‘สาธิต’วอน นายกฯ ฟังรอบด้านแก้กม.สสส. ดึงสติยก ‘อธิปไตย’ แซะ WHO กระทบงานระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 26 ต ค. นายสาธิต ปิตุเตชะ อดีตรมช.สาธารณสุข ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกส่งถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเรื่อง ขอให้พิจารณาทบทวนแนวทางการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับแหล่งรายได้ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สืบเนื่องจากกรณีผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) มีหนังสือถึงท่านนายกฯ โดยตรงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว
นายสาธิต ระบุว่า ตนยังจดจำคำกล่าวของท่านเมื่อครั้งที่ท่านดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุขได้เป็นอย่างดีว่า ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับในเวทีโลก จนผู้แทนไทยสามารถเข้าร่วมเวทีนานาชาติได้อย่างสง่าผ่าเผยและภาคภูมิใจ ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากระบบรักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค โดยมี สสส. เป็นหนึ่งในกลไกสนับสนุนที่สำคัญ แม้งบประมาณของ สสส. จะมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับงบประมาณรวมของกระทรวงสาธารณสุข
ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง รมช.สาธารณสุข ท่านได้มอบหมายให้ตนทำหน้าที่รองประธานกรรมการกองทุน สสส. และเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการเป็นประจำ ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ตนเข้าใจบทบาทของ สสส. ว่าเป็นกลไกสนับสนุนภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ไม่ใช่หน่วยงานที่ต้องดำเนินทุกโครงการด้วยตนเอง
งบประมาณของ สสส. ช่วยหนุนเสริมภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้วบางส่วน ทั้งกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต ตลอดจนหน่วยงานท้องถิ่นและภาคประชาสังคม ในประเด็นสำคัญ เช่น การออกกำลังกาย โภชนาการ สุขภาพจิต และความปลอดภัยทางถนน จึงไม่ควรมองว่า สสส. ทำงานแยกขาดจากภารกิจของรัฐ
เมื่อพิจารณารายได้ของ สสส. จากเงินบำรุงตามกฎหมายซึ่งอยู่ในระดับประมาณสี่พันล้านบาทต่อปี เทียบกับงบประมาณแผ่นดินระดับหลายล้านล้านบาท ตนยังไม่เห็นเหตุผลเพียงพอที่จะเปลี่ยนหลักการจัดหารายได้ของ สสส. จากแหล่งเงินตามกฎหมายไปเป็นการพึ่งพาการจัดสรรงบฯ ของรัฐบาลเป็นหลัก สิ่งที่ควรให้ความสำคัญควบคู่กัน คือการยกระดับประสิทธิภาพการใช้จ่ายภาครัฐ ป้องกันความรั่วไหล และวัดผลสัมฤทธิ์อย่างชัดเจน
ตนเข้าใจว่าความเป็นอิสระของ สสส. ทำให้ฝ่ายบริหารไม่อาจสั่งให้ดำเนินโครงการเฉพาะได้โดยตรงทุกกรณี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังสามารถมอบทิศทางเชิงนโยบายผ่านประธานกรรมการและกลไกที่กฎหมายกำหนด เช่น การลดอุบัติเหตุทางถนน ความปลอดภัยด้านอาหาร และการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย โดย สสส. สามารถพิจารณานำไปสู่แผนงานตามภารกิจและหลักเกณฑ์ของกองทุนได้ หากมีข้อห่วงใยเรื่องความโปร่งใสหรือประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ รัฐบาลสามารถใช้กลไกตรวจสอบตามกฎหมาย รวมถึงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและการประเมินผลจากภายนอก เพื่อค้นหาปัญหาและปรับปรุงอย่างตรงจุด การตรวจสอบให้เข้มแข็งย่อมทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ทั้งหมดจนกระทบความต่อเนื่องของเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ
สำหรับกรณีที่มีการกล่าวถึงหนังสือแสดงความคิดเห็นขององค์การอนามัยโลก ต่อแนวทางแก้ไขกฎหมาย สสส. ตนเห็นว่าควรแยกให้ชัดระหว่าง “ข้อเสนอแนะทางวิชาการ” กับ “การแทรกแซงอำนาจอธิปไตย” หากหนังสือมีสาระเป็นการให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา ย่อมไม่ได้หมายความว่าองค์การอนามัยโลก มีอำนาจบังคับให้ประเทศไทยต้องปฏิบัติตาม การตัดสินใจยังเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติไทย ตนจึงห่วงใยว่าการสื่อสารที่นำประเด็นอธิปไตยมาเชื่อมโยงกับข้อเสนอแนะดังกล่าว อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและกระทบบรรยากาศความร่วมมือระหว่างประเทศโดยไม่จำเป็น
ด้วยเหตุนี้ ตนใคร่ขอให้ท่านนายกฯ พิจารณาทบทวนแนวทางการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับแหล่งรายได้ของ สสส. อย่างรอบคอบ รับฟังข้อเท็จจริงและความคิดเห็นจากทุกฝ่าย พร้อมทั้งใช้กลไกตรวจสอบและประเมินผลที่มีอยู่เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด โดยคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชนและความร่วมมืออันดีระหว่างประเทศไทยกับนานาชาติ
"ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่ได้นำเสนอมานี้ ผมมีเจตนาเพื่อที่จะคงไว้ซึ่งความภาคภูมิใจในการที่ระบบสาธารณสุขไทยได้รับการยอมรับจากนานาชาติ รวมถึงองค์การอนามัยโลก ที่มีต่อประเทศไทยด้วยดีเสมอมา" นายสาธิต กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นอดีตรมช.สาธารณสุข ในช่วงที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
และรมว.สาธารณสุข.