'ซาอุฯ-ฮูตี' เปิดฉากยิงตอบโต้เดือด สกัดขีปนาวุธโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของ "ซาอุดีอาระเบีย" สามารถยิงสกัดขีปนาวุธนำวิถี 2 ลูกที่ยิงมาจากเยเมน ซึ่งมีเป้าหมายโจมตี "โรงกลั่นน้ำมันในเมืองยันบู" (Yanbu) ได้สำเร็จในวันนี้ (25 ก.ค. 69) ขณะที่ซาอุดีอาระเบียและ "กลุ่มกบฏฮูตี" ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดฉากโจมตีตอบโต้กันดุเดือดในแนวรบใหม่ของสงครามอิหร่าน
ทั้งนี้ ยันบูถือเป็นเมืองที่ตั้งสำคัญของโรงกลั่นน้ำมันใหญ่ของซาอุฯ ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายสุดของประเทศติดกับทะเลแดง โดยเป็นปลายทางของท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก หลังจากเกิดปัญหาในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้การส่งออกน้ำมันต้องหันมาลำเลียงน้ำมันสู่ฝั่งตะวันตกเพื่อส่งออกผ่านทางทะเลแดงแทน
ก่อนหน้านั้นในช่วงดึกวันศุกร์ กองกำลังผสมที่นำโดยซาอุดีอาระเบียในเยเมนระบุว่า ได้โจมตีฐานที่มั่นทางทหารของกลุ่มฮูตีในเมืองท่าโฮเดดาห์ โดยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์โจมตีเรือเดินทะเลของกลุ่มดังกล่าว ซึ่งประกาศปิดล้อมทางทะเลซาอุดีอาระเบีย
อับดุล มาลิก อัล-ฮูตี ผู้นำกลุ่มฮูตี กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า "โรงกลั่นน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอื่นๆ ของซาอุดีอาระเบียทั้งหมด" จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยของขีปนาวุธและโดรนของกลุ่มฮูตี หากซาอุฯ ยกระดับการมีส่วนร่วมในความขัดแย้งครั้งนี้
ด้านสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นหน่วยงานรับมือเหตุฉุกเฉินของรัฐ ได้ออกประกาศเตือนประชาชนในเมืองยันบู ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลแดง ก่อนจะประกาศในเวลาต่อมาว่าสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปลอดภัยแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ออกประกาศเตือนในเมืองท่าจิซาน (Jizan) ทางตอนใต้ใกล้กับประเทศเยเมน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงกลั่นน้ำมันกำลังการผลิต 400,000 บาร์เรลต่อวัน
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ "ความเสียหาย"ที่เกิดขึ้น ขณะที่บริษัทซาอุดี อารามโก (Saudi Aramco) บริษัทน้ำมันแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ยังไม่ได้ตอบการขอความเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
รอยเตอร์ตรวจสอบความถูกต้องของคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งแสดงให้เห็นกลุ่มควันขนาดใหญ่ลอยขึ้นจากบริเวณโรงกลั่นของซาอุดี อารามโก ในเมืองจิซาน ขณะที่แหล่งข่าวด้านการค้าน้ำมันในเอเชีย 2 รายระบุว่า ได้รับแจ้งว่าพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเสียหายบางส่วน
ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮูตีเคยโจมตีทั้งเมืองยันบูและจิซานมาแล้วหลายครั้ง ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงภายใต้การไกล่เกลี่ยของสหประชาชาติในปี 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อเนื่องจนถึงเดือนก.ค. นี้
ในปี 2562 กลุ่มฮูตีอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีโรงงานน้ำมันสำคัญ 2 แห่งของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันดิบของประเทศหายไปชั่วคราวมากกว่าครึ่งหนึ่ง
ที่มา: Reuters