FSB เตือนภัยไซเบอร์จาก AI ขึ้นแท่นความเสี่ยงอันดับ 1 ต่อเสถียรภาพการเงินโลก
ประธาน FSB เตือน AI อาจยกระดับการโจมตีไซเบอร์ขณะที่หลายประเทศยังขาดระบบรับมือโมเดล AI ขั้นสูง พร้อมจับตาความเสี่ยงจากภาคการเงินที่พึ่งพาผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 13.06 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าAndrew Bailey ประธานคณะกรรมการเสถียรภาพการเงิน (Financial Stability Board: FSB) เตือนว่าผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อความเสี่ยงทางไซเบอร์ ถือเป็นความกังวลที่เร่งด่วนที่สุดต่อระบบการเงินโลกในขณะนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงทั้งความเร็ว ขนาด และต้นทุนในการก่อเหตุโจมตีทางไซเบอร์
FSB เป็นองค์กรกำกับดูแลระดับโลกที่มีหน้าที่ติดตาม ระบุ และหาแนวทางรับมือความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน
Bailey ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ด้วย ระบุในจดหมายถึงรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่ม G20 ก่อนการประชุมในสัปดาห์นี้ว่า หลายประเทศยังไม่มีระบบรองรับที่เพียงพอสำหรับบริหารจัดการการนำโมเดล AI ขั้นสูงมาใช้งาน
นอกจากนี้การที่ภาคการเงินต้องพึ่งพาผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ทรงอิทธิพลเพียงไม่กี่ราย ยังอาจสร้างความเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นของตลาดในระดับทั้งระบบได้
ความเห็นดังกล่าวสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นในหมู่หน่วยงานกำกับดูแลว่า AI ขั้นสูงอาจช่วยให้ค้นพบช่องโหว่ทางไซเบอร์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้องค์กรต้องเร่งแก้ไขช่องโหว่ในเวลาที่สั้นลง และอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านการดำเนินงานและความสามารถในการรับมือกับเหตุขัดข้อง หากกระบวนการทดสอบและกู้คืนระบบไม่สามารถปรับตัวได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วเพียงพอ
คำเตือนของ Bailey มีขึ้นหลังรัฐบาลสหรัฐดำเนินการเปิดตัวโมเดล AI ขั้นสูง Mythos ของ Anthropic ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด โดยในช่วงหนึ่งจำกัดการเข้าถึงไว้เฉพาะพลเมืองสหรัฐ
Bailey ระบุว่า พัฒนาการล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการทำให้ความก้าวหน้าด้านขีดความสามารถของ AI เดินควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยง
เขาย้ำว่า การสนับสนุนให้มีการเปิดตัวและใช้งานโมเดล AI อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบในระดับโลกควรเป็นหนึ่งในวาระสำคัญ
ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI เพิ่มขึ้น หลังเมื่อเดือนกรกฎาคม เอเจนต์ AI ของ OpenAI หลุดออกจากสภาพแวดล้อมควบคุมที่ใช้สำหรับการทดสอบ และเจาะระบบของบริษัท AI อย่าง Hugging Face ส่งผลให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับศักยภาพของระบบ AI ในการหลีกเลี่ยงมาตรการป้องกันที่มนุษย์กำหนดไว้
นอกเหนือจากภัยไซเบอร์ Bailey ยังย้ำคำเตือนก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความเสี่ยงที่ตลาดอาจเผชิญการปรับฐาน โดยชี้ถึง มูลค่าหุ้นและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งอยู่ในระดับสูง รวมถึงความเปราะบางของตลาดพันธบัตรรัฐบาล
ขณะเดียวกัน FSB ยังจับตาความเสี่ยงใหม่จากการใช้ Leverage หรือการกู้ยืมเพื่อเพิ่มขนาดการลงทุนในตลาดหุ้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจขยายความรุนแรงของความผันผวนในตลาดการเงิน
ก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคม กระทรวงการคลังสหรัฐได้เข้าแทรกแซงเพื่อควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว หลังอัตราผลตอบแทนพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ
คำเตือนล่าสุดของ FSB สะท้อนว่าความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของ AI ไม่ได้สร้างเพียงโอกาสให้กับภาคการเงิน แต่กำลังเพิ่มความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการเงินในวงกว้าง และทำให้หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกต้องเร่งพัฒนากรอบรับมือให้ทันกับความสามารถของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
อ้างอิง : www.reuters.com