โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Museum Siam เปิดตัวแพลตฟอร์ม รวบรวมฐานข้อมูลสถาปัตยกรรม 100 ปีภาคเหนือ มุ่งขับเคลื่อน Heritage Economy

The Momentum

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) สังกัดสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการดำเนินงานตลอด 1 ปีเต็ม กับการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาฐานข้อมูลสถาปัตยกรรม 100 ปีภาคเหนือ พร้อมเปิดตัวชุดเนื้อหาดิจิทัล ‘ล้านนาในศตวรรษแห่งการเปลี่ยนผ่าน’บนเว็บไซต์ Museum Thailand

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีมรดกสถาปัตยกรรมอายุกว่าศตวรรษกระจายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 2,000 แห่ง ซึ่งบทเรียนที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า การพัฒนาอาคารเก่าให้กลับมามีชีวิต สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมหาศาล ทว่าความท้าทายหลักกลับอยู่ที่การพัฒนาที่เกิดขึ้นอย่างกระจัดกระจายทีละหลัง ขาดระบบการจัดการข้อมูลที่นำมาใช้ประโยชน์ต่อยอดได้อย่างแท้จริง สพร.จึงตั้งคำถามใหม่เพื่อเปลี่ยนวิธีทำงานผ่าน 4 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนจากตัวอย่างสู่ระบบ จากความร่วมมือสู่เครือข่าย จากการอนุรักษ์สู่องค์ความรู้ และจากการสร้างคุณค่าสู่การสร้างผลกระทบในระดับประเทศ

สำหรับตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา โครงการฯ ได้ลงพื้นที่สำรวจและรวบรวมข้อมูลสถาปัตยกรรมอายุกว่า 100 ปี ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือที่ผ่านกลั่นกรองอย่างเข้มข้น ความพิเศษของโครงการนี้ไม่ได้อยู่ที่เพียงความเก่าแก่หรือความงามทางสถาปัตยกรรม แต่อยู่ที่เกณฑ์การคัดเลือกอาคาร 100 แห่ง ซึ่งต้องเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อน ‘การเปลี่ยนผ่านของเมือง’ ในรอบ 100 ปี ทั้งในมิติบริบทเมือง เรื่องราวของผู้คน และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม

เพื่อแปลงฐานข้อมูลให้กลายเป็นเครื่องมือสาธารณะที่ใช้งานได้จริง เว็บไซต์ Museum Thailandจึงเปิดตัวคลังข้อมูลสถาปัตยกรรมในช่วง ‘ล้านนาในศตวรรษแห่งการเปลี่ยนผ่าน’ซึ่งรวบรวมประวัติศาสตร์อาคาร 100 แห่ง พร้อมคลังภาพถ่าย บทความเชิงลึก และผลงานวิจัย โดยได้รับการออกแบบให้เป็นเครื่องมือผ่าน 5 ฟังก์ชันสำคัญ ทั้งระบบค้นหาและกรองข้อมูลตามช่วงเวลาหรือประเภทอาคาร แผนที่และเส้นทางการเรียนรู้ที่ผู้ใช้งานสามารถสร้างเองได้ ข้อมูลอาคารเชิงลึก คลังบทความเชื่อมโยงเมือง ตลอดจนศูนย์รวมการอัปเดตกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างการเรียนรู้

นอกจากนี้ การเล่าเรื่องของโครงการยังร้อยเรียงสถาปัตยกรรมไฮไลต์ 9 อาคาร ใน 9 จังหวัด ให้เปรียบเสมือน 9 บทบันทึกการเปลี่ยนผ่านของภาคเหนือ เริ่มตั้งแต่คริสตจักรที่ 1 เวียงเชียงราย จังหวัดเชียงราย สะท้อนความทันสมัยผ่านศาสนา, โรงเรียนบ้านหย่วน (เชียงคำนาคโรวาท) จังหวัดพะเยา แสดงบทบาทการศึกษากับการสร้างชาติ, วัดม่อนสัณฐาน (ปู่ยักษ์) จังหวัดลำปาง กับการตีความศิลปะตะวันตก, ตึกรังษีเกษม หอประวัติศาสตร์โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา จังหวัดน่าน อาคารที่ส่องภาพการเปลี่ยนผ่านทางสังคมของภาคเหนือ, คุ้มวงศ์บุรี จังหวัดแพร่ ที่ถ่ายทอดการผสมผสานสถาปัตยกรรมวิกตอเรียนสู่อัตลักษณ์ท้องถิ่น, คุ้มเจ้าราชสัมพันธวงษ์ จังหวัดลำพูน ตัวแทนความเป็นสมัยใหม่แบบพื้นถิ่น, กิติพานิช จังหวัดเชียงใหม่ กับภาพเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนเมือง, บ้านเจ้าพระยาสุรสีห์วิสิษฐศักดิ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ บ้านเจ้านายในยุคปรับตัวสู่สยามสมัยใหม่ และวัดหัวเวียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่สะท้อนการหลอมรวมทางวัฒนธรรม เมื่อนำเรื่องราวเหล่านี้มาร้อยต่อกัน จึงกลายเป็นภาพสะท้อนพัฒนาการของภาคเหนือที่ก้าวสู่ความเป็นเมืองสมัยใหม่ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์และความหลากหลายไว้อย่างทรงคุณค่า

ขณะเดียวกัน ยังได้ลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากเจ้าของและผู้ดูแลอาคารจริง จนพบว่าความต้องการส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ใน 4 ด้านหลักคือ เงินทุนในการบำรุงรักษาที่มีราคาสูง องค์ความรู้และเทคนิคการบูรณะที่ถูกต้อง โมเดลธุรกิจที่ช่วยให้อาคารเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว และการสืบค้นข้อมูลประวัติศาสตร์ที่สูญหายไป ข้อสรุปนี้ยืนยันว่า เจ้าของอาคารไม่ได้ต้องการเพียงเงินสนับสนุน แต่ต้องการองค์ความรู้ รูปแบบการใช้ประโยชน์ และเครือข่ายที่จะช่วยเปลี่ยนอาคารเก่าให้กลายเป็นคุณค่าใหม่ของเมืองอย่างยั่งยืน

เพื่อทดสอบการนำข้อมูลจากหน้าจอลงสู่พื้นที่จริง เมื่อวันที่ 21-22 กรกฎาคม 2569 สพร.จัดกิจกรรมศึกษาพื้นที่ต้นแบบการใช้ทุนวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมเพื่อการพัฒนาเมืองที่จังหวัดเชียงใหม่และลำปาง โดยนำคณะนักพัฒนาเมือง ผู้สร้างสรรค์เนื้อหา นักส่งเสริมวัฒนธรรม และนักเล่าเรื่องการท่องเที่ยว ร่วมลงพื้นที่สัมผัสอาคารจริง เช่น บ้านบอร์เนียว ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) หอปูมละกอน วัดปงสนุก บ้านพระยาสุเรนทร์ บ้านหลุยส์ ที. ลีโอโนเวนส์ อาคารหม่องโง่ยซิ่น และอาคารเยียนซีไท้ลีกี กิจกรรมดังกล่าวยังเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง เช่น รศ.ดร.วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ล้านนา, ผศ.กานต์ คำแก้ว หัวหน้าศูนย์วิจัยและบริการวิชาการสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD, ปุณณสิน มณีนันทน์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง, ปรามินทร์ เครือทอง ที่ปรึกษาสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการส่งต่อองค์ความรู้ให้เดินหน้าต่อผ่านช่องทางของเครือข่ายอย่างไม่หยุดนิ่ง

สพร.ยืนยันว่า Adaptive Reuse คือแนวทางแห่งอนาคตที่เปลี่ยนคำถามจากการอนุรักษ์แบบเดิมที่ว่า จะรักษาไว้อย่างไร ไปสู่จะทำให้อาคารนี้สร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้คน เมือง และเศรษฐกิจได้อย่างไร โดยหัวใจของ Heritage Economy ประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ อัตลักษณ์ที่เลียนแบบไม่ได้ (Character/ Identity) เรื่องราวของสถานที่ (Story) ประสบการณ์พิเศษ (Experience) และมูลค่าที่หมุนเวียนกลับสู่เศรษฐกิจเมือง (Value & Economy)

สำหรับบทสรุปของโครงการนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนอาคารประวัติศาสตร์ แต่ขาดการมองเห็นมรดกทางวัฒนธรรมในฐานะ ‘ทุน’ ที่สามารถวางห่วงโซ่คุณค่าได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่มรดกทางวัฒนธรรม (Heritage) สู่องค์ความรู้ (Knowledge) แปลงเป็นการเรียนรู้ (Learning) นำไปสู่การพัฒนาเมือง (City) และการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน (Future) เพราะคุณค่าของอาคารไม่ได้อยู่ที่อายุของมัน แต่อยู่ที่คุณค่าใหม่ที่สร้างให้เกิดขึ้นเพื่อผู้คนและเมือง

สามารถค้นหาข้อมูลสถาปัตยกรรมภาคเหนือและวางแผนเส้นทางเรียนรู้ได้ทาง https://www.museumthailand.com/thaiarch100yrs

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...