โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ปราสาทศพล้านนา” วัฒนธรรมการสรรเสริญ ขบวนแห่สุดท้ายแห่งชีวิตและความตาย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปราสาทศพของทางล้านนา

“ปราสาทศพล้านนา” วัฒนธรรมการสรรเสริญ ขบวนแห่สุดท้ายแห่งชีวิตและความตาย

เมื่อมีคนตายก็ต้องมีงานศพ งานศพปัจจุบันที่เราคุ้นชินกันส่วนใหญ่ก็จะเป็นการนำศพเข้าโลง ตั้งสวด และรอเผาที่เมรุ แต่ในวัฒนธรรมการจัดงานศพของชาวล้านนานั้นมีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากพิธีศพในภาคอื่น นั่นคือ ปราสาทเผาศพ

“ปราสาทเผาศพ” คือ โครงสร้างที่มียอดเป็นชั้น ๆ สำหรับใส่โลงบรรจุหีบศพ ก่อนจะนำไปเผา

ในปราสาทศพจะประดับด้วยดอกไม้สด ดอกไม้แห้ง ไฟสีและไฟกะพริบอย่างสวยงาม เป็นการยกย่องผู้ตายให้ได้ขึ้นไปสู่สวรรค์ชั้นฟ้า รวมถึงเป็นการไว้อาลัยแก่คนตายอย่างสมเกียรติ ส่วนขบวนชักลากศพมีการจ้างวงดนตรีบรรเลงปี่พาทย์ หรือวงสะล้อซอซึง มาเล่นประกอบพิธีศพ

โครงสร้างของปราสาทศพล้านนา ประกอบไปด้วย ส่วนเครื่องบน ซึ่งมีลักษณะหลากหลายแตกต่างกันไป เช่น หลังคาทรงกระโจม หลังคาทรงจั่วชั้นเดียวสี่ด้าน หลังคาทรงจั่วสองชั้นสี่ด้าน และหลังคาทรงจั่วสามชั้นสี่ด้าน ส่วนตัวปราสาท ประกอบไปด้วยฐานปราสาทแบบธรรมดา ฐานปราสาทแบบย่อมุม และฐานปราสาทแบบแท่นแก้ว

วัสดุที่ใช้ทำปราสาทศพนั้นทำด้วยไม้ ส่วนใหญ่ทำมาจากไม้ฉำฉา เพราะมีน้ำหนักเบาและสามารถไหม้ไฟได้ง่าย ส่วนการตกแต่งมี 2 รูปแบบ แบบดั้งเดิมตกแต่งลวดลายด้วยกระดาษเงินกระดาษทอง และผ้า แบบร่วมสมัย นำโต๊ะ เก้าอี้มาประกอบเป็นโครงสร้างหรือประดับตกแต่ง เมื่อจบพิธีศพแล้วจะนำสิ่งของเหล่านั้นไปถวายวัดเพื่อสาธารณประโยชน์ต่อไป

ในงานวิจัยเรื่องศึกษาแนวคิดเชิงวัฒนธรรมในการสร้างปราสาทศพของชาวพุทธล้านนาของ พระมหาจรัญ กันธิมา ได้สันนิษฐานเกี่ยวกับความเป็นมาในการสร้างปราสาทศพของชาวพุทธล้านนาไว้ว่า เกิดขึ้นจากความเชื่อที่มาจากศาสนาพุทธและพราหมณ์ ได้แก่ ศาสนาพราหมณ์ เรื่องเขาพระสุเมรุอันเป็นแกนกลางของจักรวาล และของศาสนาพุทธ เรื่องไตรภูมิ

สำหรับแหล่งการสร้างปราสาทศพของชาวพุทธล้านนา โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ช่วงแรกนั้น อภิธาน สมจัย นักวิชาการและผู้เขียนงานศึกษาค้นคว้าด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นล้านนา ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า แรกเริ่มมีการทำปราสาทศพสำหรับพระสงฆ์และสำหรับชาวบ้านในสมัยแรกบริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ กับอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

โดยผู้ดำเนินการผลิตปราสาทศพตามงานศพที่วัดและที่บ้านในช่วงแรก ๆ คือ พ่อหนานคำ ทาระวรรณ ส่วนการเริ่มทำปราสาทศพในลักษณะธุรกิจคนแรกคือ คุณสิงห์แก้ว ประธานศิลป์ ที่ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม

นอกจากปราสาทศพของคนธรรมดาที่กล่าวถึงไปข้างต้นแล้ว ยังมีปราสาทศพอีกชนิดที่ใช้บรรจุศพของพระที่มรณภาพ ซึ่งจะแตกต่างจากของคนทั่วไปตรงที่ปราสาทศพนั้นจะมีรูปร่างแบบนกหัสดีลิงค์ ที่มีความละเอียดและสวยงาม

นกหัสดีลิงค์ เป็นนกในวรรณคดีไทยจากป่าหิมพานต์ ที่มีพละกำลังมากเป็น 5 เท่าของช้าง และเป็นพาหนะของ “ผู้มีบุญ” ดังนั้น จึงนำนกหัสดีลิงค์มาออกแบบเป็นปราสาทศพเพื่อเป็นตัวแทนของ ภูตทูต อัญเชิญดวงวิญญาณของพระเถระไปโลกหลังความตาย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พระมหาจรัญ กันธิมา. (2015). ศึกษาแนวคิดเชิงวัฒนธรรมในการสร้างปราสาทศพของชาวพุทธล้านนา. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา ปีที่ 6, ฉ.2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2558)

https://www.chiangmainews.co.th/100lanna/2874672/

https://www.matichon.co.th/weekly/history-culture/article_650866

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 สิงหาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ปราสาทศพล้านนา” วัฒนธรรมการสรรเสริญ ขบวนแห่สุดท้ายแห่งชีวิตและความตาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...