โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“นิพนธ์”เบรกม็อบ“นิคมจะนะ”ลั่นต้องเคารพ SEA อย่ามองข้ามเสียงสังคม

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ปมร้อนโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังปรากฏความเคลื่อนไหวจากภาคประชาชน 2 ฝ่ายที่มีจุดยืนแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยฝ่ายหนึ่งเตรียมเดินหน้าคัดค้าน ขณะที่อีกฝ่ายประกาศระดมมวลชนสนับสนุนโครงการ ท่ามกลางการเตรียมความพร้อมรับการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ในพื้นที่ จ.สงขลา ระหว่าง 31 ส.ค. - 1 ก.ย. 2569

โดยเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ซึ่งมีจุดยืนคัดค้านโครงการ เตรียมจัดเวทีเสวนาครั้งใหญ่ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประเมินสถานการณ์ ก่อนพิจารณาท่าทีว่า จะเดินหน้ายื่นหนังสือคัดค้านต่อนายกรัฐมนตรีในช่วงการประชุม ครม.สัญจรหรือไม่

ขณะเดียวกัน กลุ่มชุมชนจะนะต้นแบบ ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนโครงการ เตรียมระดมประชาชนประมาณ 500-1,000 คน เพื่อยื่นหนังสือสนับสนุนโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะต่อศูนย์ดำรงธรรมส่วนหน้า ในวันที่ 1 กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่คณะรัฐมนตรีมีกำหนดประชุมในพื้นที่

โดยกลุ่มดังกล่าวยืนยันว่า การสนับสนุนโครงการไม่ได้หมายถึงการเปิดทางให้การพัฒนาเดินหน้าโดยปราศจากเงื่อนไข แต่ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างแท้จริง และหากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ก็พร้อมเปลี่ยนจุดยืนจากฝ่ายสนับสนุนเป็นฝ่ายคัดค้าน

ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นทำให้โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะกำลังกลายเป็นจุดปะทะทางความคิดระหว่าง “การพัฒนาเศรษฐกิจ” กับ “การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชน” อีกครั้ง โดยทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่ากำลังสะท้อนเสียงของประชาชนในพื้นที่ ขณะที่รัฐบาลต้องเผชิญโจทย์สำคัญในการบริหารความเห็นต่างไม่ให้ลุกลามไปสู่ความขัดแย้งบนท้องถนน

ายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงจุดยืนว่า ไม่เห็นด้วยกับการจัดม็อบ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุนหรือฝ่ายคัดค้าน โดยเห็นว่า ประเด็นสำคัญควรกลับมาอยู่ที่การเคารพกระบวนการที่ดำเนินการมาแล้ว โดยเฉพาะการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment)

นายนิพนธ์ ระบุว่า การจัดทำ SEA โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ใช้ระยะเวลาศึกษาร่วมประมาณ 4 ปี ใช้งบประมาณเกือบ 30 ล้านบาท และมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า 7,000 คน มากกว่า 50 เวที ก่อนที่ผลการศึกษาจะเข้าสู่กระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นเจ้าของงบประมาณและผู้ว่าจ้าง ได้นำเสนอผลการศึกษาเข้าสู่คณะรัฐมนตรี และ ครม.ได้ให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา

“วันนี้เราต้องเคารพ SEA เพราะผ่านการฟังความเห็นทุกฝ่ายและผ่านการรับทราบของ ครม.แล้ว” นายนิพนธ์กล่าว พร้อมย้ำว่า การกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ ควรยึดกระบวนการที่ผ่านการศึกษาและการมีส่วนร่วม ไม่ควรปล่อยให้การเผชิญหน้าของมวลชนกลายเป็นเครื่องมือกำหนดอนาคตของพื้นที่

อย่างไรก็ตาม นายนิพนธ์ ย้ำว่า การผ่านกระบวนการ SEA ไม่ได้หมายความว่า โรงงานทุกประเภทจะสามารถเข้ามาตั้งในพื้นที่ได้โดยอัตโนมัติ เพราะการอนุญาตโครงการแต่ละประเภท ต้องเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนด โดยเฉพาะโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA (Environmental Impact Assessment) ซึ่งต้องผ่านกระบวนการประเมินผลกระทบก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการอนุญาต

“ส่วนใครจะไปทำโรงงานประเภทไหนต้องทำ EIA มีกฎหมายกำหนดไว้ ต้องเคารพสังคมส่วนรวมด้วย” นายนิพน ธ์กล่าว

จุดยืนดังกล่าวสะท้อนว่า แม้จะมีการกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ผ่าน SEA แล้ว แต่ไม่ได้เป็นใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินโครงการอุตสาหกรรมได้โดยไม่มีเงื่อนไข ทุกโครงการยังต้องถูกพิจารณาตามประเภท ขนาด และผลกระทบ รวมถึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...