โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กทม.เร่งเพิ่มพื้นที่สีเขียวย่านใจกลางเมือง ให้คนกรุงเข้าถึงพื้นที่สาธารณะคุณภาพ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 เม.ย. 2565 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2565 เวลา 06.55 น.

กทม.เร่งเพิ่มพื้นที่สีเขียวย่านใจกลางเมือง ให้คนกรุงเข้าถึงพื้นที่สาธารณะคุณภาพ

วันนี้ (22 เมษายน 2565) นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีพื้นที่สีเขียวประเภทสวนสาธารณะและสวนหย่อมรวม 8,917 แห่ง พื้นที่ 25,893 ไร่ 61.05 ตารางวา คิดเป็นอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากร 7.49 ตารางเมตรต่อคน (ตร.ม./คน) ซึ่งหากแบ่งตามกลุ่มเขตจะพบว่า กลุ่มกรุงเทพตะวันออก มีอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนประชากรมากที่สุด อยู่ที่ 8.70 ตร.ม./คน รองลงมาคือกลุ่มกรุงธนใต้ 8.26 ตร.ม./คน กลุ่มกรุงเทพเหนือ 7.31 ตร.ม./คน กลุ่มกรุงธนเหนือ 6.68 ตร.ม./คน กลุ่มกรุงเทพกลาง 6.47 ตร.ม./คน และกลุ่มกรุงเทพใต้ 6.36 ตร.ม./คน จึงจำเป็นต้องเร่งเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะและพัฒนาศักยภาพสวนสาธารณะที่มีอยู่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวที่มีคุณภาพได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

นายชาตรี กล่าวว่า กทม.โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ ตระหนักถึงความสำคัญของสวนลุมพินี ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ กลางใจเมือง และตั้งอยู่ในกลุ่มเขตกรุงเทพใต้ซึ่งที่มีพื้นที่สีเขียวประเภทสวนสาธารณะและสวนหย่อมต่อประชากรน้อยที่สุดในกลุ่มเขตทั้งหมด 6 กลุ่มเขต ประกอบกับในปี 2568 สวนลุมพินีจะมีวาระครบรอบ 100 ปี จึงเป็นช่วงเวลาเหมาะสมในการปรับปรุงและพัฒนาสวนลุมพินีเพื่อยกระดับสวนลุมพินีให้เป็นสวนสาธารณะระดับมหานครแห่งอนาคต ส่งเสริมศักยภาพของพื้นที่ให้สามารถตอบสนองกับการพัฒนาของเมืองและวิถีชีวิตในโลกยุคใหม่ ซึ่งในแผนงานก่อสร้างและปรับปรุงนั้น จะแบ่งการดำเนินการออกเป็นหลายระยะ เพื่อไม่ให้กระทบกับการบริการประชาชน

“สวนลุมพินีเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้เป็นสวนสาธารณะสำหรับประชาชน เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2468 มีขนาดพื้นที่ 360 ไร่ ตั้งอยู่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD: Central Business District) ของกรุงเทพฯ ล้อมรอบด้วยอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม คอนโดมิเนียม และสถานที่สำคัญต่างๆ แต่ละวันมีประชาชนเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการสำรวจสภาพปัจจุบันของสวนลุมพินี พบว่า อาคาร สถานที่และองค์ประกอบต่างๆ ภายในสวน รวมถึงระบบสาธารณูปโภคต่างๆ มีสภาพชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา การจัดพื้นที่ใช้สอยและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่สามารถตอบสนองกับการใช้งานตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปได้อย่างเต็มที่” นายชาตรี กล่าว

รองปลัด กทม. กล่าวว่า ประกอบกับ แนวความคิดในการออกแบบสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวสาธารณะของเมืองต่างๆ ทั่วโลกนั้น มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เป็นไปตามสภาพแวดล้อมของเมืองและวิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่เพื่อการออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจตลอดจนทำกิจกรรมต่างๆ ของประชาชนแล้ว สวนสาธารณะยังทำหน้าที่ช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเมืองอีกด้วย อาทิ การใช้สวนสาธารณะเป็นพื้นที่สำหรับหน่วงน้ำหรือชะลอน้ำฝนก่อนปล่อยออกสู่ระบบระบายน้ำสาธารณะของเมืองเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม การเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประดิษฐ์ (Construct wetland) เพื่อสร้างระบบนิเวศเมืองให้มีความสมบูรณ์ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ระบบหมุนเวียนน้ำในสวนโดยใช้ระบบชีววิศวกรรม (Bioengineering) มาบำบัดน้ำเสียเพื่อนำมาใช้รดน้ำต้นไม้ได้อีกครั้งทำให้ช่วยลดการใช้น้ำประปา

นอกจากนี้ นายชาตรี กล่าวว่า ต้นไม้ใหญ่และพืชพรรณต่างๆ ที่อยู่ในสวนสาธารณะยังช่วยลดอุณหภูมิของเมือง ช่วยดูดซับมลพิษทางอากาศและดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ทั้งนี้ ภายหลังการปรับปรุงสวนลุมพินีแล้วเสร็จ คาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์มากมายต่อชาวกรุงเทพฯ ทั้งการเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพ เป็นแหล่งกิจกรรมอย่างครบวงจร เป็นปอดขนาดใหญ่ใจกลางเมือง และยังสามารถแก้ปัญหาของเมืองกรุงได้อย่างรอบด้านอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...