โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอเอฟเอส ประเทศไทย แนะแนวทางเลือกโครงการแลกเปลี่ยนไม่ให้ถูกหลอก

Manager Online

เผยแพร่ 56 นาทีที่แล้ว • MGR Online

เอเอฟเอส ประเทศไทย ขอส่งกำลังใจและแสดงความห่วงใยต่อนักเรียน ผู้ปกครอง และโรงเรียน ที่ได้รับความเสียหายจากกรณีการจัดคอร์สเรียนภาษาจีนระยะสั้นที่นครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งกำลังเป็นข่าวในขณะนี้ นักเรียนและผู้ปกครองจาก 11 โรงเรียน จำนวน 62 ราย ได้ชำระค่าเข้าร่วมโครงการคนละประมาณ 40,000 บาท มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1 ล้านบาท เมื่อถึงวันเดินทาง นักเรียนจำนวนมากต้องรออยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยไม่มีเที่ยวบินรองรับตามที่ได้รับแจ้ง ผู้จัดอ้างว่าตนเป็นข้าราชการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ขณะนี้ผู้เสียหายได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และ สพฐ. ยืนยันเบื้องต้นว่าโครงการดังกล่าวไม่ใช่โครงการของหน่วยงาน

เอเอฟเอส ประเทศไทย ขอร่วมเป็นกำลังใจให้นักเรียนทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ และขอแสดงความชื่นชมต่อการดำเนินการอย่างรวดเร็วของหน่วยงานภาครัฐ "โอกาสในการเรียนรู้และเปิดประสบการณ์ที่มาพร้อมความปลอดภัยของเด็กต้องมาก่อนราคา เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการสูญเสียเงิน แต่คือความฝันของเด็กๆ ที่ตั้งใจจะได้ไปเห็นโลกกว้าง และความไว้วางใจของพ่อแม่ที่มอบลูกให้อยู่ในความดูแลของผู้อื่น ภาพเด็กนั่งรออยู่ที่สนามบินโดยไม่มีใครดูแลเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับเยาวชนคนใดเลย ขอให้สังคมร่วมกันงดเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลและภาพใบหน้าของนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อคุ้มครองเยาวชนระหว่างที่การตรวจสอบยังดำเนินอยู่ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ขอความร่วมมือไว้” วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ ผู้อำนวยการใหญ่ เอเอฟเอส ประเทศไทย กล่าว

มาตรฐานที่ผู้ปกครองควรได้รับ บทเรียนจาก 65 ปีของ AFS ประเทศไทย

เอเอฟเอส ประเทศไทย เป็นองค์กรที่ส่งเยาวชนไทยไปใช้ชีวิตและศึกษาในต่างประเทศ และรับนักเรียนต่างชาติมาอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ไทย มาเกือบ 65 ปี ภายใต้เครือข่าย AFS Intercultural Programs ซึ่งมีรากฐานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1914 และจัดโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนมัธยมศึกษาต่อเนื่องนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ปัจจุบันดำเนินงานในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก สำหรับเอเอฟเอส ประเทศไทยมีผู้ผ่านการเข้าร่วมโครงการแล้ว 30,000 กว่าคน

"ผมเองเป็นศิษย์เก่า AFS ที่ได้ไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอุปถัมภ์ที่อิตาลีเมื่อปี 2539 ผมจึงเข้าใจดีว่าประสบการณ์ในต่างแดนเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งได้มากเพียงใด และเข้าใจดีว่าพ่อแม่ต้องการความมั่นใจแค่ไหนก่อนส่งลูกขึ้นเครื่อง ความปลอดภัยของนักเรียนจึงต้องมาก่อนทุกอย่าง" วัชรพจน์ กล่าว

มาตรฐานการดำเนินงานของเอเอฟเอส ประเทศไทย ได้แก่

•ดำเนินงานผ่านพันธมิตรอย่างเป็นทางการ ทุกโครงการประสานงานผ่านองค์กร AFS ในประเทศปลายทางและสถานศึกษาที่มีเอกสารรับรองถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ส่งต่องานให้นายหน้าที่ตรวจสอบไม่ได้

•การเตรียมตัวก่อนเดินทาง นักเรียนและผู้ปกครองผ่านการคัดเลือก การปฐมนิเทศ และค่ายเตรียมความพร้อม ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับปลายทาง ผู้ดูแล และช่องทางติดต่อฉุกเฉินก่อนออกเดินทาง

•ดูแลตลอดโครงการ มีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดูแลนักเรียนทั้งในประเทศไทยและประเทศปลายทาง มีระบบรับเรื่องฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และไม่มีนโยบายปล่อยหรือทิ้งนักเรียนไม่ว่ากรณีใด ซึ่งสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาถือเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญของเอเอฟเอส ประเทศไทย

•ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ นักเรียนทุกคนได้รับความคุ้มครองตลอดระยะเวลาโครงการ

•ความโปร่งใส ผู้ปกครองทราบรายละเอียดค่าใช้จ่ายและสิ่งที่ครอบคลุมล่วงหน้า สามารถปรึกษากับทีมงานของเอเอฟเอส ประเทศไทยได้ตลอด

"เราอยากให้ทุกครอบครัวรู้ว่ามาตรฐานขั้นต่ำที่ควรได้รับคืออะไร และกล้าตั้งคำถามกับทุกองค์กร รวมถึงเราด้วย" วัชรพจน์ กล่าวเพิ่มเติม

7 ข้อคิดก่อนเลือกโครงการแลกเปลี่ยนให้บุตรหลาน

เอเอฟเอส ประเทศไทย ขอแนะนำให้ผู้ปกครองและโรงเรียนตรวจสอบปัจจัยต่อไปนี้ก่อนชำระเงิน ทั้งโครงการระยะสั้นช่วงปิดภาคเรียนและโครงการระยะยาว

1. ตรวจสอบตัวตนขององค์กร ค้นหาเลขทะเบียนนิติบุคคลหรือมูลนิธิจากหน่วยงานรัฐ ดูงบการเงินและผลประกอบการ และต้องมีสำนักงานที่ตั้งจริงซึ่งผู้ปกครองเดินทางไปพบได้

2. อย่าเชื่อเพียงตำแหน่งหรือชื่อหน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้าง หากผู้จัดอ้างว่าเป็นข้าราชการหรือโครงการของหน่วยงานรัฐ ให้โทรสอบถามหน่วยงานนั้นโดยตรงจากเบอร์ทางการ ไม่ใช่เบอร์ที่ผู้จัดให้มา

3. ดูประวัติและเสียงสะท้อนจริง พิจารณาระยะเวลาที่เปิดดำเนินการ ประสบการณ์ของทีมงาน และสอบถามรุ่นพี่หรือครอบครัวที่เคยเข้าร่วมโครงการโดยตรง

4. ขอเอกสารยืนยันจากสถานศึกษาปลายทาง ต้องมีหนังสือตอบรับ (Letter of Acceptance) หรือหนังสือเชิญที่ระบุชื่อนักเรียน และหากเป็นไปได้ ให้ติดต่อสถานศึกษาปลายทางเพื่อยืนยันด้วยตนเอง

5. ขอดูตั๋วเครื่องบิน วีซ่า และกรมธรรม์ล่วงหน้า ผู้ปกครองควรได้รับรหัสการจองเที่ยวบินที่ตรวจสอบกับสายการบินได้ เอกสารวีซ่า และกรมธรรม์ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ ก่อนวันเดินทางอย่างน้อยหลายสัปดาห์

6. อย่าตัดสินที่ราคาอย่างเดียว โครงการที่ราคาต่ำกว่าตลาดมากผิดปกติ หรือเร่งให้โอนเงินเต็มจำนวนในเวลาสั้น ควรถือเป็นสัญญาณเตือน ควรชำระผ่านบัญชีนิติบุคคลขององค์กรและได้รับใบเสร็จทุกครั้ง ไม่โอนเข้าบัญชีส่วนตัว

7. ถามถึงระบบดูแลในประเทศปลายทาง ใครเป็นผู้รับนักเรียนที่สนามบิน ใครดูแลระหว่างโครงการ เบอร์ฉุกเฉินคืออะไร และมีแผนรองรับอย่างไรหากเกิดเหตุเจ็บป่วยหรือเที่ยวบินเปลี่ยนแปลง

โรงเรียนเป็นด่านแรกที่ผู้ปกครองให้ความไว้วางใจ เมื่อมีผู้เสนอโครงการให้นักเรียน โรงเรียนควรตรวจสอบสถานะองค์กรและเอกสารจากสถานศึกษาปลายทางก่อนประชาสัมพันธ์ แจ้งผู้ปกครองให้ชัดว่าโครงการนั้นเป็นของโรงเรียน ของหน่วยงานรัฐ หรือของเอกชน "หากคำตอบของคำถามง่ายๆ เหล่านี้ไม่ชัดเจน หรือผู้จัดเลี่ยงที่จะตอบ นั่นคือสัญญาณที่ควรหยุดคิดก่อนโอนเงิน องค์กรที่ดูแลเด็กอย่างจริงจังจะยินดีตอบทุกคำถาม เอเอฟเอส ประเทศไทย ยินดีให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองและโรงเรียน ด้วยความมุ่งมั่นเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชนไทยได้เปิดโลกทัศน์และเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมอย่างมีคุณภาพ เราหวังว่ากรณีนี้จะคลี่คลายโดยเร็ว และไม่มีครอบครัวใดต้องเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้อีก" วัชรพจน์ กล่าวทิ้งท้าย

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...