โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สงสารยาย! ป่วยมะเร็ง ถูกลูกบุญธรรม ที่รับมาเลี้ยงตั้งแต่เล็ก สุดท้ายฮุบทุกอย่าง แถมยังไล่ออกจากบ้านอีก

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Kong
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 คุณยายวัย 85 ปี ป่วยมะเร็งปอด จาก จ.อุบลราชธานี ร้องขอความช่วยเหลือ หลังเจอเรื่องสุดเจ็บปวดในช่วงบั้นปลายชีวิต เมื่อลูกบุญธรรมวัย 50 ปี ซึ่งเลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุเพียงขวบเศษ ๆ และส่งเสียจนเรียนจบปริญญาโท กลับนำทรัพย์สิน

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 คุณยายวัย 85 ปี ป่วยมะเร็งปอด จาก จ.อุบลราชธานี ร้องขอความช่วยเหลือ หลังเจอเรื่องสุดเจ็บปวดในช่วงบั้นปลายชีวิต เมื่อลูกบุญธรรมวัย 50 ปี ซึ่งเลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุเพียงขวบเศษ ๆ และส่งเสียจนเรียนจบปริญญาโท กลับนำทรัพย์สินและเอกสารต่าง ๆ ไป จนตัวเองต้องเผชิญทั้งปัญหาหนี้สินและคดีบุกรุกบ้านของตัวเอง

คุณยาย เล่าว่า เธอรับลูกบุญธรรมมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็ก ดูแลอย่างดีเหมือนลูกแท้ ๆ ทั้งเลี้ยงดูและส่งเสียเรื่องการศึกษาจนเรียนจบถึงระดับปริญญาโท เพราะหวังว่าเมื่อแก่ตัวลงจะได้พึ่งพาอาศัยกัน แต่ในช่วงที่คุณยายกำลังป่วยเป็นมะเร็งปอด และมีปัญหาสายตาพร่ามัว กลับเกิดเรื่องไม่คาดคิด โดยลูกบุญธรรมนำเอกสารมาให้เซ็น พร้อมบอกว่าจะนำไปดำเนินการเรื่องเงินช่วยเหลือเกษตรกร คุณยายจึงเซ็นให้โดยไม่ได้คิดว่าจะเกิดปัญหาตามมา

หลังจากนั้น คุณยายระบุว่า โฉนดที่ดินหลายแปลงถูกนำไปขายฝากจนหลุดจำนอง ขณะเดียวกันทรัพย์สินอย่างรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมถึงเงินสด 60,000 บาท ที่เธอเก็บไว้สำหรับนำไปใช้รักษาโรคมะเร็ง ก็ถูกนำออกไปด้วย จนมีกลุ่มนายทุนมาติดตามทวงหนี้ถึงบ้าน ทำให้คุณยายต้องหนีไปพักอยู่กับหลานอีกคนเป็นการชั่วคราว เพราะเกิดความหวาดกลัว

เมื่อกลับมาอยู่บ้านอีกครั้ง คุณยายยังถูกลูกบุญธรรมและกลุ่มนายทุนตามมาทวงหนี้ ก่อนจะถูกแจ้งความในข้อหาบุกรุก จนเกิดคำถามตามมาว่า คนแก่ที่อยู่ในบ้านของตัวเอง เหตุใดจึงกลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกบ้านตัวเอง และสิ่งที่ทำให้คุณยายเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่เพียงเรื่องทรัพย์สิน แต่เป็นความรู้สึกว่าคนที่เธอรักและเลี้ยงดูมาเหมือนลูกแท้ ๆ กลับมาทำร้ายกันในวันที่ตัวเองแก่ชราและกำลังป่วยเป็นมะเร็ง โดยคุณยายต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยตรวจสอบว่า ทรัพย์สินและที่ดินถูกโอนไปได้อย่างไร ใครเป็นผู้ดำเนินการ รวมถึงตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีบุกรุก เพราะเอกสารส่วนตัวของเธอถูกนำไปทั้งหมด

ก่อนที่ต่อมา เพจเฟซบุ๊ก เจ๊ม้อย v+ เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราวของยายแดง โดยระบุว่า ยายแดงเป็นชาว อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี และเมื่อประมาณ 48 ปีก่อน ขณะอาศัยอยู่กรุงเทพฯ ได้พบเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่กลางแดด จึงเข้าไปสอบถามและทราบว่าเป็นลูกของคนงานก่อสร้างในบริเวณนั้น

ด้วยความเอ็นดู ประกอบกับยายไม่สามารถมีบุตรได้ จึงขอรับเด็กคนดังกล่าวมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม และดำเนินการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนจะเลี้ยงดูส่งเสียอย่างดีจนเรียนจบปริญญาโท ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของยายมาตลอด

ช่วงที่ยายแดงป่วยทั้งมะเร็งปอดและต้อกระจก ลูกบุญธรรมได้เข้ามาให้เซ็นหนังสือมอบอำนาจ โดยอ้างว่าจะนำไปดำเนินการรับเงินช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ก่อนที่โฉนดที่ดิน รวมถึงเอกสารสำคัญอย่างเอกสารจดทะเบียนบุตรบุญธรรม ทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน จะถูกนำออกไป

นอกจากนี้ ยังมีการระบุถึงที่ดิน 5 ไร่บริเวณร้านขายทุเรียน ซึ่งยายเข้าใจมาตลอดประมาณ 3 ปีว่ามีคนเช่า แต่ภายหลังเพจระบุว่า ที่ดินดังกล่าวถูกขายขาดไปแล้ว รวมถึงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเงินสด 60,000 บาทที่ยายเก็บไว้สำหรับซื้อยารักษามะเร็ง

จากนั้น เมื่อมีกลุ่มนายทุนมาติดตามทวงหนี้ ยายแดงจึงต้องออกจากบ้านไปอยู่กับหลานสาวในตัวเมืองอุบลราชธานี ก่อนจะกลับมาที่บ้านแล้วพบว่ากุญแจรั้วถูกเปลี่ยน จึงต้องจ้างช่างมาตัดกุญแจเพื่อเข้าไปอยู่ แต่กลับถูกแจ้งความในข้อหาบุกรุก ยายแดงต้องอยู่บ้านเพียงลำพังและไม่มีเงินเพียงพอสำหรับซื้อยารักษามะเร็ง จึงต้องนำข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านออกมาวางขายเพื่อประทังชีวิต โดยมีหลาน ๆ คอยช่วยเหลือ

ยายแดงระบายความรู้สึกด้วยความเสียใจว่า หัวใจของแม่แตกสลาย ไม่คิดว่าคนที่รักและเลี้ยงดูมานานกว่าครึ่งชีวิตจะกลับมาทำร้ายกัน เรื่องที่เกิดขึ้นจึงเป็นบาดแผลครั้งใหญ่ในช่วงบั้นปลายชีวิตของตัวเอง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...