โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมายเรียก‘นายธีรุตม์-เรืองเดช’

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 4.27 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ออกหมายเรียก "อธิบดี สถ.-ผอ.สำนักทดสอบฯ มศว" เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น นายกฯ แจง 7 แอ็กชัน ใครทําผิดไม่มีทางที่จะหลุด ข้อมูลทุกอย่างเชื่อมโยงกัน "อาสพลธ์" บุก สถ. 31 ก.ค.นี้ ตรวจห้องอธิบดี-ดูตู้เซฟเก็บแฟลชไดร์ฟ-เช็กคอมพ์ ผอ. ลุยต่อล้างบางทุจริตสอบท้องถิ่น จ่อชงขึ้นแบล็กลิสต์ มศว

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้รายงานผลต่อนายกฯ แล้วจะมีแอ็กชันอย่างไรต่อไปว่า "น้องติดตามข่าวบ้างหรือเปล่า แอ็กชันแรกมีการย้ายผู้บริหารกรมปกครองท้องถิ่นไปประจําสํานักงานปลัดกระทรวง

แอ็กชันที่สอง ตั้งรองปลัดกระทรวงมหาดไทยสอบสวนข้อเท็จจริง แอ็กชันสาม ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับผู้ที่คาดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง แอ็กชันที่สี่ ตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กํากับดูแลการทุจริตครั้งนี้ แอ็กชันที่ห้า ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และตํารวจติดตามออกหมายจับออกหมายเรียก และจับกุมผู้ที่ถูกกล่าวหา

แอ็กชันที่หก คณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ประชุมและมีมติยกเลิกการประกาศผล โดยแจ้งไปยังจังหวัดต่างๆ แอ็กชันที่เจ็ด เดี๋ยวคอยดู เดี๋ยวจะมีการออกหมายเรียกหรือหมายจับ ผู้ที่ทําการสอบสวนพบเส้นทางการเงิน การกระทําและการติดต่อเชื่อมโยง แล้วทําไมบอกว่าไม่ทําอะไร"

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล การที่ กสถ.ยกเลิกประการผลสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 ถือว่ารับผิดชอบเพียงพอหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ในส่วนของเขา เขาก็มีอำนาจหน้าที่ของเขา ส่วนการดําเนินคดีเป็นหน้าที่ของตํารวจ ป.ป.ช.และคณะกรรมการชุดนายปกรณ์ เพราะฉะนั้นใครทําผิดไม่มีทางที่จะหลุด ข้อมูลทุกอย่างเชื่อมโยงกัน

ด้านนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร นัดเข้าพบนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และข้าราชการของ สถ.ในวันที่ 31 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น. เพื่อหารือและติดตามการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

เขากล่าวว่า กมธ.จะไปดูสถานที่จริงและติดตามเกี่ยวกับกระบวนการจัดเก็บผลสอบในสถานที่จริง ตั้งแต่การรับแฟลชไดร์ฟในห้องทำงานของอธิบดี สถ. รวมถึงการตรวจเครื่องคอมพิวเตอร์ของ น.ส.บุรณี แพรโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งต้องการไปดูสถานที่จริงขั้นตอนจริง อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องว่ามีปัญหาการหละหลวมในเรื่องอะไร

นายอาสพลธ์ยังมีแนวคิดเสนอส่งเรื่องไปยังกรมบัญชีกลางให้ขึ้นแบล็กลิสต์ มศว ในการประมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพราะเหตุผลว่าเป็นผู้ที่ทิ้งงานหรือทำงานไม่แล้วเสร็จ โดยปกติยังไม่เคยมีเหตุการณ์ขึ้นแบล็กลิสต์การจัดซื้อจัดจ้างระหว่างรัฐกับรัฐ ซึ่งการเข้าพบข้าราชการ สถ.ครั้งนี้ จะให้กำลังใจข้าราชการที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาจากเหตุการณ์ทุจริตสอบในครั้งนี้

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) มีรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีทุจริตการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ได้ประชุมพิจารณาการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่กลุ่มข้าราชการและพนักงานเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว โดยพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการออกหมายเรียกผู้ต้องหารวม 13 ราย ให้เดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำภายในสัปดาห์นี้ หากไม่มาพบตามกำหนดนัดจะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 13 ราย แบ่งออกเป็นข้าราชการระดับสูง 2 ราย ได้แก่ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ส่วนผู้ต้องหาอีก 11 ราย ประกอบด้วย กลุ่มข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพนักงานบริษัทเอกชน ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นจับกุมได้ภายในบ้านพักย่านจังหวัดนนทบุรี ขณะกำลังร่วมขบวนการแก้ไขกระดาษคำตอบ ถูกออกหมายเรียกในข้อหาร่วมกันเป็นอั้งยี่และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง

รายงานข่าวจากการสอบสวนเปิดเผยถึงพฤติการณ์ว่า พยานหลักฐานมีความเชื่อมโยงถึงข้าราชการระดับสูงทั้ง 2 รายอย่างชัดเจน โดยพบว่ามีการใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ทางราชการในการอำนวยความสะดวก เพื่อให้กลุ่มขบวนการเข้าถึงข้อมูลการสอบ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การซัดทอดของ ดร.วิน หรือนายอัศวิน โชติพนัง ที่ระบุว่าได้รับคำสั่งจาก จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม สองผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้า ให้ไปประสานงานกับ ผศ. ดร.เรืองเดช ในฐานะผู้ดูแลจัดเก็บกระดาษคำตอบ เพื่อนำกระดาษคำตอบออกมาส่งมอบให้กลุ่มผู้แก้ไขคะแนน 11 รายที่บ้านพักใน จ.นนทบุรี

นอกจากนี้ ดร.วินยังได้ประสานงานกับนายธีรุตม์ ในฐานะผู้จัดจ้างให้มีการจัดสอบและเป็นผู้ถือครองเฉลยข้อสอบ เพื่อนำเฉลยดังกล่าวมาส่งต่อให้กลุ่มขบวนการใช้ประกอบการแก้ไขคะแนนสอบต่อไป

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์กล่าวถึงการยุบหน่วยงานซ้ำซ้อนที่จะเริ่มต้นในเดือน ก.ย.นี้ ประเดิมด้วยสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานแรก รวมไปถึงสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ว่า ยังไม่ได้ยุบ กำลังศึกษาอยู่ ซึ่งนอกจาก ป.ย.ป.และธนาคารที่ดิน ยังมีองค์การมหาชนอีก 3-4 แห่งที่ไม่ผ่านการประเมินมาหลายปี และยังไม่มีการยุบหน่วยงานสักที ส่วนรายชื่อขององค์การมหาชนนั้น ขอให้ไปสอบถามกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกระทบกับบรรดาข้าราชการในหน่วยงานหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า จะทำให้ดีที่สุดไม่ให้มีการกระทบ และต้องดูแลข้าราชการที่ทำงานในองค์การมหาชนซึ่งมี 2-3 ทางเลือก เช่น การย้ายไปอยู่หน่วยงานอื่น โดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ และกระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะใช้เวลานานอยู่

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ประเด็นนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอแนวทางการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ และอาจจะยุบบางหน่วยงานที่มีความซ้ำซ้อนว่า เป็นลำดับขั้นตอนที่ผิด ควรต้องคิดเรื่องยุบหรือรวมหน่วยงานก่อน แล้วสุดท้ายเมื่อเหลือแค่ไหนค่อยไปทำเออร์ลีไทร์ แต่กลายเป็นว่าเมื่อโครงการไม่ได้ผล ไปเอาอันโน้นออก หรือมีแรงกดดันจากห้องกรรมาธิการที่มีการพูดเยอะเกี่ยวกับหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน และตามกระแสสังคมและอยู่ดีๆ ก็หยิบจับหน่วยงานมายุบรวม มองว่าเป็นการลูบหน้าปะจมูก เสนอแนะว่าจะต้องทบทวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง หรือศึกษาก่อนเป็นระยะเวลา 6-12 เดือน เพราะยังไม่ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณทันที และมาตรการที่มีอยู่ยังไม่ได้ช่วยทำให้งบประมาณปี 2571 กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ดังนั้นไม่ต้องรีบร้อนรีบรนออกมาตรการเช้าอันเย็นอันแบบนี้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...