‘ชัยชนะ’ ยื่น กมธ. ปปง. สอบลักลอบขนน้ำมันท่าเรือเชียงแสนไปเมียนมา ส่อฟอกเงินแก๊งสแกมเมอร์-เว็บพนัน
‘ชัยชนะ เดชเดโช’ ยื่นหนังสือถึง กมธ. ปปง. สภาผู้แทนราษฎร จี้สอบเบาะแสแอบขนน้ำมันผ่านท่าเรือเชียงแสนส่งเมียนมา ทั้งที่รัฐบาลสั่งห้ามตั้งแต่ ก.พ. ปูดใช้เรือหมุนเวียนเดือนละ 30 ล้านลิตร อ้างส่งลาวบังหน้าแต่ปลายทางโผล่เมียนมา ด้าน ‘ดาชัย’ โฆษก กมธ. รับลูก สังเกตผิดปกติคาดใช้เงินยาเสพติด-สแกมเมอร์มาแลกซื้อ จี้ตรวจเส้นทางการเงินผู้ซื้อยกแก๊ง
วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 13.15 น.ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นหนังสือถึง นายดาชัย เอกปฐพี สส.ลำปาง พรรคกล้าธรรม ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ. ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงข้ามแดน โดยนายชัยชนะ กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเกี่ยวกับความผิดปกติบริเวณท่าเรือเชียงแสน โดยพบว่ามีการลักลอบขนส่งน้ำมันเบนซินตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีปริมาณน้ำมันหมุนเวียนสูงถึงประมาณเดือนละ 30,000,000 ลิตร โดยใช้เรือหมุนเวียนแจ้งขึ้นน้ำมันเพื่อนำส่งไปยังประเทศลาว แต่จากการตรวจสอบเชิงลึกของชาวบ้านพบว่า เรือดังกล่าวกลับนำน้ำมันไปส่งยังประเทศเมียนมา ทั้งที่รัฐบาลมีคำสั่งสั่งห้ามขายน้ำมันให้ประเทศเมียนมาอย่างเด็ดขาดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จึงส่อไปในทางหละหลวมและทุจริต
นายชัยชนะ กล่าวเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพสามิต และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งตรวจสอบแหล่งที่มาของน้ำมัน สัญชาติของเรือ ตลอดจนเจ้าของเรือทุก ลำ รวมทั้งให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ซื้ออย่างละเอียดว่า มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนสีเทา แก๊งสแกมเมอร์ หรือพนันออนไลน์หรือไม่ พร้อมชี้ว่าเรือทุกลำมีระบบ GPS ระบุพิกัดชัดเจน และผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดคือเจ้าของน้ำมันเนื่องจากราคาขายในเมียนมาสูงกว่าปกติ
ด้าน นายดาชัย กล่าวรับเรื่องพร้อมระบุว่า ข้อสังเกตดังกล่าวมีความผิดปกติจริง เนื่องจากที่แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว ไม่มีคลังน้ำมันขนาดใหญ่และมีความต้องการใช้น้ำมันเพียงไม่กี่ล้านลิตรต่อเดือน อีกทั้งหากจะส่งน้ำมันไปประเทศลาวจริง การใช้รถขนส่งข้ามสะพานด่านเชียงแสนจะสะดวกกว่าการลงเรืออย่างมาก
“จากการตรวจสอบเบื้องต้น มีข้อสงสัยว่าอาจมีกลุ่มบุคคลนำเงินที่ได้จากธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด หรือแก๊งสแกมเมอร์ มาแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยเพื่อนำมาซื้อน้ำมันส่งออกโดยตรง ซึ่งแม้ศุลกากรจะปล่อยเรือตามเอกสารสำแดง แต่หลังจากนี้ กมธ. จะเข้ามาตรวจสอบข้อมูลจากท่าเรือเชียงแสนและไล่ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ซื้อน้ำมันทุกรายอย่างละเอียดต่อไป”นายดาชัย กล่าว