โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อ๋อย’ จี้ ‘กกต.’ สรุปคดีฮั้วสว. ถ้าทำหลักฐานข้อสงสัยสังคมตกน้ำ อาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมา

ไทยโพสต์

อัพเดต 31 สิงหาคม 2569 เวลา 21.00 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จาตุรนต์ สะกิด กกต.รวบรวมพยานหลักฐานคดีฮั้วสว.ส่งศาลแบบตรงไปตรงมาไม่ออมมือ ถ้าตัดสินใจแบบที่ไม่สอดคล้องกับความรู้สึกของสังคมที่ต่างรับรู้ข้อมูลหลักฐาน อาจจะเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมา

31 ส.ค.2569-นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย(พท.) โพสต์เฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang ระบุว่า กรณที่เรียกกันว่า “ฮั้วสว.“ กำลังอาจจะมีผลกระทบรุนแรงต่อผู้เกี่ยวข้องและองค์กรต่างๆทั้งระบบตั้งแต่วุฒิสภา รัฐบาล พรรคการเมืองและกกต. รวมทั้งองค์กรอิสระอื่นๆ

การที่กกต.จะตัดสินใจดำเนินคดีกับใครบ้างกำลังเป็นหมุดหมายสำคัญ และเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของบ้านเมืองที่อาจจะนำไปสู่การคลี่คลายแก้ไขปัญหาได้ระดับหนึ่ง “หรืออาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งเป็นความเสียหายต่อประเทศชาติก็ได้”

ระหว่างที่ก็กกต.ยื้อเรื่องการส่งศาลมานาน มีการนำข้อมูลพยานหลักฐานมากมายมาเปิดเผยต่อสาธารณชนจนกระทั่งผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าเป็นความจริง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จำนวนไม่น้อยก็เคยมีการเปิดเผยในช่องทางและโอกาสอื่นมาบ้างแล้ว แทนที่กกต.จะตอบสนองด้วยความกระตือรือร้นรับเอาข้อมูลพยานหลักฐานไปใช้ให้เป็นประโยชน์ กลับตั้งคำถามว่าผู้ที่มาเปิดเผยได้ข้อมูลมาอย่างไร ถูกกฎหมายหรือไม่ และในที่สุดก็ถึงกับดำเนินคดีกับผู้เปิดเผยข้อมูล

กลายเป็นว่าผู้ที่สังคมเชื่อไปแล้วว่ากระทำผิดอาจไม่ถูกดำเนินคดี แต่ผู้ช่วยที่ช่วยเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำให้เกิดความถูกต้องกลับเป็นฝ่ายถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรง เรื่องจึงบานปลาย เหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้าย ทำลายความน่าเชื่อถือที่ กกต. มีน้อยอยู่แล้วให้น้อยลงไปอีก หรืออาจจะเรียกว่าหมดไปเลยก็ได้

ที่น่าสนใจคือการที่อดีตกรรมการองค์กรอิสระที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการทุจริต อดีตผู้พิพากษาอาวุโส รวมทั้งเนติบริกรที่เคยมีส่วนประคับประคองระบบนี้ ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์บทบาท กกต.ปัจจุบันอย่างรุนแรง บางท่านเสนอให้เปลี่ยนบทบาทหน้าที่ บ้างก็เสนอให้ปรับปรุงที่มาของกกต. รวมไปถึงการเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

พูดอีกแบบก็คือระบบตามรัฐธรรมนูญที่ถูกกำหนดและกำกับแทรกแซงมาตลอดโดยคณะรัฐประหารได้เติบโตพัฒนามาถึงจุดที่ผู้คนจำนวนมากเห็นว่าเป็นปัญหาอย่างมาก รวมทั้งผู้ที่เคยมีส่วนร่วมออกแบบสร้างและรักษาระบบนี้เองก็ทนไม่ได้กันแล้ว

เวลามี “ขาใหญ่” ออกโรงกันมากๆ เรื่องก็ยิ่งดูมีสีสัน ชวนให้ติดตามมากขึ้น

ถ้ากกต.รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งศาลแบบตรงไปตรงมาไม่ออมมือ สังคมก็อาจจะรูสึกผ่อนคลายลงบ้างและให้เวลารอคอยติดตามการดำเนินคดีกันต่อไป แต่ถ้ากกต.เกิดทำข้อมููลหลักฐานจำนวนมากตกน้ำหายไป และตัดสินใจแบบที่ไม่สอดคล้องกับความรู้สึกของสังคมที่ต่างก็ได้รับรู้ข้อมูลหลักฐานกันมามากๆ ก็อาจจะเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมา

ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากก็เพราะไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของกกต.หรือสว. แต่ระโยงระยางกันไปหมดถึงองค์กรอิสระทั้งหลาย รัฐบาลและพรรคการเมืองรวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรเหล่านี้ ก็คือเป็นเรื่องของระบบทั้งระบบนั่นเอง

สังคมไทยก็จะไปอยู่ในจุดที่องค์กรสำคัญทั้งระบบขาดความชอบธรรม แต่กลับอยู่ได้ด้วยอำนาจที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวระบบเอง ที่ว่าเราอยู่ในหัวเลี้ยวหัวต่อก็ตรงนี้แหละครับ กกต.จะทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อแก้ปัญหาเสียบางส่วน แล้วสังคมก็มาช่วยกันหาทางออกตามระบบ แก้กฎกติกาให้เป็นประชาธิปไตยเป็นไปตามหลักนิติรัฐนิติธรรมมากขึ้น หรือกกต.ดันทุรังรักษาระบบแบบบนี้ไว้อย่างเด็ดเดี่ยวเหนียวแน่น ปล่อยให้ความชอบธรรมของระบบพังทลายไปต่อหน้าต่อตา แล้วสังคมก็จะต้องคิดกันต่อไปว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไรซึ่งก็จะทำได้ยากมาก เพราะระบบทุกวันนี้ได้ถูกออกแบบไว้ให้มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งต่อการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอยู่ในตัวเอง

ที่น่าเป็นห่วงก็คือเมื่อระบบขาดความชอบธรรม แต่ยังมีอำนาจค้ำอยู่ จะแก้ไขในระบบก็ไม่ได้ จึงเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่สังคมไทยจะไปทางไหนทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิด แต่องค์กรที่ต้องคิดตัดสินใจก่อนใครคือกกต.ครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...