โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สาวช็อก! เช็กประวัติในแอปฯ ทางรัฐ ตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา ทั้งที่ไม่เคยโดนจับ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Kong
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 น.ส.ณัทฆลตา อายุ 45 ปี ซึ่งประกอบกิจการร้านกดสิวในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ได้เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือ หลังเจ้าตัวตรวจสอบประวัติของตนเองผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐ แล้วพบข้อมูลคดีอาญาที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน จนนำไปสู่การเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 น.ส.ณัทฆลตา อายุ 45 ปี ซึ่งประกอบกิจการร้านกดสิวในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ได้เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือ หลังเจ้าตัวตรวจสอบประวัติของตนเองผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐ แล้วพบข้อมูลคดีอาญาที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน จนนำไปสู่การเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทุมพรพิสัย

น.ส.ณัทฆลตา เปิดเผยว่า เหตุการณ์เริ่มต้น เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ส.ค. 2569 ขณะที่เพื่อนเดินทางมาใช้บริการที่ร้านกดสิว และพูดคุยกันตามปกติ ก่อนเพื่อนจะถามว่า เคยเข้าไปตรวจสอบประวัติของตัวเองในแอปพลิเคชันทางรัฐหรือไม่ พร้อมแนะนำวิธีตรวจสอบข้อมูลประวัติอาชญากรรมและประวัติคดีของตนเอง

ด้วยความสนใจจึงลองเข้าไปตรวจสอบ โดยไม่ได้คาดคิดว่าจะพบสิ่งผิดปกติ แต่เมื่อเปิดดูข้อมูลกลับพบว่า มีชื่อของตนเองปรากฏอยู่ในคดีอาญา โดยระบุว่าเกี่ยวข้องกับคดีขายสุราเกินเวลา และมีข้อมูลว่าถูกจับกุมเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2566 เวลา 17.05 น. ตอนที่เห็นครั้งแรกตกใจมาก เพราะเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองมีคดีอาญา ตอนแรกคิดว่าแอปทางรัฐอาจมีข้อมูลผิดพลาดหรือระบบอาจจะคลาดเคลื่อน ก็เลยอยากไปตรวจสอบให้แน่ใจว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

หลังจากนั้น เจ้าตัวจึงเดินทางไปที่ สภ.อุทุมพรพิสัย เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลคดีดังกล่าว โดยหวังว่าจะพบว่าเป็นเพียงความผิดพลาดของระบบหรือการบันทึกข้อมูลที่คลาดเคลื่อน แต่ผลการตรวจสอบเบื้องต้นกลับ ทำให้เจ้าตัวตกใจมากขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า มีข้อมูลคดีอยู่ในระบบจริง ทั้งข้อมูลการลงบันทึกประจำวัน รายละเอียดข้อกล่าวหา และข้อมูลเกี่ยวกับการจับกุม รวมถึงมีการระบุว่ามีตำรวจและชุดจับกุมเข้าไปดำเนินการจริง

น.ส.ณัทฆลตา กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้กลับมาตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อดูว่าสำนวนคดีดังกล่าวมีที่มาอย่างไร และประเด็นสำคัญคือ ใครเป็นผู้ลงชื่อหรือให้ความยินยอมแทนตัวเธอ เนื่องจากเจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยถูกจับกุมหรือรับทราบคดีดังกล่าวมาก่อน เมื่อถึงวัน เจ้าตัวจึงเดินทางกลับไปที่ สภ.อุทุมพรพิสัย อีกครั้ง และได้ขอตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดี พบว่ามีสำนวนคดีถูกจัดเก็บอยู่จริง และคดีดังกล่าวได้ดำเนินการจนเสร็จสิ้นแล้ว

โดยมีข้อมูลว่ามีการชำระค่าปรับและดำเนินการตามกระบวนการของคดีเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ทำให้เจ้าตัวเกิดข้อสงสัยอย่างมากคือ เมื่อขอตรวจสอบเอกสารในสำนวน กลับไม่พบลายเซ็นของตนเอง ในเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่เธอคาดว่าจะต้องมี หากเป็นผู้ถูกจับกุมและดำเนินคดีจริง

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้นำหลักฐานเกี่ยวกับ ไทม์ไลน์ในวันที่ 11 มี.ค. 2566 ไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ เพื่อยืนยันว่าในช่วงเวลาที่มีการระบุว่าเธอถูกจับกุม เธออยู่ที่ใดและกำลังทำอะไรโดยหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่นำไปแสดง คือภาพถ่ายและข้อมูลสถานที่จากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งระบุว่าในวันดังกล่าว เวลาประมาณ 16.22 น. เธอกำลังเดินเข้าไปภายใน ห้างโลตัส อุทุมพรพิสัย

น.ส.ณัทฆลตา เล่าอีกว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบถ่ายภาพ เวลาเดินทางไปไหนมักให้สามีถ่ายภาพเก็บไว้ และโทรศัพท์มือถือจะมีข้อมูลวัน เวลา และสถานที่ประกอบภาพ นอกจากนี้ยังมีการโพสต์และเช็กอินบนสื่อสังคมออนไลน์ในวันดังกล่าวด้วย ซึ่งวันนั้นเป็นช่วงเดือนเกิดของเธอ และสามีได้พาไปซื้อทองที่ร้านทองภายในห้างโลตัส อุทุมพรพิสัย จึงมีหลักฐานภาพถ่ายและข้อมูลสถานที่ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้เมื่อเทียบกับข้อมูลในคดีที่ระบุว่าถูกจับกุมในเวลา 17.05 น. น.ส.ณัทฆลตามองว่า มีข้อสงสัยอย่างมาก เพราะช่วงเวลาก่อนหน้านั้นเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เธอยังอยู่ภายในห้างและมีหลักฐานประกอบอย่างชัดเจน

น.ส.ณัทฆลตา ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ข้อมูลที่ปรากฏใน คดีอาญาหมายเลข 131/2566 มีทั้งชื่อและนามสกุลเดิมของเธอ เนื่องจากปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลไปแล้ว ขณะที่ข้อมูลบางส่วนในคดีกลับตรงกับข้อมูลปัจจุบัน ทั้งเลขบัตรประชาชน ที่อยู่ และรายละเอียดส่วนบุคคลต่างๆ

ประเด็นดังกล่าวทำให้เจ้าตัวเกิดความกังวลเป็นอย่างมาก เพราะแม้ชื่อและนามสกุลในเอกสารจะเป็นข้อมูลเดิม แต่รายละเอียดสำคัญอื่นๆ กลับตรงกับตัวเธอ จึงต้องการทราบว่า ข้อมูลดังกล่าวถูกนำเข้าสู่สำนวนคดีได้อย่างไร และบุคคลใดเป็นผู้ให้ข้อมูลหรือดำเนินการเกี่ยวกับคดี เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการกล่าวหาเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดโดยปราศจากข้อเท็จจริง แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ชื่อเสียง ประวัติอาชญากรรม และข้อมูลส่วนบุคคลของเธอ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้เจ้าตัวติดต่อสอบถามและปรึกษา ผู้กำกับการ สภ.อุทุมพรพิสัย เพื่อให้ตรวจสอบรายละเอียดของคดีและที่มาของข้อมูล เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับสำนวนคดีที่ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...