โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข่าวดีเครดิตไทย! 3 ยักษ์จัดอันดับโลกให้ ‘Stable’ ฟิทช์คง BBB+

ไทยโพสต์

อัพเดต 42 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลเผย Fitch ปรับมุมมองเครดิตไทยจาก Negative เป็น Stable พร้อมคงอันดับ BBB+ ทำให้ 3 สถาบันใหญ่ Fitch-Moody’s-S&P ให้มุมมองไทย “มีเสถียรภาพ” ทั้งหมด ขณะที่ Fitch คาดเศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 2.3% และประเมินหนี้ภาครัฐมีแนวโน้มทรงตัวต่ำกว่า 63% ของ GDP ภายในปีงบประมาณ 2571

19 กันยายน 2569 - น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยินดีกรณี Fitch Ratings ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) จาก “เชิงลบ” (Negative) เป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable) พร้อมคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ BBB+ มีผลตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2569

การปรับมุมมองของ Fitch ทำให้ปัจจุบันสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก 3 แห่ง ได้แก่ Fitch Ratings, Moody’s Ratings และ S&P Global Ratings มีมุมมองต่อประเทศไทยในระดับ Stable ทั้งหมด โดย Moody’s ปรับมุมมองประเทศไทยเป็น Stable พร้อมคงอันดับเครดิต Baa1 เมื่อเดือนเมษายน 2569 ขณะที่ S&P คงอันดับเครดิตสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของไทยที่ BBB+ และมุมมอง Stable

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า หนึ่งในปัจจัยที่ Fitch ระบุในการปรับมุมมองครั้งนี้ คือเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้น โดย Fitch มองว่ารัฐบาลผสมที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีเสถียรภาพในการบริหารมากขึ้น เอื้อต่อการดำเนินนโยบายในกรอบระยะปานกลาง รวมถึงการปรับสมดุลทางการคลัง

“การที่ Fitch มองเห็นเสถียรภาพที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลมีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เพราะเมื่อความไม่แน่นอนลดลง การดำเนินนโยบายระยะกลางก็มีความต่อเนื่องและคาดการณ์ได้มากขึ้น ทั้งในเรื่องการบริหารเศรษฐกิจ การรักษาวินัยทางการคลัง และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการตัดสินใจลงทุน” น.ส.ลลิดา กล่าว

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจ Fitch คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2.3% ในปี 2569 ใกล้เคียงกับ 2.4% ในปี 2568 โดยมีแรงสนับสนุนจากการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการบริโภคภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน Fitch ปรับประมาณการหนี้ภาครัฐบาลของไทยดีขึ้น โดยคาดว่าจะทรงตัวต่ำกว่า 63% ของ GDP ภายในปีงบประมาณ 2571 จากเดิมที่เคยประเมินไว้ใกล้ 65% สะท้อนแนวโน้มฐานะการคลังที่ดีขึ้นจากประมาณการเดิม

ด้านฐานะการเงินต่างประเทศ Fitch คาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยจะกลับมาเกินดุล 1.5% ของ GDP ในปี 2570 ขณะที่หนี้ภาครัฐส่วนใหญ่ระดมทุนเป็นเงินบาทภายในประเทศและมีต้นทุนการกู้ยืมในระดับต่ำ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและตลาดการเงินโลก

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลจะใช้ความเชื่อมั่นดังกล่าวต่อยอดการดึงดูดการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI ศูนย์ข้อมูล เทคโนโลยีขั้นสูง และพลังงานสะอาด ควบคู่กับการเชื่อมโยงการลงทุนกับผู้ประกอบการไทย การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสร้างงานที่มีคุณภาพ

“เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงรักษาอันดับเครดิตหรือ Stable Outlook แต่คือการเปลี่ยนความเชื่อมั่นให้เป็นการลงทุนจริง งานจริง และรายได้ที่เพิ่มขึ้นของประชาชน พร้อมรักษาสมดุลระหว่างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกับวินัยทางการคลัง เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยที่เข้มแข็ง แข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” น.ส.ลลิดา กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...