ประธานาธิบดีปารากวัยลาออก เซ่นวิกฤตธนาคารดิจิทัล ueno ล้ม ประชาชน 3 ล้านคนเข้าถึงเงินไม่ได้
ประธานาธิบดีซานติอาโก เปญา ประกาศลาออก หลังธนาคารดิจิทัล ueno ล้ม จุดชนวนวิกฤตการเงินและการเมือง กระทบลูกค้าราว 3 ล้านคน ด้านค่าเงินกวารานีอ่อนค่าเกือบ 5% และราคาพันธบัตรรัฐบาลร่วงลง
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 06.41 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าซานติอาโก เปญา (Santiago Peña) ประธานาธิบดีปารากวัย ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน หลังการล้มของธนาคารดิจิทัล ueno จุดชนวนวิกฤตการเงินและการเมืองครั้งใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนหลายล้านคนไม่สามารถเข้าถึงเงินฝากของตนเอง และสร้างความกังวลต่อนักลงทุนในประเทศที่เคยได้รับการยอมรับว่ามีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจสูงแห่งหนึ่งของอเมริกาใต้
การลาออกเกิดขึ้นก่อนที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะเดินหน้ากระบวนการถอดถอนประธานาธิบดี (Impeachment) เพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังเปญาสูญเสียเสียงสนับสนุนจากสมาชิกบางส่วนภายในพรรคโคโลราโด (Colorado Party) ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษนิยมที่เขาสังกัด
เปญา ระบุผ่านแถลงการณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า เขาพร้อมเข้าชี้แจงต่อกระบวนการพิจารณาถอดถอนในวุฒิสภา เพื่อใช้สิทธิในการปกป้องตนเอง โดยย้ำว่าการแสดงความรับผิดชอบและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชนเป็นหน้าที่สำคัญของผู้นำประเทศ
ขณะเดียวกัน เขาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบัญชีธนาคาร พร้อมย้ำว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการคืนเงินแก่ผู้ได้รับผลกระทบจะต้องดำเนินไปพร้อมกัน
การประกาศลาออกส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทันที โดยราคาพันธบัตรรัฐบาลปารากวัยปรับตัวลดลง ขณะที่ค่าเงินกวารานี (Guarani) อ่อนค่าทะลุระดับ 6,500 กวารานีต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดที่ 6,490 กวารานีต่อดอลลาร์ ลดลงเกือบ 5% ภายในวันเดียว
วิกฤตครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ หลังธนาคารกลางปารากวัยเข้าควบคุมกิจการของ ueno ซึ่งเป็นธนาคารดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากตรวจพบว่าธนาคารไม่สามารถดำรงเงินกองทุนให้เป็นไปตามข้อกำหนดขั้นต่ำด้านความมั่นคงทางการเงิน
การดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้ลูกค้าจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงบัญชีเงินฝาก ทำธุรกรรม หรือใช้เงินสำหรับการดำรงชีวิตประจำวันได้
ueno เริ่มต้นจากธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) ขนาดเล็ก ก่อนขยายตัวอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นธนาคารขนาดกลางที่มีลูกค้าประมาณ 3 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดของปารากวัยราว 6.5 ล้านคน หรือคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ
นอกจากนี้ ธนาคารยังทำหน้าที่บริหารเงินของภาครัฐมูลค่าประมาณ 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงเงินที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐและกองทุนบำนาญ
การล้มของธนาคารจึงไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้ฝากเงินทั่วไป แต่ยังสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของเงินภาครัฐและระบบการจ่ายผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่ประชาชนจำนวนมากต้องพึ่งพา
ผลกระทบดังกล่าวทำให้วิกฤตธนาคารขยายตัวเป็นปัญหาทางการเมืองอย่างรวดเร็ว โดยก่อนหน้านี้ผู้ว่าการธนาคารกลางปารากวัยได้ลาออกจากตำแหน่ง ขณะที่ทางการออกหมายจับผู้บริหาร ueno จำนวน 8 คน ซึ่งต่อมาได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่
ประเด็นที่สร้างแรงกดดันต่อประธานาธิบดีเปญา คือ ความสัมพันธ์ทางธุรกิจในอดีตระหว่างเขากับ Grupo Vázquez กลุ่มธุรกิจที่เคยเป็นเจ้าของธนาคาร ueno จนถึงเดือนมีนาคม 2568
ฝ่ายค้านกล่าวหาเปญาว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน เกี่ยวข้องกับการใช้เงินกองทุนบำนาญอย่างไม่เหมาะสม และอาจมีส่วนช่วยปกป้องธนาคารจากการตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแล
อย่างไรก็ตาม เปญาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าเขาขายหุ้นที่ถืออยู่ใน Grupo Vázquez ไปแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 และไม่ได้มีบทบาทที่ไม่เหมาะสมในการดำเนินกิจการของธนาคาร
เขายังยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาด้านการกำกับดูแลสถาบันการเงิน ซึ่งควรได้รับการพิจารณาผ่านกระบวนการยุติธรรม
แม้จะปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ความเชื่อมโยงในอดีตกับกลุ่มธุรกิจที่เป็นเจ้าของธนาคารกลับกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เปญาเผชิญแรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังประชาชนหลายล้านคนไม่สามารถถอนหรือใช้เงินฝากของตนเองได้
เฟลิเป โรดริเกซ (Felipe Rodriguez) หนึ่งในลูกค้าของ ueno กล่าวด้วยความสะเทือนใจว่า รัฐบาลกำลังนำเงินออมของประชาชนไปอยู่ในความเสี่ยง และเหตุการณ์นี้ไม่ควรถูกปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ พร้อมกล่าวหาว่ารองประธานาธิบดีเปโดร อัลเลียนา (Pedro Alliana) อาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาของผู้ได้รับผลกระทบ
ภายหลังเปญาประกาศลาออก ความสนใจทางการเมืองหันไปที่เปโดร อัลเลียนา รองประธานาธิบดีปารากวัย ซึ่งอยู่ในลำดับถัดไปที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตามกระบวนการสืบทอดอำนาจ
ก่อนหน้านี้ อัลเลียนาได้พยายามแสดงจุดยืนแยกออกจากเปญา และระบุว่า จะระงับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับความทะเยอทะยานทางการเมืองของตนเองในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี จนกว่าวิกฤตทางการเงินจะได้รับการแก้ไข
ทั้งนี้ เปญาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 2566 แต่ต้องเผชิญแรงกดดันให้พ้นจากตำแหน่ง หลังการล้มของธนาคาร ueno กลายเป็นวิกฤตที่กระทบทั้งผู้ฝากเงิน หน่วยงานภาครัฐ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน
วิกฤตดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อสถาบันการเงินดิจิทัลขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่การกำกับดูแลและการบริหารความเสี่ยงไม่สามารถรองรับการเติบโตได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะธนาคารที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่และเกี่ยวข้องกับเงินภาครัฐ
การฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อระบบธนาคาร การคืนเงินแก่ผู้ฝากเงิน และการรักษาเสถียรภาพตลาดการเงิน จึงกลายเป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลปารากวัยภายหลังการเปลี่ยนผ่านผู้นำประเทศ
อ้างอิง : www.reuters.com