โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รมว. คลังแจงสภาฯ จำเป็นต้องออกพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบ. สู้วิกฤตพลังงาน ยันไม่ตีเช็คเปล่า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 สิงหาคม 2569 เวลา 19.41 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดร.เอกนิติ แจงสภาฯ จำเป็นต้องออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท รับมือวิกฤตราคาน้ำมันและค่าครองชีพ ดันไทยช่วยไทย พลัส 60/40 พร้อมปรับโครงสร้างพลังงานสะอาด ยันโปร่งใสไม่มีการตีเช็คเปล่า

26 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงต่อที่ต่อสภาผู้แทนราษฎรถึงความจำเป็นในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่า ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ที่ชะลอตัวลงท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นและดุลบัญชีเดินสะพัดที่พลิกกลับมาขาดดุลเกือบ 600,000 ล้านบาทภายในไตรมาสเดียว จากที่เคยเกินดุลมาตลอด ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันแพงและวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

โดยสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับคลื่นวิกฤตเศรษฐกิจหลายระลอกที่ไม่เหมือนในอดีต ระลอกแรกคือราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินในประเทศแพงขึ้น 60-70% จากปัจจัยสงครามภายนอกประเทศที่หลายประเทศเผชิญ ระลอกที่สองคือวิกฤตค่าครองชีพที่ดัชนีราคาผู้บริโภคหรืออัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นเกือบ 3% หากรัฐบาลปล่อยให้สถานการณ์ลุกลาม ต้นทุนที่สูงขึ้นจะทำให้ธุรกิจไม่สามารถแบกรับได้ จนอาจต้องปิดกิจการและเลิกจ้างแรงงานในที่สุด ซึ่งจะกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตค่าครองชีพ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องออกแบบ พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ให้มีวัตถุประสงค์สำคัญสองด้าน ด้านแรกคือการช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งออกแบบมาในลักษณะร่วมจ่าย 60/40 โดยรัฐช่วยออกค่าครองชีพให้ 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดโครงการส่งเสริมการนำ “AI นกกระซิบ” มาช่วยสอนและวิเคราะห์การขายของออนไลน์ให้กับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ซึ่งผลพิสูจน์ที่ผ่านมาพบว่าช่วยขยายตลาดและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน แม้จะจบโครงการไปแล้วก็ตาม

สำหรับวัตถุประสงค์ด้านที่สอง คือการเร่งเปลี่ยนผ่านประเทศจากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด เพื่อลดดุลบัญชีเดินสะพัดที่ต้องสูญเสียไปกับการนำเข้าน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ รัฐบาลมีแผนจะปลดล็อกนโยบาย Direct PPA หรือการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง และเปิดให้เอกชนใช้โครงข่ายสายส่งไฟฟ้าของรัฐหรือ Third Party Access (TPA) ควบคู่ไปกับการขยายโครงสร้างพื้นฐาน Smart Grid เพื่อดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน. พร้อมกันนี้ จะส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน เพื่อเปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นโรงไฟฟ้าสร้างรายได้อย่างยั่งยืนด้วยการขายไฟฟ้าคืนให้กับการไฟฟ้าฯ

ดร. เอกนิติ กล่าวย้ำว่าพ.ร.ก. กู้เงินฉบับนี้ ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า และมีความโปร่งใสชัดเจนกว่ากฎหมายเงินกู้ในอดีตอย่างแน่นอน รัฐบาลได้จัดทำระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการดำเนินโครงการภายใต้กฎหมายกู้เงินนี้อย่างเข้มงวด โดยแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่มีทั้งผู้ทรงคุณวุฒิภายในและภายนอกเพื่อคัดกรองโครงการที่มีความคุ้มค่าและโปร่งใสเท่านั้น พร้อมย้ำว่าจะไม่มีการกู้เงินมากองไว้ แต่จะกู้ตามความจำเป็นและกู้ตามที่จ่ายจริงภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ซึ่งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลต่างก็ยอมรับและให้ความเชื่อมั่นต่อแนวทางการลงทุนเปลี่ยนผ่านพลังงานในครั้งนี้

"เราต้องมีเครื่องมือนี้มาสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพราะวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางยังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร แต่เชื่อมั่นว่าเมื่อวิกฤตนี้สิ้นสุดลง ประเทศไทยจะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน"

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...