โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘ศุภจี’ ลุยชุมพร ช่วยพยุงราคาทุเรียนใต้ ดูดซับแล้วกว่า 2.22 แสนตัน

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 ส.ค. เวลา 09.45 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. เวลา 09.45 น. • The Bangkok Insight

"ศุภจี" นำพาณิชย์ ลุยชุมพร เร่งพยุงทุเรียนใต้โค้งสุดท้ายฤดูกาล ดูดซับแล้ว 222,515 ตัน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ ณ บริษัท ศิริมงคล คอร์เปอเรท กรุ๊ป จำกัด ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร พร้อมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และตัวแทนเกษตรกร

ทุเรียนใต้

ทั้งนี้ เพื่อเร่งดูแลผลผลิตทุเรียนในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล และรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อนำไปต่อยอดการทำงานและเชื่อมโยงการสนับสนุนให้ตรงกับความต้องการของจังหวัด

นางศุภจี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการมาดูแลการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรซึ่งถือเป็นจุดสำคัญในการรวบรวมผลไม้ของภูมิภาค หากชุมพรมีความเข้มแข็ง ก็จะช่วยให้ผลไม้จากจังหวัดโดยรอบสามารถเดินหน้าได้ด้วย

สำหรับปีนี้ทุเรียนมีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ขณะที่ขณะนี้ผลผลิตทุเรียนภาคใต้ทยอยออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 70–80% จึงต้องเร่งบริหารจัดการให้สามารถจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกได้อย่างต่อเนื่องจนจบฤดูกาลในระดับราคาที่เหมาะสม

ในช่วงเดือนที่ผ่านมาได้รับทราบว่าราคาทุเรียนเริ่มย่อตัวลง ตนได้สั่งการตั้งแต่เดือนมิ.ย.ก่อนผลผลิตออกให้เข้าไปช่วยรับซื้อและดึงราคา โดยตั้งเป้าดูดซับทุเรียนภาคใต้ประมาณ 3 แสนตัน ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 2 แสนตัน ช่วยให้ราคากลับมาอยู่ในระดับที่สามารถเดินหน้าจนจบฤดูกาลได้

สำหรับสถานการณ์การส่งออกทุเรียน ล่าสุดประเทศไทยส่งออกทุเรียนแล้ว 1,110,655.92 ตัน จำนวน 68,044 ตู้ มูลค่ากว่า 127,220.52 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 4 ส.ค. 2569) สะท้อนว่าทุเรียนไทยยังสามารถรักษาตลาดส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง แม้ปีนี้จะต้องเผชิญทั้งปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้ง รวมถึงการแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เร่งอำนวยความสะดวกด้านการส่งออกและการขนส่ง โดยทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเปิดทางและแก้ไขปัญหาหน้าด่านไม่ให้ทุเรียนติดค้าง รวมถึงการใช้เส้นทางรถไฟและด่านหนองคาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกและลดข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ ขณะเดียวกันต้องทำตลาดล่วงหน้าและสร้างความต้องการทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ผลผลิตสามารถระบายออกได้ทันเวลา

เราต้องดูแลตั้งแต่ต้นฤดูจนถึงปลายฤดู และไม่ได้ดูเฉพาะทุเรียน เพราะชุมพรมีทั้งมังคุด กล้วย สับปะรด GI สละ และผลไม้อื่น ๆ ตารางผลผลิตผลไม้ไม่เหมือนกัน จึงสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดจัดทำปฏิทินผลไม้ของชุมพรให้ชัดเจนว่า ช่วงไหนผลไม้อะไรจะออกมาก เพื่อที่กระทรวงพาณิชย์จะได้เข้าไปช่วยทำตลาดได้ตรงจังหวะ

ทั้งนี้ นางศุภจี ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและการจัดการส่วนเกิน โดยระหว่างการลงพื้นที่ได้เยี่ยมชมการนำเปลือกทุเรียนมาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ตามแนวทางวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ซึ่งสามารถเปลี่ยนของเหลือจากการผลิตให้กลับมาใช้ประโยชน์ ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มตามแนวคิด Zero Waste รวมถึงการนำผลไม้และวัตถุดิบในพื้นที่มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่โดยอาศัยความร่วมมือจากสถาบันการศึกษา

กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าช่วยเหลือผลไม้ชนิดอื่นของภาคใต้ โดยเฉพาะมังคุด ซึ่งปีนี้ราคายังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ พร้อมร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุนบรรจุภัณฑ์และการขนส่ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถส่งผลไม้ไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศได้โดยตรง

ขณะที่ปัญหามะพร้าวแกงซึ่งมีผลผลิตส่วนเกินในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้เข้ามาดูดซับผลผลิตในจังหวัดชุมพรแล้วประมาณ 4 ล้านลูก และจะเร่งหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติมควบคู่กับการแก้ปัญหาเชิงระบบ

การทำงานต่อจากนี้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าภายใน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หอการค้า สภาอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ และเกษตรกร เพื่อให้ชุมพรเป็นต้นแบบการบริหารจัดการผลไม้ครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนผลผลิต การทำตลาด การขนส่ง การแปรรูป ไปจนถึงการนำของเหลือกลับมาใช้ประโยชน์

เป้าหมายคือทำให้ทุเรียนจบฤดูกาลได้อย่างน่าพอใจ เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสม ผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าธุรกิจได้ และในระยะต่อไปต้องทำให้ระบบแข็งแรงขึ้น ทั้งการมีตลาดนำการผลิต การทำปฏิทินผลไม้ การแปรรูป และการใช้ประโยชน์จากส่วนเกิน เพื่อไม่ให้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในทุกฤดูกาล

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นางศุภจีและคณะได้เยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกษตรกรและผู้ประกอบการจังหวัดชุมพร รวมถึงสินค้า GI อาทิ กล้วยเล็บมือนางชุมพร ข้าวเหลืองปะทิวชุมพร กาแฟเขาทะลุ กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร กล้วยหอมทองละแม ทุเรียนชุมพร และสับปะรดสวี ตลอดจนผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง ผงกล้วย และผลิตภัณฑ์จากมะเดื่อ ก่อนเยี่ยมชมการคัดบรรจุทุเรียน การตรวจปล่อยตู้ส่งออก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...