โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฟิทช์ ปรับแนวโน้มเครดิต 5 แบงก์ EXIM-KTB-TTB-SCBT-UOBT เป็น “มีเสถียรภาพ” ตามไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ฟิทช์ คงอันดับเครดิตธนาคารทั้ง 6 แห่ง พร้อมปรับแนวโน้มเครดิต 5 แห่งจาก “ลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” หลังปรับแนวโน้มอันดับเครดิตประเทศไทยเป็น “มีเสถียรภาพ” ขณะที่ BBL คงอันดับเครดิต BBB และแนวโน้ม “มีเสถียรภาพ” ฟิทช์ชี้ความสามารถในการสนับสนุนจากรัฐบาลและเพดานเครดิตประเทศยังมีเสถียรภาพ

วันที่ 23 ก.ย.2569 บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Ratings: IDRs) ของธนาคาร 5 แห่งจากทั้งหมด 6 แห่ง เป็น “แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” จากเดิม “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” พร้อมคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารทั้ง 6 แห่ง

ธนาคารที่ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิต ได้แก่

  • ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM) คงอันดับที่ ‘BBB+’
  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) คงอันดับที่ ‘BBB+’
  • ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (TTB) คงอันดับที่ ‘BBB’
  • ธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) (SCBT) คงอันดับที่ ‘A-’
  • ธนาคารยูโอบี (ไทย) จำกัด (มหาชน) (UOBT) คงอันดับที่ ‘A-’

โดยทั้งหมดปรับแนวโน้มจาก “ลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ”

ขณะที่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) ฟิทช์คงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ ‘BBB’ และคงแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยที่ ‘BBB+’ เป็น “แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” จากเดิม “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 โดย ฟิทช์ ระบุว่า ความสามารถของรัฐบาลในการให้การสนับสนุนเป็นพิเศษแก่ธนาคารยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าที่ฟิทช์เคยคาดการณ์ไว้

สำหรับ EXIM, KTB และ TTB อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวพิจารณาจากอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล ขณะที่ SCBT และ UOBT พิจารณาจากอันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น โดยอันดับเครดิตของทั้งสองธนาคารยังถูกจำกัดด้วยเพดานอันดับเครดิตของประเทศไทย ซึ่งฟิทช์มองว่าไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น หลังประเทศไทยได้รับการปรับแนวโน้มเป็น “มีเสถียรภาพ”

นอกจากนี้ ฟิทช์ยังปรับแนวโน้มอันดับคะแนนปัจจัยด้านการระดมทุนและสภาพคล่องของ BBL ที่ ‘bbb+’ เป็น “แนวโน้มอันดับคะแนนมีเสถียรภาพ” จากเดิม “แนวโน้มอันดับคะแนนเป็นลบ” เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้ส่งผลต่อการประเมินอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของ BBL

ฟิทช์ ระบุว่าหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยถูกปรับลด จะส่งผลต่ออันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลและอันดับเครดิตของ EXIM, KTB และ TTB รวมถึง BBL ขณะที่ SCBT และ UOBT จะได้รับผลกระทบผ่านอันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว

ด้านปัจจัยบวก ฟิทช์ ระบุว่า การปรับเพิ่มอันดับเครดิตของประเทศไทยน่าจะนำไปสู่การปรับเพิ่มอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ EXIM, KTB, TTB และ BBL ขณะที่การปรับเพิ่มเพดานอันดับเครดิตของประเทศไทยอาจนำไปสู่การปรับเพิ่มอันดับเครดิตของ UOBT ส่วน SCBT ยังขึ้นอยู่กับความสามารถหรือโอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ฟิทช์มองว่าการปรับเพิ่มอันดับเครดิตประเทศไทยในระยะสั้นมีโอกาสค่อนข้างจำกัด เนื่องจากเพิ่งปรับแนวโน้มเป็น “มีเสถียรภาพ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...