เอเอฟเอส ประเทศไทย แนะแนวทางเลือกโครงการแลกเปลี่ยนไม่ให้ถูกหลอก
เอเอฟเอส ประเทศไทย ขอส่งกำลังใจและแสดงความห่วงใยต่อนักเรียน ผู้ปกครอง และโรงเรียน ที่ได้รับความเสียหายจากกรณีการจัดคอร์สเรียนภาษาจีนระยะสั้นที่นครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งกำลังเป็นข่าวในขณะนี้ นักเรียนและผู้ปกครองจาก 11 โรงเรียน จำนวน 62 ราย ได้ชำระค่าเข้าร่วมโครงการคนละประมาณ 40,000 บาท มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1 ล้านบาท เมื่อถึงวันเดินทาง นักเรียนจำนวนมากต้องรออยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยไม่มีเที่ยวบินรองรับตามที่ได้รับแจ้ง ผู้จัดอ้างว่าตนเป็นข้าราชการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ขณะนี้ผู้เสียหายได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และ สพฐ. ยืนยันเบื้องต้นว่าโครงการดังกล่าวไม่ใช่โครงการของหน่วยงาน
เอเอฟเอส ประเทศไทย ขอร่วมเป็นกำลังใจให้นักเรียนทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ และขอแสดงความชื่นชมต่อการดำเนินการอย่างรวดเร็วของหน่วยงานภาครัฐ "โอกาสในการเรียนรู้และเปิดประสบการณ์ที่มาพร้อมความปลอดภัยของเด็กต้องมาก่อนราคา เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการสูญเสียเงิน แต่คือความฝันของเด็กๆ ที่ตั้งใจจะได้ไปเห็นโลกกว้าง และความไว้วางใจของพ่อแม่ที่มอบลูกให้อยู่ในความดูแลของผู้อื่น ภาพเด็กนั่งรออยู่ที่สนามบินโดยไม่มีใครดูแลเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับเยาวชนคนใดเลย ขอให้สังคมร่วมกันงดเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลและภาพใบหน้าของนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อคุ้มครองเยาวชนระหว่างที่การตรวจสอบยังดำเนินอยู่ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ขอความร่วมมือไว้” วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ ผู้อำนวยการใหญ่ เอเอฟเอส ประเทศไทย กล่าว
มาตรฐานที่ผู้ปกครองควรได้รับ บทเรียนจาก 65 ปีของ AFS ประเทศไทย
เอเอฟเอส ประเทศไทย เป็นองค์กรที่ส่งเยาวชนไทยไปใช้ชีวิตและศึกษาในต่างประเทศ และรับนักเรียนต่างชาติมาอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ไทย มาเกือบ 65 ปี ภายใต้เครือข่าย AFS Intercultural Programs ซึ่งมีรากฐานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1914 และจัดโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนมัธยมศึกษาต่อเนื่องนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ปัจจุบันดำเนินงานในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก สำหรับเอเอฟเอส ประเทศไทยมีผู้ผ่านการเข้าร่วมโครงการแล้ว 30,000 กว่าคน
"ผมเองเป็นศิษย์เก่า AFS ที่ได้ไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอุปถัมภ์ที่อิตาลีเมื่อปี 2539 ผมจึงเข้าใจดีว่าประสบการณ์ในต่างแดนเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งได้มากเพียงใด และเข้าใจดีว่าพ่อแม่ต้องการความมั่นใจแค่ไหนก่อนส่งลูกขึ้นเครื่อง ความปลอดภัยของนักเรียนจึงต้องมาก่อนทุกอย่าง" วัชรพจน์ กล่าว
มาตรฐานการดำเนินงานของเอเอฟเอส ประเทศไทย ได้แก่
•ดำเนินงานผ่านพันธมิตรอย่างเป็นทางการ ทุกโครงการประสานงานผ่านองค์กร AFS ในประเทศปลายทางและสถานศึกษาที่มีเอกสารรับรองถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ส่งต่องานให้นายหน้าที่ตรวจสอบไม่ได้
•การเตรียมตัวก่อนเดินทาง นักเรียนและผู้ปกครองผ่านการคัดเลือก การปฐมนิเทศ และค่ายเตรียมความพร้อม ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับปลายทาง ผู้ดูแล และช่องทางติดต่อฉุกเฉินก่อนออกเดินทาง
•ดูแลตลอดโครงการ มีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดูแลนักเรียนทั้งในประเทศไทยและประเทศปลายทาง มีระบบรับเรื่องฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และไม่มีนโยบายปล่อยหรือทิ้งนักเรียนไม่ว่ากรณีใด ซึ่งสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาถือเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญของเอเอฟเอส ประเทศไทย
•ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ นักเรียนทุกคนได้รับความคุ้มครองตลอดระยะเวลาโครงการ
•ความโปร่งใส ผู้ปกครองทราบรายละเอียดค่าใช้จ่ายและสิ่งที่ครอบคลุมล่วงหน้า สามารถปรึกษากับทีมงานของเอเอฟเอส ประเทศไทยได้ตลอด
"เราอยากให้ทุกครอบครัวรู้ว่ามาตรฐานขั้นต่ำที่ควรได้รับคืออะไร และกล้าตั้งคำถามกับทุกองค์กร รวมถึงเราด้วย" วัชรพจน์ กล่าวเพิ่มเติม
7 ข้อคิดก่อนเลือกโครงการแลกเปลี่ยนให้บุตรหลาน
เอเอฟเอส ประเทศไทย ขอแนะนำให้ผู้ปกครองและโรงเรียนตรวจสอบปัจจัยต่อไปนี้ก่อนชำระเงิน ทั้งโครงการระยะสั้นช่วงปิดภาคเรียนและโครงการระยะยาว
1. ตรวจสอบตัวตนขององค์กร ค้นหาเลขทะเบียนนิติบุคคลหรือมูลนิธิจากหน่วยงานรัฐ ดูงบการเงินและผลประกอบการ และต้องมีสำนักงานที่ตั้งจริงซึ่งผู้ปกครองเดินทางไปพบได้
2. อย่าเชื่อเพียงตำแหน่งหรือชื่อหน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้าง หากผู้จัดอ้างว่าเป็นข้าราชการหรือโครงการของหน่วยงานรัฐ ให้โทรสอบถามหน่วยงานนั้นโดยตรงจากเบอร์ทางการ ไม่ใช่เบอร์ที่ผู้จัดให้มา
3. ดูประวัติและเสียงสะท้อนจริง พิจารณาระยะเวลาที่เปิดดำเนินการ ประสบการณ์ของทีมงาน และสอบถามรุ่นพี่หรือครอบครัวที่เคยเข้าร่วมโครงการโดยตรง
4. ขอเอกสารยืนยันจากสถานศึกษาปลายทาง ต้องมีหนังสือตอบรับ (Letter of Acceptance) หรือหนังสือเชิญที่ระบุชื่อนักเรียน และหากเป็นไปได้ ให้ติดต่อสถานศึกษาปลายทางเพื่อยืนยันด้วยตนเอง
5. ขอดูตั๋วเครื่องบิน วีซ่า และกรมธรรม์ล่วงหน้า ผู้ปกครองควรได้รับรหัสการจองเที่ยวบินที่ตรวจสอบกับสายการบินได้ เอกสารวีซ่า และกรมธรรม์ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ ก่อนวันเดินทางอย่างน้อยหลายสัปดาห์
6. อย่าตัดสินที่ราคาอย่างเดียว โครงการที่ราคาต่ำกว่าตลาดมากผิดปกติ หรือเร่งให้โอนเงินเต็มจำนวนในเวลาสั้น ควรถือเป็นสัญญาณเตือน ควรชำระผ่านบัญชีนิติบุคคลขององค์กรและได้รับใบเสร็จทุกครั้ง ไม่โอนเข้าบัญชีส่วนตัว
7. ถามถึงระบบดูแลในประเทศปลายทาง ใครเป็นผู้รับนักเรียนที่สนามบิน ใครดูแลระหว่างโครงการ เบอร์ฉุกเฉินคืออะไร และมีแผนรองรับอย่างไรหากเกิดเหตุเจ็บป่วยหรือเที่ยวบินเปลี่ยนแปลง
โรงเรียนเป็นด่านแรกที่ผู้ปกครองให้ความไว้วางใจ เมื่อมีผู้เสนอโครงการให้นักเรียน โรงเรียนควรตรวจสอบสถานะองค์กรและเอกสารจากสถานศึกษาปลายทางก่อนประชาสัมพันธ์ แจ้งผู้ปกครองให้ชัดว่าโครงการนั้นเป็นของโรงเรียน ของหน่วยงานรัฐ หรือของเอกชน "หากคำตอบของคำถามง่ายๆ เหล่านี้ไม่ชัดเจน หรือผู้จัดเลี่ยงที่จะตอบ นั่นคือสัญญาณที่ควรหยุดคิดก่อนโอนเงิน องค์กรที่ดูแลเด็กอย่างจริงจังจะยินดีตอบทุกคำถาม เอเอฟเอส ประเทศไทย ยินดีให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองและโรงเรียน ด้วยความมุ่งมั่นเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชนไทยได้เปิดโลกทัศน์และเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมอย่างมีคุณภาพ เราหวังว่ากรณีนี้จะคลี่คลายโดยเร็ว และไม่มีครอบครัวใดต้องเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้อีก" วัชรพจน์ กล่าวทิ้งท้าย
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO