อิทธิพลของคนโกง
“ผมไม่ต้องการล้มรัฐบาลชุดนี้ แต่ให้อยู่ไม่เป็นสุข”
นั้นคือคำประกาศของ "สนธิ ลิ้มทองกุล" ก็ว่ากันไป…
สรุปคือต้องรอวันที่ ๑๔ กันยายน วันที่ กกต.จะเอาไงกับคดีฮั้ว สว. "สนธิ" บอกว่าหากผลการพิจารณาคดีฮั้ว สว.ออกมาเป็นไปตามแนวทางมติ ๕ ต่อ ๒ ของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ ๓๖ เป็นการตัดตอนผู้เกี่ยวข้องระดับสูง ก็จะมีความเคลื่อนไหวภายในสัปดาห์ดังกล่าว
ก็เหนื่อยนะครับ ถ้า…ทำให้รัฐบาลอยู่ไม่เป็นสุข โดยที่ไม่ไล่รัฐบาล แล้วประชาชนจะอยู่กันแบบไหน
ปัญหาที่ "สนธิ" พูดถึง ล้วนเป็นปัญหาคอร์รัปชัน
ภาษาชาวบ้านคือ "โกง"
ไม่ว่าจะกักตุนน้ำมัน
การสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
กรณีที่ดินเขากระโดง
ฮั้ว สว.
“ทุนเทา”
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัญหาเกาะกินประเทศทั้งสิ้น
แล้วใครต้องรับผิดชอบ?
การโกงในประเทศไทยเกิดขึ้นตลอดเวลา
นักการเมืองโกง ประชาชนโกง นักธุรกิจโกง นักวิชาการโกง พระสงฆ์ก็ยังโกง
อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยครับ "สื่อ" ก็โกง
ถ้าจะปราบให้หมดในเร็ววันเห็นทีจะยาก
ที่ยากเพราะยังหาคนนำที่มีความน่าเชื่อถือยังไม่ได้
การเมืองมันแบ่งเป็นสี แต่ละสีมีความเชื่อของตัวเอง
หาจุดกึ่งกลางที่ลงตัวทุกฝ่ายยังไม่ได้
วลี "ประชาชนเป็นแบบไหน ผู้นำเป็นแบบนั้น" ยังคงนำมาใช้ได้เสมอ
ผู้นำมักสะท้อนค่านิยม วัฒนธรรม หรือความคาดหวังของคนส่วนใหญ่ในสังคมนั้นๆ
บางครั้ง หรือบ่อยครั้งที่ประชาชนเลือกผู้นำผิด ก็สามารถแก้ตัวได้ด้วยการเลือกตั้ง
ตั้งแต่ระบอบทักษิณเข้ามามีอำนาจ เราผ่านเรื่องนี้มาหลายรอบ และประชาชนเสียงส่วนใหญ่ก็แสดงให้เห็นทุกครั้งว่า รัฐบาลที่เขาต้องการ นายกรัฐมนตรีที่เขาอยากได้เป็นเช่นไร
ทักษิณ ชินวัตร
สมัคร สุุนทรเวช
สมชาย วงศ์สวัสดิ์
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เศรษฐา ทวีสิน
แพทองธาร ชินวัตร
และ อนุทิน ชาญวีรกูล
คนเหล่านี้ล้วนมาจากการเลือกโดยทางอ้อมของประชาชน
ประชาชนเลือก สส.
สส.ไปเลือกนายกรัฐมนตรี
ส่วนประชาชน มีเหลือง แดง
แดงวูบ ส้มมา
เหลืองเบี้ยหัวแตก เป็นฟ้า เป็นน้ำเงิน บางส่วนไปส้ม
วันนี้สีเริ่มปรับใหม่อีกครั้ง
น้ำเงินเป็นเป้าใหญ่
ส้ม ฟ้า เหลืองเดิม กำลังจะกลายเป็นพันธมิตรจำเป็น เพราะมีเป้าเดียวกันคือ ชำแหละน้ำเงิน
ยกตัวอย่าง "จรัล ดิษฐาอภิชัย" โพสต์ข้อความตอบรับท่าที "สนธิ" ได้น่าสนใจ
"…ผมมีท่าทีบวก เข้าร่วมหรือสนับสนุนการต่อสู้ของประชาชนกลุ่มต่างๆ เสมอมา ไม่ขึ้นกับใครเป็นผู้นำ แต่จากความคิดอุดมการณ์ โดยดูเป้าหมาย คำขวัญเป็นหลัก คราวสนธินำไล่ทักษิณชูคำขวัญ 'สู้เพื่อในหลวง'ผมไม่เข้าร่วม
ครั้งนี้ ทวงคืนประเทศไทย พอรับได้ ครับ คุณสนธิ นกเขา ชัยพิชิตmy old friends…"
ไม่ได้หมายความว่า "สนธิ" จะเออออตามนั้น
แต่การมีเป้าหมายเดียวกันย่อมเป็นพันธมิตรแม้จะไม่อยากเป็นก็ตาม
นี่เป็นแนวคิดคลาสสิกที่มักเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่บุคคลหรือกลุ่มคนที่มีความแตกต่างกัน หันมาร่วมมือกันชั่วคราวหรือถาวร
เพราะมี ผลประโยชน์หรือจุดมุ่งหมายสูงสุดร่วมกัน
ตรงกับสุภาษิตภาษาอังกฤษที่ว่า "The enemy of my enemy is my friend"
ศัตรูของศัตรูคือมิตรของเรา
แต่สาระมิได้อยู่ตรงนี้
มันอยู่ที่ประเทศไทยจะหลุดพ้นจากคนโกงได้อย่างไร
ทำอย่างไรให้ "คนโกง" ไม่สามารถใช้อิทธิพลใดๆ มาชี้นำประชาชน
เพราะความที่จิ้มไปตรงไหนก็มีคนโกง ความคาดหวังเรื่องปราบคอร์รัปชันจึงมาอันดับหนึ่งในทุกโพลเสมอ
เลือกตั้งแต่ละครั้ง มีประชาชนตั้งคำถามเช่นกันว่า พรรคการเมืองที่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องคอร์รัปชัน มีรัฐมนตรีถูกจำคุก บ้างก็หนีไปต่างประเทศ แต่พรรคการเมืองนั้นกลับนำเสนอนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันเป็นจุดขายหลักในการหาเสียง
อดีตนักการเมืองบางคนที่ติดคุกเพราะคดีโกงเลือกตั้งผันตัวเป็นนักวิจารณ์การเมือง ออกมาด่าเรื่องคอร์รัปชัน เราก็เห็นกันแล้ว
คนโกงจะอาสาปราบโกง!
ความ "จริงใจ" จึงเป็นคำถามตัวโตๆ ว่า ต่อต้านเรื่องโกงจริงหรือ
หรือมีวาระซ่อนเร้นอย่างอื่น
วันนี้เบื่อแล้วกับสโลแกนที่ว่า “คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต”
เพราะขนาดไม่ทน ยังมีโกงเต็มเมือง
ปราบโกงในประเทศไทยต้องทำอย่างไร
ปวดกบาลครับไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี
ลองถาม AI ดู AI มีคำตอบครับ
"การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยการปฏิรูปโครงสร้างเชิงระบบร่วมกับการผลักดันจากภาคประชาชน โดยสามารถแบ่งแนวทางปฏิบัติออกเป็น ๔ ด้านหลัก
๑.การปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
๒.การใช้เทคโนโลยีและเปิดเผยข้อมูล ระบบการจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส
๓.การสร้างกลไกคุ้มครองและการมีส่วนร่วมของประชาชน กฎหมายคุ้มครองพยานและผู้แจ้งเบาะแส
และ ๔.การปรับวัฒนธรรมและค่านิยมในสังคมยกเลิกระบบอุปถัมภ์"
แต่…ดูเหมือนว่า AI จะยังตามหลัง คนโกง อยู่
เพราะ "คนโกง" ยังมีอิทธิพลอยู่ในสังคมไทย.