โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

เกาะเต่า เรื่องราวใหม่กับ “แกลเลอรีใต้ทะเล”

เดลินิวส์

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
ใครที่อยากจะมาตามรอยจุดดำน้ำใหม่ ชมงานศิลปะใต้ทะเล อย่าลืมปักหมุดอีกหนึ่งไฮไลต์ของเกาะเต่าอย่าง “เรือหลวงสัตกูด” เรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถูกนำมาจัดวางใต้ทะเลเป็นแหล่งดำน้ำและปะการังเทียม ด้วยแนวคิดสร้างแหล่งอาศัยให้สัตว์ทะเลและให้เป็นอีกทางเลือกในการดำน้ำเลี่ยงการรบกวนปะการังธรรมชาติ

อารมณ์เอื่อยเฉื่อยจากสายฝนต้นฤดูถูกปลุกให้สดใสหัวใจเต้นแรง หลังไถฟีดเจอจุดเช็กอินใหม่น่าใส่ใจที่ “เกาะเต่า” ถิ่นเก่าที่ไปเยือนมาหลายครา ว่าแล้วก็เช็กตารางรถตารางเรือ ถ้าออกเย็นศุกร์ กลับถึงคืนอาทิตย์จะไหวไหม…ก็พอเป็นไปได้ แต่จะเพลียแค่ไหน คงค่อยไปสำนึกผิดกันอีกทีวันจันทร์

หลับยาวจนมาฟ้าสางที่ชุมพร รอบนี้มาต่อเรือเฟอร์รีที่ท่าอ่าวทุ่งมะขามน้อย ลงรถทัวร์ รับไอเค็มยังไม่ทันเต็มปอด ไอฝนก็มาแบบไม่ทันตั้งตัว

ฝ่าคลื่นไปอีกหนึ่งงีบ เสียงโฮสเตสผ่านลำโพงแจ้งใกล้ถึงที่หมาย มองไปนอกหน้าต่างเห็นเรือจอดเรียงรายอยู่หลังเกาะนางยวน กวาดสายตาออกมาอีกหน่อย เห็นทุ่นลอยกระเพื่อมอยู่ คงเป็นตรงนั้นแหละที่เป็นจุดเช็กอินใหม่ ที่เรียกร้องให้เราขึ้นรถลงเรือจนมาถึงที่นี่

  • เส้นทางเก่า เรื่องราวใหม่

เรือเทียบท่าแม่หาด จำนวนฝรั่งต่างชาติหนาแน่นเช่นเคย กองสัมภาระถูกทยอยแบกขึ้นหลัง ก่อนแยกย้ายขึ้นรถโดยสารกันไปถ้วนทั่วเกาะตามอัธยาศัย เช่นเดียวกับเราที่เลือกนั่งแท็กซี่สองแถวลัดเลาะขึ้นลงเนินเขาไปยังที่หมาย

ณ ศูนย์กลางจักรวาลใต้น้ำเกาะเต่า หน้าหาดทรายรี นักดำน้ำนานาชาติ ที่ขาดไปแค่คนไทย แบกอุปกรณ์เฉพาะตัวลงเรือหางยาวที่จะพาเราไปสู่เรือใหญ่ซึ่งลอยลำรออยู่นอกแนวทุ่นเขตเล่นน้ำ

ถอนสมอไม่ถึง 10 นาที เรือก็ล่องเข้าถึงตำแหน่งที่หมาย ห่างคอดสันทรายของเกาะนางยวนออกมาทางตะวันตกเฉียงใต้ไม่เกิน 200 เมตร ไกด์ร้องบอกให้ทุกคนสวมอุปกรณ์พร้อมดำดิ่งสู่ท้องทะเล…

  • ดำดิ่งสู่ผืนน้ำกับจุดเช็กอินใหม่ “แกลเลอรีใต้ทะเล”

เพียงก้มหน้าดำสู่ผิวน้ำ เงาเลือนรางของแกลเลอรีใต้ทะเลที่ตั้งใจมาดูด้วยตาตัวเองก็เริ่มปรากฏจากเบื้องล่าง ราวกับกำลังดึงดูดให้เราดำลงไปหา ทว่าความปลอดภัยยังคงเป็นสิ่งสำคัญ จึงตรวจเช็กความพร้อมของร่างกายอีกครั้ง ก่อนค่อย ๆ ไต่ลงสู่ความลึกระดับ 16 เมตร

สิ่งแรกที่เจอก็เป็นตัวแรร์เลย รูปปั้น “ฝูงฉลามวาฬ” พี่จุดใจดีสูงใหญ่ท่วมหัว ที่เหมือนกำลังแหวกว่ายอย่างช้า ๆ พร้อมเหาฉลามที่เกาะติดมาด้วยราวกับผู้โดยสารประจำ

เลียบเลาะไปตามพื้นทะเล จะพบ “ซุ้มเต่า” ตั้งวงอยู่ไม่ไกล ซึ่งซุ้มเต่านี้มีซอกหลืบเล็ก ๆ ค่อนข้างมาก จึงกลายเป็นแหล่งหลบภัยและที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหลายชนิดที่เข้ามาอาศัย ไม่ว่าจะเป็นปลาโนรีครีบบนที่โดดเด่นสะดุดตา หรือปลาสลิดหินที่พบเห็นได้อยู่เสมอ

ดำไกลออกไปอีกหน่อย ท่ามกลางกระแสน้ำที่เริ่มไหลแรงขึ้น จนต้องออกแรงต้านด้วยกำลังขาตามจังหวะของธรรมชาติ ได้เจอกับรูปปั้นฝูง “กระเบนนก” ที่กำลังสยายปีกราวกับกำลังโบยบินอยู่กลางท้องทะเล

ล่องลอยไปตามกระแสน้ำอีกไม่ไกลนัก ก็พบกับ “กระเบนจุดฟ้า” ที่มีสาหร่ายขึ้นปกคลุมเต็มแผ่นหลังแล้ว ทว่ายังสังเกตได้ไม่ยากจากเงี่ยงแหลมเด่นบนหางเรียว

ที่เห็นถัดมาคือ “โรนัน” ที่รูปร่างคล้ายฉลาม ส่วนหัวเรียวยาวและลวดลายจุดเด่นบนลำตัว แม้รูปลักษณ์จะชวนให้นึกถึงฉลาม แต่แท้จริงแล้วเป็นปลากระเบนชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้ยากยิ่งในน่านน้ำไทย

ดำต่อไปอีกนิด ได้พบกับครอบครัวที่น่ารัก พ่อแม่ลูก “ครอบครัวเต่า” ที่ว่ายตามกันมาอย่างน่ารัก ได้ยินมาว่า จุดนี้มีชิ้นกระเบื้องสีแดงชิ้นหนึ่งติดซ่อนอยู่ เป็นความบันเทิงเล็ก ๆ ให้ค้นหา แต่สุดท้ายภารกิจนี้ไม่สำเร็จ แม้จะว่ายวนสำรวจอยู่หลายรอบ ก็ยังหาไม่เจอ ถ้าใครหาพบ ขอปรบมือให้

ไฮไลต์ของจุดดำน้ำแห่งนี้คงหนีไม่พ้น “คู่ม้าน้ำ” ที่กำลังโน้มตัวเข้าหากันจนดูคล้ายรูปหัวใจ น่ารักเสียจนใครต่อใครต้องแวะมาเช็กอินและเก็บภาพเป็นที่ระลึก ถึงขั้นต้องมีคิวเล็ก ๆ ให้รอถ่ายรูปกันเลยทีเดียว

ก่อนปิดท้ายเส้นทางด้วย “คู่ตนุ” ดวงตากลมโต และ “ฉลามหูดำ” ที่เหมือนกำลังแหวกว่ายอย่างปราดเปรียวในท้องทะเล สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับโลกใต้น้ำแห่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์

ผ่านแนวรูปปั้นออกมาอีกเล็กน้อย จะพบปะการังเทียมทรงโดมที่เจาะเป็นรูไว้หลายจุดให้ปลาเข้าอยู่อาศัยและหลบภัย เรียงรายต่อเนื่องไปจนสุดสายตา กวาดมองซ้ายขวาไม่นาน ก็สะดุดเข้ากับปะการังเทียมชิ้นหนึ่ง ที่มีน้อง “ตัวตุ่น” หน้ากวนโผล่มาทักทายอยู่ตรงหน้าน้องถือเป็น “แรร์ไอเทม” เพราะมีเพียงตัวเดียวซ่อนอยู่ท่ามกลางปะการังเทียมเกือบร้อยชิ้น กลายเป็นอีกหนึ่งภารกิจเล็ก ๆ ที่ต้องใช้สองตาและความตั้งใจในการค้นหา

  • พื้นที่หายใจให้ “ทะเล”

รูปปั้นทั้ง 9 ชิ้นและปะการังเทียมที่เรียงรายเป็นแนว ถูกรวมเรียกว่า “ลานประติมากรรมใต้ทะเล” ในธีม “Ocean for Life” ครอบคลุมพื้นที่ราว 10,000 ตารางเมตร ใหญ่กว่าสนามฟุตบอล ทำหน้าที่ทั้งเป็นแกลเลอรีใต้น้ำสำหรับนักดำน้ำ และเป็นปะการังเทียมให้สัตว์ทะเลอาศัย ซึ่งเพิ่งเปิดให้นักดำน้ำเข้าชมเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตั้งอยู่ระหว่างกองหินโนเนมกับกองหินทวิน ต่อเนื่องกับแนวปะการังเทียม“Buoyancy World”

ลานประติมากรรมใต้น้ำแห่งนี้ เป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ที่บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ทำขึ้นร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยได้ ผศ. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ มาเป็นที่ปรึกษาโครงการ ร่วมด้วยมหาวิทยาลัยศิลปากรที่เข้ามาช่วยออกแบบและสร้างสรรค์งานปั้นโดยใช้วัสดุที่ปลอดภัยกับท้องทะเล

จะว่าไป การมีปะการังเทียมแห่งใหม่ ๆ ใหญ่ ๆ เพิ่มขึ้นในย่านเกาะเต่านี้ น่าจะเป็นผลดีในหลายด้าน ที่แน่ ๆ คือ ความแออัดเยี่ยงตลาดนัดคงบรรเทาลงบ้าง ยิ่งในช่วงไฮซีซั่น นักดำน้ำลงพร้อม ๆ กันจุดเดียวนับร้อยจนสับสนงุนงงหลงกลุ่มเป็นประจำ

อีกอย่างคือ พื้นที่ค่อนข้างเหมาะกับการเรียนดำน้ำ Scuba เพราะเป็นพื้นทรายโล่ง ฝั่งใกล้แนวหินจะตื้นกว่า มีความลึกพอดี และมีมุมหลบกระแสน้ำ เหมาะกับมือใหม่

พื้นที่ตรงกลางใช้สะสมชั่วโมงบินได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไปกระทบแนวปะการังธรรมชาติ และด้านนอกที่ลึกและกระแสน้ำแรงกว่า ก็รองรับนักดำน้ำที่อยากเพิ่มทักษะขั้นสูงขึ้น

ขึ้นสู่ผิวน้ำ เจอชาวต่างชาติบนเรือลำเดียวกันกำลังพูดคุยกันอย่างคึกคัก ดูเหมือนจะถูกใจรูปปั้นและบรรดาสัตว์ทะเลไม่น้อย

ถือว่าเกินความคาดหมายไปมาก สำหรับจุดดำน้ำแห่งใหม่ รูปปั้นใหญ่จริงจัง บริเวณกว้างสุดตา ตำแหน่งเหมาะ เพราะไม่ไกลจากจุดดำน้ำยอดนิยมเดิม เรือนำเที่ยวก็ไม่ต้องลำบากเปลี่ยนเส้นทาง การเข้าใช้พื้นที่ก็จะเกิดขึ้นได้จริง แบ่งเบาให้ปะการังธรรมชาติได้มีโอกาสพักฟื้นมากขึ้น

ถึงที่พัก รีบแขวนชุดเปียกตากไว้ พรุ่งนี้เช้าจะได้เก็บสัมภาระแบบไม่ต้องกังวล แล้วปิดทริปสั้น ๆ แต่ลุยกันแบบเนื้อ ๆ ด้วยวิวอาทิตย์อัสดงหน้าหาดทรายรีที่มองกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ

และสำหรับใครที่อยากจะมาตามรอยจุดดำน้ำใหม่ ชมงานศิลปะใต้ทะเลแบบนี้ ก็อย่าลืมปักหมุดอีกหนึ่งไฮไลต์ของเกาะเต่าอย่าง “เรือหลวงสัตกูด” เรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถูกนำมาจัดวางใต้ทะเลเป็นแหล่งดำน้ำและปะการังเทียมเมื่อสิบกว่าปีก่อน ด้วยแนวคิดสร้างแหล่งอาศัยให้สัตว์ทะเลและให้เป็นอีกทางเลือกในการดำน้ำเลี่ยงการรบกวนปะการังธรรมชาติ ซึ่งถือว่าซักเซสสุดๆ เพราะนอกจากจะกลายเป็นบ้านของฝูงปลานานาชนิดที่อุดมสมบูรณ์แล้ว การได้ดำน้ำสำรวจเรือหลวงใต้ทะเล ก็ยังให้อารมณ์ผจญภัยเบาๆ ชวนตื่นเต้น จนเป็นอีกหนึ่งจุดดำน้ำยอดฮิตที่ไม่ควรพลาดหากมาเยือนเกาะเต่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...