจึงให้พนักงานสอบสวน บช.ปส.และพนักงานอัยการจากสำนักงานการสอบสวนเข้าไปยังเรือนจำเพื่อดำเนินการแจ้งข้อหา พยายามส่งออกฯ เพิ่มเติม และสรุปสำนวน ส่งอัยการสูงสุดจนอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องในวันนี้ ก่อนครบกำหนดฝากขัง โดยหลังจากนี้ อัยการสำนักงานคดียาเสพติด ก็จะเป็นผู้ยื่นฟ้อง ผู้ต้องหาต่อศาลอาญาต่อไป ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ต้องหา ที่จะต้องถูกฟ้องทั้งสิ้น 3 ราย อีก1 ราย คือนางสาวจันทรา หรือ "rose rose" อยู่ระหว่างหลบหนี และหลังจากนี้เราก็จะมีการขยายผลหาตัวผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมต่อไปเพื่อกวาดล้าง ขบวนการยาเสพติดข้ามชาติ