ยุโรปเปิดฉากยุคใหม่แห่งอวกาศ ปล่อยจรวดพาณิชย์ “สเปกตรัม” ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จ!
บริษัท ไอซาร์ แอโรสเปซ (Isar Aerospace) สตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีอวกาศสัญชาติเยอรมนี ประสบความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการส่งจรวดสเปกตรัม (Spectrum) ขึ้นสู่วงโคจรโลกจากท่าอาศยานอวกาศอันเดอยา (Andoeya Spaceport) ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของจรวดภาคเอกชนที่สามารถส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรได้จริงจากพื้นที่ภาคพื้นทวีปยุโรป โดยการยิงจรวดแบบไร้คนขับเที่ยวนี้สามารถนำส่งดาวเทียมขนาดเล็กจำนวน 5 ดวง พร้อมกับการทดลองเทคโนโลยีกลางเที่ยวบินได้สำเร็จ ซึ่งสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้แก่ความพยายามของยุโรปในการพึ่งพาตนเองด้านการขนส่งทางอวกาศ
ความสำเร็จในครั้งนี้ได้รับการยกย่องจากผู้นำระดับสูง โดยนายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ซ แห่งเยอรมนี ได้กล่าวแสดงความยินดีและระบุว่านี่คือจุดเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ในการสำรวจอวกาศ สอดคล้องกับความเห็นของ เซซีลี เมอร์เซท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของนอร์เวย์ ที่เน้นย้ำว่าขีดความสามารถในการส่งดาวเทียมจากแผ่นดินยุโรปจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน ทั้งยังได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากองค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency) เป็นจำนวนเงินสูงถึง 200 ล้านยูโร (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 7,600 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาจรวดรุ่นใหม่และขยายโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการทดสอบและการปล่อยจรวดในอนาคต
ด้าน ดาเนียล เมตซ์เลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง ไอซาร์ แอโรสเปซ เปิดเผยว่า ขีดความสามารถในการปล่อยจรวดถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมอวกาศในปัจจุบัน โดยบริษัทสามารถก้าวผ่านความท้าทายหลังจากเคยล้มเหลวในการปล่อยจรวดครั้งแรกเมื่อ 18 เดือนก่อน และในปัจจุบันกำลังเร่งผลิตจรวดเพิ่มอีก 5 ลำเพื่อรองรับความต้องการในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยตั้งเป้าระยะยาวในการปล่อยจรวดให้ได้ประมาณ 40 เที่ยวต่อปี นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาฐานปล่อยอวกาศแห่งที่สองในรัฐโนวาสโกเชีย ประเทศแคนาดา ซึ่งคาดว่าจะพร้อมสำหรับการปล่อยจรวดภายในปี พ.ศ. 2571
การบรรลุเป้าหมายของไอซาร์ แอโรสเปซ นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายขีดความสามารถทางอวกาศของยุโรป เพื่อลดการพึ่งพาผู้ให้บริการรายใหญ่ของโลกอย่างสเปซเอ็กซ์จากสหรัฐอเมริกา หรืออารียานกรุ๊ป ที่ต้องพึ่งพาฐานปล่อยในเฟรนช์เกียนา รวมถึงการแข่งขันกับคู่แข่งร่วมภูมิภาคอย่างสวีเดนและสหราชอาณาจักร ความสำเร็จของจรวดสเปกตรัม จึงไม่เพียงแต่ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีของภาคเอกชน แต่ยังสะท้อนถึงการเติบโตของตลาดการส่งดาวเทียมขนาดเล็กและขนาดกลางที่จะกลายเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจอวกาศในอนาคต
ข้อมูลอ้างอิง: Isar Aerospace