ฟิทช์ ปรับแนวโน้มเครดิต 5 แบงก์ EXIM-KTB-TTB-SCBT-UOBT เป็น “มีเสถียรภาพ” ตามไทย
ฟิทช์ คงอันดับเครดิตธนาคารทั้ง 6 แห่ง พร้อมปรับแนวโน้มเครดิต 5 แห่งจาก “ลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” หลังปรับแนวโน้มอันดับเครดิตประเทศไทยเป็น “มีเสถียรภาพ” ขณะที่ BBL คงอันดับเครดิต BBB และแนวโน้ม “มีเสถียรภาพ” ฟิทช์ชี้ความสามารถในการสนับสนุนจากรัฐบาลและเพดานเครดิตประเทศยังมีเสถียรภาพ
วันที่ 23 ก.ย.2569 บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Ratings: IDRs) ของธนาคาร 5 แห่งจากทั้งหมด 6 แห่ง เป็น “แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” จากเดิม “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” พร้อมคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารทั้ง 6 แห่ง
ธนาคารที่ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิต ได้แก่
- ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM) คงอันดับที่ ‘BBB+’
- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) คงอันดับที่ ‘BBB+’
- ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (TTB) คงอันดับที่ ‘BBB’
- ธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) (SCBT) คงอันดับที่ ‘A-’
- ธนาคารยูโอบี (ไทย) จำกัด (มหาชน) (UOBT) คงอันดับที่ ‘A-’
โดยทั้งหมดปรับแนวโน้มจาก “ลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ”
ขณะที่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) ฟิทช์คงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ ‘BBB’ และคงแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทยที่ ‘BBB+’ เป็น “แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ” จากเดิม “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 โดย ฟิทช์ ระบุว่า ความสามารถของรัฐบาลในการให้การสนับสนุนเป็นพิเศษแก่ธนาคารยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าที่ฟิทช์เคยคาดการณ์ไว้
สำหรับ EXIM, KTB และ TTB อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวพิจารณาจากอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล ขณะที่ SCBT และ UOBT พิจารณาจากอันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น โดยอันดับเครดิตของทั้งสองธนาคารยังถูกจำกัดด้วยเพดานอันดับเครดิตของประเทศไทย ซึ่งฟิทช์มองว่าไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น หลังประเทศไทยได้รับการปรับแนวโน้มเป็น “มีเสถียรภาพ”
นอกจากนี้ ฟิทช์ยังปรับแนวโน้มอันดับคะแนนปัจจัยด้านการระดมทุนและสภาพคล่องของ BBL ที่ ‘bbb+’ เป็น “แนวโน้มอันดับคะแนนมีเสถียรภาพ” จากเดิม “แนวโน้มอันดับคะแนนเป็นลบ” เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้ส่งผลต่อการประเมินอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของ BBL
ฟิทช์ ระบุว่าหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยถูกปรับลด จะส่งผลต่ออันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลและอันดับเครดิตของ EXIM, KTB และ TTB รวมถึง BBL ขณะที่ SCBT และ UOBT จะได้รับผลกระทบผ่านอันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว
ด้านปัจจัยบวก ฟิทช์ ระบุว่า การปรับเพิ่มอันดับเครดิตของประเทศไทยน่าจะนำไปสู่การปรับเพิ่มอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ EXIM, KTB, TTB และ BBL ขณะที่การปรับเพิ่มเพดานอันดับเครดิตของประเทศไทยอาจนำไปสู่การปรับเพิ่มอันดับเครดิตของ UOBT ส่วน SCBT ยังขึ้นอยู่กับความสามารถหรือโอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ฟิทช์มองว่าการปรับเพิ่มอันดับเครดิตประเทศไทยในระยะสั้นมีโอกาสค่อนข้างจำกัด เนื่องจากเพิ่งปรับแนวโน้มเป็น “มีเสถียรภาพ”