‘ไชยชนก’ พร้อมรับมือศึกอภิปรายฯ ซัดฝ่ายค้านใช้ ‘บันเทิงธิปไตย’ โต้ปมเอื้อพวกพ้อง-ตั้งคำถาม 5 วันนานไปหรือไม่
วันนี้ (13 ตุลาคม) ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ โดยระบุว่า ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ ซึ่งตนเองและทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่แล้ว
เมื่อถูกถามถึงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน ไชยชนกยอมรับว่ายังไม่เคยเห็นรูปแบบการตั้งข้อกล่าวหาในลักษณะนี้ จึงไม่อาจแสดงความคิดเห็นได้มากนัก โดยเฉพาะประเด็นที่กล่าวหาว่าเป็น ‘ลูกไม่กตัญญู’ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องใด มีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานรองรับรูปแบบไหน หรือเป็นเพียงวาทกรรมที่เรียกว่า ‘บันเทิงธิปไตย’ แต่ท้ายที่สุดตนเองก็พร้อมชี้แจงอย่างเต็มที่
สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องการเอื้อผลประโยชน์ให้พวกพ้องและครอบครัว ไชยชนกตั้งคำถามกลับว่าหมายถึงเรื่องใด เนื่องจากตนเองไม่ได้กระทำการดังกล่าวและปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง หากจะเชื่อมโยงถึงกรณีที่ดินเขากระโดง ถือเป็นข้อมูลเก่าที่มีเหตุผลอธิบายได้ชัดเจน ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีแค่กลุ่มของตน แต่รวมถึงประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวที่มีเอกสารสิทธิ์ และขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการพิสูจน์ทราบทางกฎหมาย ข้อกล่าวหาที่ระบุว่าทำไปเพื่อพวกพ้องจึงไม่เป็นความจริง ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านอ้างว่ามีใบเสร็จหรือหลักฐานเด็ด เช่น ประเด็นการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นั้น ก็พร้อมรอให้ฝ่ายค้านเปิดเผยข้อมูล และพร้อมชี้แจง
ไชยชนกกล่าวย้ำถึงการเตรียมตัวว่า จะเน้นการนำเสนอผลงานและชี้แจงด้วยหลักเกณฑ์และเหตุผล โดยไม่รู้สึกกังวลต่อข้อกล่าวหาที่ระบุว่าตนเองไปทำเรื่องผิดปกติ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ได้ทำ และมั่นใจว่าจะสามารถตอบข้อซักถามได้ทั้งหมด ทั้งในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบโดยตรง รวมถึงเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ของสมาชิกพรรคและคณะรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันภายในพรรคมาตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่งแล้วว่า กลไกการตรวจสอบของฝ่ายค้านเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปรายนานถึง 5 วันนั้น ไชยชนกมองว่าดูเป็นเวลาที่มากเกินไป พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีประเด็นให้อภิปรายมากขนาดนั้นจริงหรือไม่ มีข้อมูลใหม่ที่เป็นความจริง หรือจะเป็นเพียงการสร้างกระแส ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มว่า “เดี๋ยวรอดูดีกว่า”