โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โซเดียม...ต้นเหตุของความ 'บวม' ทำให้ดูอ้วนขึ้นได้!

Dek-D.com

เผยแพร่ 05 เม.ย. 2565 เวลา 12.47 น. • DEK-D.com
โซเดียมขาดก็ไม่ได้…มีมากไปในร่างกายก็ไม่ดีเหมือนกัน

Spoil

  • โซเดียมมีอยู่ในอาหารหลายประเภท ปริมาณโซเดียมที่ร่างกายได้รับแล้วไม่เป็นอันตราย คือ ประมาณ 1 ช้อนชา
  • การได้รับโซเดียมมากเกินไปทำให้ร่างกายต้องกักเก็บน้ำไว้ในเซลล์มากกว่าปกติ ส่งผลทำให้ตัวดูบวมขึ้น
  • วิธีแก้ไขการตัวบวมโซเดียมได้ง่ายที่สุด คือลดอาหารรสเค็มและดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ (1.5-2 ลิตร/วัน)

น้องๆ ชาว Dek-D.com เคยสงสัยไหมคะ? ว่าตัวเองก็ไม่ได้กินอะไรเยอะนะ ของหวานก็ไม่ค่อยได้แตะ…แต่ทำไมเราถึงดูตัวบวมหรือหน้าบวมจัง?วันนี้พี่ออมจะมาบอกอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราดูอ้วนขึ้นค่ะ เรื่องใกล้ตัวเรานี่เอง บอกเลยว่าสาเหตุนี้ถ้ารู้แล้วปรับพฤติกรรมก็สามารถแก้ไขได้เลยทันทีค่ะ

คำตอบนั่นคืออาจเป็นเพราะเรากินอาหารที่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบอยู่มากไปจนเกินความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้เราดูหน้าบวม ตัวบวมได้!

โซเดียมกับเกลือ อันเดียวกันไหม?

โซเดียม เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย (เพราะฉะนั้นก็ห้ามขาดน้องเขานะคะ) ช่วยรักษาความสมดุลของน้ำในร่างกายและความดันโลหิตโดยทั่วไปแล้วร่างกายต้องการโซเดียมประมาณ 1500 มิลลิกรัม/วัน ปริมาณโซเดียมสูงสุดที่บริโภคแล้วไม่เป็นอันตรายคือไม่เกิน 2000 มิลลิกรัม/วัน หรือเกลือประมาณ 1 ช้อนชา ดังนั้นเราจึงไม่ควรกินโซเดียมเกิน 1 ช้อนชาต่อวัน

สำหรับใครที่สงสัยว่าเกลือกับโซเดียมนี่มันเหมือนกันหรือเปล่า? จะบอกแบบนี้นะคะ…เกลือ คือสารประกอบทางเคมีที่เรียกว่า โซเดียมคลอไรด์ โดยปกติเกลือที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้จะมีโซเดียมร้อยละ 40 ดังนั้นเมื่อพูดถึง เกลือ 1 กรัม จึงหมายถึงมีโซเดียม 0.4 กรัม (ข้อมูลจาก สสส.)

โซเดียม มีอยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง?

อาหารส่วนมากมักจะมีโซเดียมประกอบอยู่อย่างที่เราไม่คาดคิดเลย เช่น ในเนื้อสัตว์ ถั่ว ผักต่างๆ แต่ว่าอาหารธรรมชาติเหล่านี้มีปริมาณโซเดียมที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายและเราไม่จำเป็นต้องปรุงเพิ่มเลยค่ะ แล้วน้องๆ รู้ไหมคะว่าแม้แต่ ผงฟู ที่เราใช้ทำขนมปังหรือคุกกี้ ก็มีโซเดียมประกอบอยู่เหมือนกัน

อาหารอีกจำพวกที่มักจะเจอโซเดียมบ่อยนั่นก็คือ อาหารแปรรูป-อาหารสำเร็จรูปนั่นเองค่ะพวกอาหารหมักดอง อาหารกึ่งสำเร็จรูปต่างๆ ขนมกรุบกรอบ อาหารรสเค็มๆ เครื่องปรุงรส เป็นต้น ของโปรดของใครบ้างเอ่ย!!

มาถึงตรงนี้น้องๆ หลายคนคงนั่งคิดกันใหญ่แล้วสิ ว่าวันนี้เรากินโซเดียมกันไปขนาดไหนแล้วเกิน 1 ช้อนชาหรือยัง? ซึ่งคำถามต่อมาน้องๆ ก็คงจะคิดว่า ‘เอาแล้ว…เหมือนจะกินโซเดียมเกินนะเรา แล้วถ้าได้รับโซเดียมมากเกินมันจะเป็นยังไงละ?! ’

กินโซเดียมมากเกินไปทำให้ตัวบวม?!

บางทีที่เราสังเกตตัวเองว่าดูอ้วนขึ้น อาจเป็นเพราะเราได้รับโซเดียมมากเกินไปอาการหน้าบวม-ตัวบวมเกิดจากการที่ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่มากเกินกว่าร่างกายต้องการ ทำให้ร่างกายของเรากักเก็บน้ำไว้ใต้ผิวเพื่อใช้ละลายความเข้มข้นของโซเดียม จึงส่งผลให้เนื้อเยื่อในร่างกายบริเวณต่างๆ มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และร่างกายดูบวมกว่าปกติ หรือที่เราชอบเรียกกันว่า อาการบวมน้ำ/บวมโซเดียมนั่นเองค่ะ

แต่ว่าการบวมน้ำก็ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการกินโซเดียมมากเกินไปอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีอีกหลายสาเหตุเลย ไม่ว่าจะเป็น :

  • อาการท้องผูกทำให้ร่างกายไม่สามารถขับของเสียออกมาได้อย่างปกติ
  • การทานยารักษาโรคบางชนิด
  • อยู่ในอิริยาบถเดิมเดิมนานๆ ทำให้เลือดไม่ไหลเวียนไปยังส่วนอื่นของร่างกายเกิดเป็นอาการตัวบวมได้ค่ะ ลองสังเกตเวลาที่เราหลับแล้วตื่นมาบางทีเราจะหน้าบวม เพราะเมื่อเวลาเรานอนหน้าเราอยู่ในท่ากดทับตำแหน่งเดิม หรือแม้กระทั่งการนั่งนานๆ ก็ทำให้เกิดเลือดคั่งบริเวณขา เป็นสาเหตุทำให้ขาบวมได้เหมือนกัน
  • ช่วงมีประจำเดือนซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงและเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อประจำเดือนหายความบวมเหล่านั้นก็จะหายไปเองค่ะ
  • การดื่มน้ำน้อยเกินไปก็ทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้เหมือนกัน

วิธีกำจัดโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย

  • การกำจัดโซเดียมออกจากร่างกายมีวิธีง่ายที่สุดคือ การดื่มน้ำการดื่มน้ำให้เพียงพอคือ 1.5-2 ลิตร/วัน จะช่วยให้ของเหลวภายในร่างกายมีการไหลเวียนที่ดี มีความสมดุลมากขึ้น ทั้งยังช่วยขับของเสียออกจากร่างกายได้มากขึ้นด้วยค่ะ
  • ออกกำลังกายให้เกิดการเคลื่อนไหวของร่างกาย ถ้าหากนั่งเรียนไม่สามารถออกกำลังกายอย่างจริงจังได้แนะนำขยับขาเปลี่ยนอิริยาบถก็ยังได้ค่ะ หรือเวลานอนเล่นก็ยกขาขึ้นสูงหรือวางบนหมอนนุ่มๆ ให้เลือดได้ไหลเวียนสะดวกมากขึ้น
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินลดการกินอาหารแปรรูป, ของหมักดองและอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น ขนมถุงกรุบกรอบแสนนัวลิ้น เครื่องปรุงรสต่างๆ หรือแม้แต่น้ำผลไม้บางทีก็มีการเติมเกลือลงไปเพื่อทำให้มีรสชาติที่ดีขึ้นด้วยนะคะ
  • อาหารที่ช่วยลดโซเดียมในร่างกายได้คืออาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย ถั่วขาว ผักใบเขียว มันฝรั่ง แต่ว่าหมายเหตุไว้สักนิดสำหรับผู้ป่วยโรคไตซึ่งต้องคอยควบคุมปริมาณโพแทสเซียมในร่างกายกันให้ดีนะคะ

ส่วนตัวพี่ออมเองยอมรับเลยค่ะว่าเป็นคนติดกินเค็มคนนึงเลย แล้วก็เจอเหตุการณ์ตัวบวมหลายครั้ง ทำให้รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ตอนนี้ก็พยายามลดการทานเค็ม ลดการเติมเครื่องปรุงเวลาทานอาหารแล้วก็พยายามดื่มน้ำให้มากขึ้นด้วย เพื่อสุขภาพในระยะยาวกันนะคะ แน่นอนกินโซเดียมมากๆ ในอนาคตจะไม่ใช่แค่ตัวบวมน้ำแล้วหาย บอกเลยว่าโรคไตถามหาแน่นอน ไตจริงๆ เลย ไม่ใช่ไตหาหัวจามด้วยนะคะ ดักไว้ก่อน!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...