โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(จบบริบูรณ์) ระบบพรสวรรค์ SSS

นิยาย Dek-D

อัพเดต 22 ส.ค. 2566 เวลา 00.12 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2566 เวลา 00.12 น. • FantasyShop
โลกถูกรุกรานโดยเผ่าปิศาจ มนุษย์ได้รับพรสวรรค์มากมายจากพระเจ้าเพื่อใช้ต่อกรกับปิศาจ ฉินชานเป็นฮันเตอร์ที่ได้พรสวรรค์ที่อ่อนแอที่สุด จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้รับระบบพรสวรรค์ SSS มา

ข้อมูลเบื้องต้น

โลกถูกรุกรานโดยเผ่าปิศาจ ทำให้ดันเจี้ยนปรากฏมากมายบนโลก มนุษย์ได้รับพรสวรรค์มากมายจากพระเจ้าเพื่อใช้ต่อกรกับปิศาจ ฉินชานเป็นฮันเตอร์ที่ได้พรสวรรค์ที่อ่อนแอที่สุด จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้รับระบบพรสวรรค์ SSS มา

1

ภายในห้องเล็กๆ ขนาด 14 ตารางเมตร ชายหนุ่มคนหนึ่งได้เหวี่ยงหมัดสลับกับลูกเตะออกไปเป็นจังหวะ เม็ดเหงื่อจำนวนมากไหลอาบย้อมทั่วใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา

"999 ! , 1,000!"

เมื่อฝึกเตะต่อยอากาศครบเป้าที่วางไว้ ฉินชานก็นอนราบก็พื้นแล้วดันตัวขึ้นลงต่อ

"1 2 3 4 5 6 7!" เขาฝึกซ้อมร่างกายแบบนี้เป็นประจำ เตะต่อยอากาศวันละ 1,000 ครั้ง ซิทอัพวิดพื้นวันละ 1,000 ครั้งวิ่งวันละ 10 กิโลเมตร นั่นทำให้เขามีร่างกายที่สมบูรณ์แบบมาก

หากถามว่าทำไมเขาถึงต้องทำแบบนี้ นั่นก็เพราะเขาต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นยังไงล่ะ

"ฉันจะแข็งแกร่งขึ้น ฉันจะแข็งแกร่งขึ้นจนเจ้าพวกนั้นจะได้เลิกดูถูกฉันสักที ในโลกใบนี้มีเพียงแค่คนแข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นถึงจะไม่ถูกเหยียดหยามและสามารถใช้ชีวิตอย่างหรูหราได้ ฉันจะฝึกแบบนี้เรื่อยๆ และกลายเป็นฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกนี้ให้ได้!"

ฉินชานนั้นทำงานเป็นฮันเตอร์ เขาต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่ออกมาจากเกทแลกกับเงินเป็นค่าอยู่ค่ากิน แต่ว่าด้วยพรสวรรค์ที่ต่ำต้อยและโชคที่ไม่เข้าข้างของเขา ทำให้เขาได้รับการสุ่มพลังโดยพระเจ้าให้อ่อนแอกว่าคนอื่นๆ ทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาเล็กน้อยเท่านั้นในขณะที่คนอื่นมีพลังสามารถต่อกรกับมอนสเตอร์ได้อย่างสบายๆ

เรื่องนี้มันได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จู่ๆ โลกใบนี้ก็ปรากฏเกทขึ้นมา ในเกทนั้นมีสัตว์ประหลาดที่ทรงพลังและดุร้ายจำนวนมากออกมาทำลายบ้านเมือง กองกำลังทหารหลายประเทศได้เข้าต่อสู้กับมันแต่อาวุธของมนุษย์ทำอะไรพวกมันไม่ได้สักอย่าง มีเพียงแค่ผู้ที่ได้รับเลือกเท่านั้นจึงจะสามารถสู้กับพวกมันได้ คนเหล่านี้ทุกคนเรียกพวกเขาว่าฮันเตอร์ พวกเขาคือผู้ที่ได้รับพลังจากพระเจ้า แต่ละคนก็ได้รับพลังแตกต่างกันไป ซึ่งพลังแต่ละอย่างก็มีความสามารถแตกต่างกัน

ขณะที่บางคนสามารถปล่อยเปลวไฟออกจากความว่างเปล่าได้ บางคนก็สามารถทำให้สิ่งของถูกแช่แข็ง และบางคนก็สามารถทำให้แผ่นดินไหว พวกเขาได้รับพลังที่ทรงพลังและอยู่เหนือกว่าวิทยาศาสตร์จะอธิบายได้ พวกเขากลายเป็นความหวังของมนุษยชาติ

อย่างไรก็ตาม ฉินชานนั้นก็ได้รับพลังที่อ่อนแอที่สุดที่โลกใบนี้เคยมีมา นั่นก็คือการเพิ่มค่าสถานะให้แข็งแกร่งขึ้นกว่ามนุษย์ทั่วไปนิดหน่อย ไม่เคยมีใครได้รับพลังที่ธรรมดาแบบนี้ อย่างมากเขาก็กลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดามนุษย์ธรรมดาแต่อ่อนแอที่สุดในบรรดาฮันเตอร์ด้วยกัน ตัวตนของเขาถูกเรียกว่าฮันเตอร์ที่อ่อนแอที่สุดในโลก

ฉินชานนั้นต้องการจะลบคำสบประมาทพวกนั้น เพราะแบบนั้นเขาถึงได้พยายามกว่าใครเพื่อที่จะกลายเป็นฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

ฉินชานกลับไปที่กิลด์ฮันเตอร์ กิลด์นี้มีชื่อเซเบอร์ทูธ เป็นกิลด์ฮันเตอร์แรงค์ D ชั้นปลายแถวที่เดียวที่ยอมรับฉินชานเข้าร่วม แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับฉินชานเข้าเพราะใจดี แต่เพราะต้องการจะให้คนมันครบจะได้ตั้งกิลด์ได้เท่านั้น ไม่อย่างงั้นสายตาของทุกคนที่มองเขาคงจะไม่ได้เย็นชาและคนพวกนี้คงจะไม่คอยดูถูกเขาตลอดเวลา

"อ่าว นั่นฉินชานไม่ใช่เหรอนั่น? ฝึกบริหารร่างกายเสร็จแล้วอย่างงั้นเหรอ? ขยันขันแข็งจังเลยนะ ทั้งๆ ที่พรสวรรค์มันไม่ได้งอกมาด้วยการวิดพื้นแท้ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า!"

"ฉินชาน! นายเดินร่อนเร่แบบนั้นไปทั่วมันมีแต่จะทำให้กิลด์ของเราดูแย่เปล่าๆ เลิกทำภารกิจแล้วมาช่วยจีผิงที่แผนกต้อนรับดีกว่าน่า! อย่างนายน่ะไม่เหมาะจะเป็นฮันเตอร์หรอก!"

"มาที่นี่คราวนี้มีอะไรอีก!? เงินคงจะหมดแล้วคิดจะมาทำภารกิจสินะ แต่วันนี้ปาร์ตี้ของนายเขาไม่คิดจะออกไปไหนหรอกนะ!"

เมื่อได้ยินใครบางคนพูดแบบนั้นมันก็ทำให้คิ้วของฉินชานกระตุก "วันนี้พวกซู่เหยาไม่ทำภารกิจเหรอ?"

ชายคนนั้นส่งสายตามีเลศนัยให้ฉินชานโดยไม่พูดอะไร เขายิ้มอย่างเป็นความลับและผายมือออกไปที่ด้านหลังกิลด์เท่านั้น "เพื่อนของนายรอนายอยู่ด้านหลัง ดูเหมือนพวกเขาจะมีเรื่องบางอย่างสำคัญอยากจะบอกนาย"

ฉินชานไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร แต่เขาก็เดินไปที่ด้านหลัง

เมื่อมาถึงหลังกิลด์แล้ว ฉินชานก็พบว่าที่นี่มีเพื่อนของเขาอยู่ 4 คน หนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาวที่มีใบหน้าสวยระดับหนึ่งเธอคือแฟนเขา

แต่ตอนนี้สายตาที่ทุกคนมองเขานั้นมันเต็มไปด้วยความเย็นชา ถึงแม้พักหลังๆ มานี้คนพวกนี้จะเริ่มมองฉินชานอย่างเย็นชา แต่ฉินชานสัมผัสได้ว่าวันนี้แววตาพวกนี้เย็นชากว่าทุกที

"ซู่เหยา เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกนายรวมตัวกันที่นี่?" ฉินชานถาม

จ้าวเหลียงมองฉินชานอย่างเย็นชา "ฉินชาน นี่ผ่านมาได้ 3 เดือนแล้วตั้งแต่ที่เราจับปาร์ตี้กันมา พวกเราตัดสินใจกันได้แล้วว่าจากนี้พวกเราจะหาสมาชิกปาร์ตี้คนใหม่ ถึงจะรู้สึกแย่ต่อนายที่ต้องบอกกะทันหัน แต่จากนี้นายถูกไล่ออกจากปาร์ตี้แล้ว"

เมื่อได้ยินแบบนี้ฉินชานก็ตกตะลึง "อะ อะไรนะ! ทำไมกัน!"

จ้าวเหลียงบอก "ตอนแรกพวกเรานึกว่าข่าวลือเรื่องที่นายอ่อนแอที่สุดในโลกจะเป็นแค่เรื่องโกหก ต่อให้เป็นเรื่องจริงก็คงจะไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ผลลัพธ์จากการอยู่ด้วยกันมา 3 เดือนทำให้พวกเรารู้ว่าพวกเราคิดผิด นายมันห่วยและไม่มีประโยชน์อะไรสักอย่าง พลังของนายเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปก็จริงแต่มันก็ไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้ามอนสเตอร์ นายไม่ควรจะเป็นฮันเตอร์เลยด้วยซ้ำ เพราะแบบนั้นล่ะ ฉันจึงโหวตกับทุกคนเพื่อไล่นายออก"

ฉินชานที่ได้ยินแบบนี้ก็อึ้ง ถึงแม้เขาจะรู้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้เก็บความไม่พอใจต่อเขามาโดยตลอด แต่พอมาถูกไล่ออกจริงๆ แบบนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บใจจริงๆ ยังไงก็ตาม เขาก็ไม่สนใจ ถึงแม้เขาจะไม่มีปาร์ตี้แล้วแต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้แค่นี้

"ซู่เหยา พวกเราไปกันเถอะ" ฉินชานยื่นมือไปจับหญิงสาวตรงหน้าเพื่อที่จะไปหาสมาชิกปาร์ตี้เพิ่ม แต่ว่าสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อซู่เหยาสะบัดมือเขาออกและมองเขาอย่างเย็นชา เหนือสิ่งอื่นใดเธอกระทั่งไปเกาะแขนจ้าวเหลียง

"ซู่เหยา นี่..นี่มันหมายความว่ายังไง?" ฉินชานไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองกำลังคิด อย่าบอกนะว่าซู่เหยาก็..

ซู่เหยาบอก "ฉินชาน นายมันคนไร้อนาคต ฉันเคยชอบนายเพราะเห็นว่านายเป็นคนดี แต่ฉันอยู่กับคนที่พึ่งพาตัวเองไม่ได้แบบนายไม่ไหวหรอก การโหวตนั้นฉันเองก็โหวตไล่นายออกจากปาร์ตี้เหมือนกัน ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะขอเลิกกับนาย เทียบกับคบคนอย่างนาย ฉันคบกับจ้าวเหลียงยังดีกว่า ที่จริงแล้วพวกเราแอบคบกันลับหลังนายโดยที่นายไม่รู้มา 2 อาทิตย์แล้วล่ะ"

ฉินชานอึ้ง ในใจรู้สึกโกรธและเจ็บใจ เขารู้ว่าพวกจ้าวเหลียงอยากจะไล่เขาออกจากปาร์ตี้มาโดยตลอด ดังนั้นเขาจึงพอจะรับได้เวลาที่รู้ความจริงจากปากของอีกฝ่าย แต่การที่ซู่เหยานอกใจเขาแบบนี้มาตลอดแล้วทำเหมือนเขาเป็นคนโง่มันทำให้เขารู้สึกช็อกและเจ็บใจจริงๆ เขารู้ว่าตัวเขาไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะถูกบอกเลิกอย่างโหดร้ายแบบนี้

ฉินชานกัดฟันแล้วเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร เขาเดินไปหยิบภารกิจหนึ่งในบอร์ดมาจากนั้นก็ออกจากกิลด์ไปทำภารกิจคนเดียว ไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่าภารกิจที่ตัวเองหยิบมาคือภารกิจอะไร

ทุกคนในกิลด์ได้แต่ถอนหายใจและส่ายหน้ากับความดื้อรั้นของฉินชาน บางคนก็รู้สึกขยะแขยงกับความอวดดีของเขา

ฉินชานกลับมาที่บ้าน เขาต้องเตรียมตัวอย่างดีเพื่อที่จะไปลงดันเจี้ยนเพราะเขาไม่เหลือปาร์ตี้แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะต้องลงดันเจี้ยนคนเดียว

พ่อแม่ของฉินชานที่เห็นเขามาคนเดียวโดยไม่มีปาร์ตี้มาด้วยก็ทำให้รู้สึกสงสัย "ฉินชาน นั่นลูกจะไปลงดันเจี้ยนเหรอ? ทำไมถึงได้มาคนเดียวล่ะ พวกซู่เหยาไปไหน?"

"เจ้าพวกนั้นไล่ผมออกจากปาร์ตี้แล้ว ตอนนี้ผมไม่มีปาร์ตี้แล้วล่ะ" ฉินชานกล่าวอย่างเย็นชา

พ่อแม่ของฉินชานที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกตะลึง จากนั้นพวกเขามองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมา

ขณะที่ฉินชานกำลังเก็บของบนห้องเพื่อเตรียมตัวจะไปลงดันเจี้ยน พ่อแม่ของเขาก็ขึ้นมาและกล่าวกับเขา "ฉินชาน พ่อแม่คุยกันแล้ว พ่อแม่คิดว่าลูกควรจะหยุดการเป็นฮันเตอร์แต่เพียงเท่านี้จะดีกว่า นี่ผ่านมาเป็นปีแล้วที่ลูกเริ่มทำอาชีพนี้แต่ลูกก็แทบจะหาเงินจากมันไม่ได้เลย เทียบกับเพื่อนคนอื่นๆ ที่จบมามีงานทำ ลูกเป็นคนเดียวที่ยังไม่มีจุดหมายที่แน่ชัดเป็นของตัวเองเลย"

"จุดหมายที่แน่ชัดน่ะมีอยู่แล้ว! ก็ผมอยากจะเป็นฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกยังไงล่ะ!"

พ่อแม่ของฉินชานมองหน้ากัน จากนั้นก็ถอนหายใจ "ฉินชาน นั่นน่ะไม่ใช่เป้าหมาย มันก็แค่ความฝันลมๆ แล้งๆ ไร้สาระเท่านั้น เป็นฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดของลูก แล้วลูกคิดจะทำยังไง? พลังพวกนั้นได้มาแล้วมันก็ติดตัวไปตลอด ถึงจะพัฒนาขึ้นได้ แต่ชนิดพลังพวกนี้ก็ไม่เปลี่ยน พลังของลูกน่ะต่อให้พัฒนามันก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรขนาดนั้นหรอก เพราะพลังของลูกมันไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลย ดังนั้นล่ะฉินชาน พ่อกับแม่จึงได้คุยกันแล้ว ถ้าหากว่าลูกยังเลือกที่จะเป็นฮันเตอร์ต่อไป พ่อกับแม่คงจะต้องไล่ลูกออกจากบ้าน"

"อะ …อะไรนะ!" ฉินชานอึ้ง

พ่อแม่ฉินชานบอก "นี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้ลูกหยุดเป็นฮันเตอร์ได้ จนถึงตอนนี้ลูกพึ่งพาพ่อแม่มาตลอดเพื่อไล่ตามความฝันตัวเอง ถ้าไม่มีพ่อแม่ ลูกก็ไม่มีทางไปต่อได้ พ่อแม่สนับสนุนความฝันทุกอย่างของลูก แต่ถ้ามันเป็นความฝันที่ไม่มีทางเป็นจริงพ่อแม่ก็อยากจะให้ลูกหยุด ยิ่งเป็นความฝันที่จะทำให้ลูกบาดเจ็บกลับมาทุกครั้งมันก็ยิ่งทำให้พ่อแม่อยากให้ลูกหยุด จากนี้พ่อแม่จะไม่เลี้ยงดูค่าใช้จ่ายอะไรของลูกอีก เว้นแต่ลูกจะเลิกเป็นฮันเตอร์"

พ่อแม่ของฉินชานกล่าวแบบนั้นแล้วจากไป ส่วนฉินชานก็นั่งช็อกอยู่กับที่โดยที่ในหัวว่างเปล่าไปหมด จนถึงตอนนี้เขามีพ่อแม่คอยซัพพอร์ตมาตลอด นั่นทำให้เขามีที่อยู่ที่กิน เพราะเอาจริงๆ แล้วงานฮันเตอร์ของเขาแทบจะหาเงินไม่ได้เลยเพราะเขาอ่อนแอเกินไป ถ้าหากว่าขาดพ่อแม่ไปเขาก็ฝืนทำงานฮันเตอร์ต่อไม่ได้

ฉินชานกัดฟันด้วยความเจ็บใจ เขาเจ็บใจที่ตัวเองได้รับพรสวรรค์ที่ไร้ค่าแบบนี้มา ถ้าหากเขาได้พรสวรรค์ที่ดีกว่านี้เขาก็คงจะไม่ต้องมาลำบากขอเงินพ่อแม่ใช้แบบนี้ ถ้าเขามีพรสวรรค์ที่ดีกว่านี้เขาคงจะมีความหวังในการเป็นฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุด ทั้งหมดที่เขาต้องการก็มีเพียงแค่นั้น เขาอยากจะเป็นฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุด เขาเจ็บใจที่ถูกผู้คนดูถูกมาตลอด ตั้งแต่เด็กเขาโดนคนอื่นแกล้งมามากมายโดยที่ปกป้องอะไรตัวเองไม่ได้ เพราะแบบนั้นเขาจึงคิดมาตลอดว่าการมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีได้นั้นเราจะต้องแข็งแกร่ง ถึงแม้ความปรารถนานี้จะดูเหมือนเด็ก แต่มันก็เป็นความปรารถนาที่สร้างขึ้นจากปมด้อยที่ก่อตัวสะสมมากว่า 18 ปี มันไม่ใช่แค่ความปรารถนาแต่เป็นการลบล้างปมด้อยเพื่อสร้างความภาคภูมิใจในการมีชีวิตต่อให้ได้ มันน่าสมเพชที่เกิดมาโดนคนอื่นดูถูกเกือบ 20 ปีโดยที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้ เขาจึงอยากจะแข็งแกร่งมาโดยตลอด เพื่อลบความอัปยศในอดีตของตัวเองและเพื่อก้มลงมองพวกคนที่เคยดูถูกเขาว่าอ่อนแอ นั่นคือทั้งหมดที่เขาต้องการ!

"ช่างหัวมันให้หมด! จากนี้จะเป็นยังไงก็เอาให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย!" ฉินชานไม่สนใจคำเตือนของพ่อแม่ เขากำใบภารกิจนั้นจากนั้นก็ฉีกมัน ทันใดนั้น เกทก็ปรากฏตรงหน้าฉินชาน

ฉินชานกำดาบในมือ เขาไม่สนใจชีวิตของตัวเองอีกต่อไป ถ้าทำตามความฝันไม่ได้งั้นก็ตายมันเสียเลยดีกว่า เขาไม่ต้องการจะมีชีวิตอย่างน่าสมเพช

ฉินชานเข้าไปในเกท ตั้งใจจะใช้ทุกอย่างที่ฝึกมาตลอด 1 ปีนี้เพื่อสู้กับมอนสเตอร์อย่างสุดความสามารถเพื่อดูว่าตัวเองเข้าใกล้ความฝันแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม

หลังจากเข้าไปในเกทและสู้กับมอนสเตอร์ได้แค่สองนาที ร่างของฉินชานก็ถูกพบว่านอนไส้ทะลักอยู่ในดันเจี้ยนนั้นโดยที่แขนขาถูกตัดขาดออกจนหมด ดวงตาของเขาข้างหนึ่งถูกก็อบลินแทงออกมาทำให้เหลือแค่ตาเดียว สภาพของเขานั้นน่าสมเพชเป็นอย่างมากและเลือดก็ไหลออกมาไม่หยุด มีชีวิตได้อีกเพียงนิดเดียวก็จะตายแล้ว

เขาสู้กับพวกมอนสเตอร์ได้แค่หนึ่งถึงสองนาทีและนี่ก็คือผลลัพธ์ของเขา ผลลัพธ์การฝึกหนักมาตลอดหนึ่งปีทำให้เขาสู้กับมอนสเตอร์พวกนี้ได้แค่หนึ่งถึงสองนาที และเมื่อดูแรงค์ของดันเจี้ยนนี้มันก็เป็นแค่แรงค์ D เท่านั้น

ฉินชานอยากจะร้องไห้ เขาพยายามมาทั้งหมด พยายามมาขนาดนี้เพื่อที่จะสู้กับมอนสเตอร์แรงค์ D ได้แค่นี้ เขารู้สึกเจ็บใจที่ตัวเองเกิดมาอ่อนแอแบบนี้ ต่อให้เป็นเด็ก 8 ขวบที่มีพรสวรรค์ยังทำได้ดีกว่าเขาด้วยซ้ำ พลังของเขามันอ่อนแอจริงๆ สุดท้ายแล้วพลังของเขานั้นก็มีเพียงแค่นี้ ฉินชานเจ็บใจ ถ้าหากเขาได้พลังที่แข็งแกร่งกว่านี้ ถ้าหากเขาได้พรสวรรค์ที่มีประโยชน์กว่านี้ สักนิดหนึ่งก็ยังดี ขอแค่นิดเดียวก็ยังดี ถ้ามีมันเขาก็คงจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกได้

ตอนนี้เอง

<ยินดีด้วย คุณคือผู้ถูกเลือกให้ได้รับ 'ระบบพรสวรรค์ SSS' >

{อธิบาย : นี่คือพรสวรรค์หายากที่ทรงพลังที่สุดในโลก คุณต้องการจะยอมรับมันหรือไม่? }

{อธิบาย : คุณมีเวลา 3 วินาทีในการตอบ ถ้าหากคุณไม่ตอบ พลังนี้จะหายไป}

3

2

1

"ฉัน อยาก ได้ มัน" ฉินชานพยายามเรียกลมหายใจเฮือกสุดท้ายเพื่อรีบพูดคำนั้นออกไป

{อธิบาย : ยินดีด้วย คุณได้รับระบบพรสวรรค์ SSS แล้ว สกิลแรกที่คุณได้รับ 'สกิลย้อนเวลา' }

<สกิลย้อนเวลา>

เลเวล : 1

รายละเอียด : ย้อนเวลาไป 5 นาทีที่แล้ว

คูลดาวน์ : 5 นาที

{แนะนำ : ตอนนี้ร่างกายของคุณกำลังขาดเลือดอย่างหนัก ผมขอแนะนำให้คุณใช้สกิลย้อนเวลาไป 5 นาทีที่แล้วทันทีคุณสามารถพูดว่า 'ย้อนเวลา' เพื่อใช้งานได้}

"ย้อนเวลา!"

2

ร่างของฉินชานได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อ 5 นาทีก่อน เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าตัวเองอยู่ในห้องของตัวเองจริงๆ

"นี่มัน…"

ฉินชานยกมือและขาของตัวเองขึ้นมาดู เขาพบว่าแขนและขาของตัวเองไม่ได้หายไปไหน ส่วนดวงตาของเขาก็กลับมาแล้ว นอกจากนี้เขาไม่ได้อยู่ในดันเจี้ยนอีกแล้วแต่กลับมาอยู่ในห้องซึ่งเป็นที่ที่เขาอยู่เมื่อ 5 นาทีก่อน

"นี่เรา…ย้อนเวลากลับมาจริงๆ อย่างงั้นเหรอ?"

ฉินชานจดจำความเจ็บปวดเจียนตายเมื่อครู่ได้ แต่ตอนนี้เขาไม่รู้สึกอะไรแบบนั้นอีกแล้ว มันแสดงให้เห็นว่าเขาย้อนเวลากลับมาจริงๆ

เมื่อพบว่าตัวเองย้อนเวลากลับมาจริงๆ จากที่ตกใจเล็กๆ ตอนแรก ต่อจากนั้นความตกใจก็ระเบิดขึ้นอย่างใหญ่โต

ถึงแม้ว่าบนโลกใบนี้จะมีผู้ถูกเลือกมากมายสามารถใช้พลังวิเศษที่อยู่เหนือหลักการของวิทยาศาสตร์ได้ แต่พลังในการย้อนเวลานี้มันก็เหลือเชื่อเกินไป เมื่อครู่นี้เขาแค่รับมันมาโดยไม่คิดอะไรมากตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดเมื่อไร้ความหวังเท่านั้น แต่เขาไม่คิดเลยว่ามันจะทำให้เขาย้อนเวลากลับมาได้จริงๆ นี่มันหมายความว่ายังไง? เจ้าตัวอักษรปริศนาเมื่อครู่หายไปไหน มีแค่เจ้านั่นที่สามารถอธิบายเรื่องนี้กับเขาได้

{อธิบาย : ยินดีด้วย คุณได้รับระบบพรสวรรค์ SSS แล้ว ระบบนี้คือพรสวรรค์ระดับ SSS ที่ไม่เคยมีใครบนโลกได้รับและพรสวรรค์ของคุณก็เป็นประเภทที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าพรสวรรค์อื่นๆ พรสวรรค์นี้ถูกจัดส่งให้คุณเป็นการไถ่โทษโดยพระเจ้าเพราะท่านมอบพรสวรรค์ผิดตัวให้คุณเมื่อ 1 ปีก่อน เดิมทีแล้วพรสวรรค์ของคุณไม่ใช่การเพิ่มพละกำลังกายแต่เป็นการแช่แข็ง เป็นพรสวรรค์ระดับ S อย่างไรก็ตาม พระเจ้าไม่สามารถมอบพรสวรรค์ที่มอบให้คนอื่นไปแล้วได้ดังนั้นเขาจึงสุ่มพรสวรรค์นี้ให้คุณเป็นการขอโทษ}

ฉินชานอึ้ง ไม่เคยคาดคิดว่าเรื่องพรสวรรค์ของตัวเองจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของพระเจ้า อีกทั้งยังเป็นระดับ S อีก เขารู้สึกโกรธพระเจ้าเล็กๆ ที่ทำให้หนึ่งปีนี้เขาต้องทนทุกข์ทรมานอย่างยาวนาน แต่ยังไงก็ตามเมื่อเห็นพรสวรรค์ใหม่ที่พระเจ้ามอบให้มันก็ทำให้ความโกรธของเขาหายไปเพราะพลังนี้แข็งแกร่งกว่าอันก่อนเสียอีก!

"ในเมื่อมันเป็นพรสวรรค์แรงค์ SSS งั้นฉันก็สามารถใช้มันทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกได้ใช่ไหม?"

{ตอบ : ทำได้อย่างแน่นอน! ระบบพรสวรรค์ SSS คือพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ถึงแม้จะมีพรสวรรค์ระดับเดียวกันแต่ของคุณก็คือพรสวรรค์ที่สุดยอดที่สุด ตราบใดที่คุณสามารถปลดล็อคสกิลต่างๆ ของพรสวรรค์นี้ได้และสามารถอัพเลเวลสกิลต่างๆ จนถึงขีดสุด คุณก็สามารถเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้ได้!}

ดวงตาของฉินชานสว่างขึ้นด้วยความตื่นเต้น เมื่อได้รับคำพูดนี้มันก็ทำให้เขามีความสุขมาก ไม่มีใครรู้ว่าเขารอคำพูดนี้มานานแค่ไหน

"ฉันจะต้องทำยังไงถึงสามารถปลดล็อคสกิลอื่นๆ ได้ แล้วต้องทำยังไงถึงจะเลื่อนเลเวลสกิลพวกนั้นได้?"

{ตอบ : ระบบพรสวรรค์ SSS ของคุณเป็นประเภทกาลเวลา พลังของคุณนั้นคือผู้คุมกาลเวลา ซึ่งผู้คุมกาลเวลามีสกิลทั้งหมด 7 สกิล แบ่งตามเลเวลไล่จากน้อยไปมาก 1. ย้อนเวลา 2.ชะลอเวลา 3.เร่งเวลา 4.ข้ามเวลา 5.ดูดเวลา 6.หยุดเวลา 7.กลืนกินเวลา คุณสามารถได้รับสกิลต่างๆ ได้ก็ต่อเมื่อคุณอัพเลเวลของตัวเองให้สูงตามที่สกิลนั้นๆ กำหนดส่วนการอัพเลเวลแต่ละสกิล คุณสามารถใช้พอยท์อัพได้ การเลเวลอัพและการอัพสเตตัสก็เช่นเดียวกัน}

หมายความว่าการจะปลดล็อคสกิลจำเป็นต้องมีเลเวลที่ถึงตามที่กำหนด และการทำให้เลเวลถึงได้ก็ต้องใช้พอยท์ที่ว่าอัพมัน เรื่องของการอัพเลเวลสกิลเองก็เช่นเดียวกัน ทุกอย่างต้องมีพอยท์

ว่าแต่การอัพสเตตัสนี่คืออะไรกัน มันจำเป็นด้วยเหรอ?

"ถ้าอย่างงั้นต้องทำยังไงถึงจะได้พอยท์ที่ว่า?"

{ตอบ : คุณสามารถรับพอยท์ได้ด้วยการทำภารกิจต่างๆ ของระบบ แบ่งเป็น SSS-E ยิ่งคุณทำภารกิจที่สูงแค่ไหนพอยท์ที่ได้ก็จะเยอะมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นภารกิจระดับ SSS คุณสามารถได้รับพอยท์ 1,000,000 แต้มและเลเวลอัพจนตันเพื่อปลดล็อคสกิลทั้งหมดได้ทันที}

ดวงตาของฉินชานสว่างขึ้นด้วยความตื่นเต้น "โห! แล้วภารกิจระดับ SSS ที่ว่าคืออะไรกัน! ฉันอยากทำมัน!"

"ตอบ : ภารกิจระดับ SSS : พิชิตดันเจี้ยนระดับ SSS และโค่นราชันจอมปิศาจให้ได้"

หลังจากที่เห็นเนื้อหาภารกิจ มันก็ทำให้ดวงตาที่ตื่นเต้นของฉินชานหายไปและเปลี่ยนไปเป็นผิดหวัง มันไม่มีทางที่เขาจะทำภารกิจระดับนั้นได้อยู่แล้ว

"แล้วภารกิจระดับ SS ล่ะ?" แต่ฉินชานก็ยังไม่ยอมแพ้

{ตอบ : ล้มฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งอันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบันอย่างขาวสะอาด!}

นี่ก็ไม่ได้เหมือนกัน

"แล้วระดับ S ล่ะ?"

{ตอบ : ล้มฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งเป็นอันดับหนึ่งร้อยของโลกอย่างขาวสะอาด!}

ฮันเตอร์บนโลกมีเป็นล้านคนและตอนนี้ฉินชานก็อยู่อันดับเก้าแสนกว่าๆ ดังนั้นมันไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่ว่าจะภารกิจไหนในตอนนี้ก็ยังไม่ใช่ระดับที่เขาจะทำได้

{อธิบาย : สเตตัสของคุณตอนนี้ถือว่าเป็นฮันเตอร์ที่อ่อนแอเป็นอันดับเกือบสุดท้ายของโลก คุณไม่สามารถทำภารกิจที่อยู่สูงกว่า E ขึ้นไปได้ มีแค่ภารกิจระดับ E เท่านั้นที่สเตตัสในตอนนี้ของคุณพอจะทำไหว}

ถึงแม้จะรู้สึกท้อเล็กน้อย แต่ฉินชานก็ยังไม่ยอมแพ้ "ภารกิจระดับ E ที่ว่า ฉันต้องทำอะไร?"

<ภารกิจระดับ E >

รายละเอียด : วิดพื้น 10 ครั้ง

รางวัล : แต้ม 10 พอยท์

ฉินชานพยักหน้า ถ้าหากเป็นภารกิจนี้เขาพอจะทำไหว ยังไงเขาก็วิดพื้นมาตลอด 1 ปีนี้อยู่แล้ว

ทว่า ตอนนี้เองเขาเพิ่งจะสังเกตเห็นเรื่องสำคัญบางอย่าง

"ช้าก่อน นายบอกว่าฉันสามารถวิดพื้น 10 ครั้งเพื่อแลกพอยท์ได้ 10 แต้มอย่างงั้นเหรอ?"

{ตอบ : ใช่แล้ว}

"เมื่อครู่นี้นายบอกว่าถ้าฉันเก็บพอยท์ได้ 1,000,000 พอยท์ ฉันก็สามารถปลดล็อคสกิลทุกอย่างและกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกได้ ถ้าหากนายบอกว่าวิดพื้น 10 ครั้งแลก 10 พอยท์ งั้นหมายความว่าถ้าฉันวิดพื้น 1,000,000 ครั้งฉันก็สามารถหาพอยท์ 1,000,000 พอยท์ได้ไม่ใช่รึไง?"

{ตอบ : คุณเป็นคนช่างสังเกตจริงๆ ใช่แล้ว คุณสามารถใช้วิธีนั้นได้ ระบบของเราสามารถให้ผู้ใช้งานเลือกภารกิจเดิมๆ ทำซ้ำๆ ได้ทุกวันทุกเวลาอย่างไม่มีจำกัดอยู่แล้ว คุณสามารถใช้ภารกิจระดับ E หาพอยท์จาก 0 ไปถึง1,000,000 ได้โดยแค่การวิดพื้นอย่างเดียวก็ได้ ถึงแม้นั่นอาจจะกินเวลาคุณไปหลายปี แต่คุณก็สามารถเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกได้โดยการวิดพื้นได้}

ดวงตาของฉินชานเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกลับมามีความหวังอีกครั้ง เขานึกว่าการจะปลดล็อคสกิลพวกนี้นั้นยากแต่ที่แท้แล้วมันกลับง่ายนิดเดียว เรื่องวิดพื้นนั้นเขาทำมาตลอด 1 ปีนี้ อย่างน้อยเขาก็ทำวันละ 1,000 ครั้ง หมายความว่าใน 1 ปีนี้เขาวิดมาแล้ว 365,000 ครั้งแล้ว ถ้าหากคิดตามนี้ เขาสามารถวิดพื้นวันละ 1,000 ครั้งและกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกได้ในเวลา 3 ปี !

ไม่มีอะไรที่จะง่ายกว่านี้อีกแล้ว ภารกิจระดับ SSS บ้าบออะไรนั่นเขาไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ เขาจะวิดพื้นจนครบ1,000,000 ครั้งแล้วกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกใน 3 ปีให้ดู!

คิดได้ดังนั้น ฉินชานไม่รอช้าแล้วเริ่มทำการวิดพื้น 1,000 ครั้งทันที

เขาใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมงในการทำจนเสร็จ

หลังจากนั้นเลเวลของเขาก็อัพขึ้นเป็นเลเวล 7 เขายังขาด 3 เลเวลถึงจะปลดล็อคสกิลที่ 2 ได้

ปกติฉินชานวิดพื้นเพียงแค่วันละ 1,000 ครั้งเท่านั้นเพราะนี่เป็นลิมิตของเขา เขาไม่ทำเกินกว่านี้ไม่อย่างนั้นกล้ามเนื้อของเขาจะฉีกและมันจะยากในการวิดพื้นวันต่อไป ดังนั้นเมื่อทำภารกิจประจำวันเสร็จแล้ว ฉินชานก็ตัดสินใจจะออกไปหาเงิน

พ่อแม่ของเขาบอกว่าจะเลิกเลี้ยงดูเขาถ้าเขาอยากจะเป็นฮันเตอร์ต่อ ดังนั้นเขาจะต้องเริ่มหาเงินเพื่อเลี้ยงดูตัวเอง

ฉินชานไม่ได้ไปที่กิลด์เพื่อรับภารกิจ แต่มุ่งตรงไปที่คาสิโน ในเมื่อตอนนี้เขามีสกิลสุดขี้โกงที่สามารถแก้ไขความผิดพลาดทุกอย่างของตัวเองใน 5 นาทีก่อนได้ เขาก็สามารถหาเงินได้อย่างไร้ขีดจำกัดจากคาสิโน

ฉินชานมีเงินติดตัวราวๆ 20,000 หยวน เขาคิดว่าสามารถทำมันให้กลายเป็น 1,000,000 หยวนได้ในวันเดียว

ฉินชานมุ่งหน้าไปที่คาสิโน ระหว่างทางนี้เองที่เขาเจอเข้ากับคนที่ไม่คาดคิด

จ้าวเหลียงนั้นเดินผ่านมาทางนี้พอดี แล้วพอเห็นว่าเขากำลังจะเข้าคาสิโนมันก็ทำให้จ้าวเหลียงหยุดเขาเอาไว้ก่อน

"ฉินชาน นั่นนายจะไปไหน?"

"ฉันจะไปไหนก็ได้เรื่องของฉัน" ในฐานะที่มีอดีตไม่ดีกับอีกฝ่าย ฉินชานก็ไม่คิดจะพูดดีกับอีกฝ่ายนัก

จ้าวเหลียงที่เห็นท่าทีและน้ำเสียงของฉินชานมันก็ทำให้เขาไม่พอใจ "ฉินชาน กฏของกิลด์ระบุว่าห้ามสมาชิกยุ่งเกี่ยวกับการพนันเพราะมันจะสร้างปัญหาให้และจะทำให้กิลด์เสียภาพพจน์ นายทำแบบนี้เท่ากับว่ากำลังทำลายหน้าตาของทุกคนอยู่"

เมื่อฉินชานได้ยินแบบนี้เขาก็แสยะยิ้มออกมา หน้าตาของคนพวกนั้นน่ะหรือ? ตลอด 1 ปีมานี้คนพวกนั้นทำลายศักดิ์ศรีของเขาจนย่อยยับอย่างสาหัสมาโดยตลอด โดยเฉพาะจ้าวเหลียง ทำไมเขาจะต้องสนใจเรื่องของพวกมันด้วย "งั้นก็ดีงั้นฉันขอลาออกจากกิลด์ตั้งแต่วันนี้ ต่อจากนี้ไปฉันไม่ใช่สมาชิกของเซเบอร์ทูธอีกแล้ว ดังนั้นพวกนายไม่ต้องห่วงเรื่องหน้าตาอีกแล้วล่ะ ฝากนายไปบอกคนอื่นด้วย"

"อะไรนะ!" จ้าวเหลียงอึ้ง

"ฉันบอกว่าฉันลาออก ต่อจากนี้ฉันไม่ใช่สมาชิกของเซเบอร์ทูธอีกแล้ว" ฉินชานกล่าวอย่างเย็นชา จากนั้นเขาก็เดินจากไป คิดจะเข้าไปในคาสิโน

จ้าวเหลียงยืนนิ่งพูดไม่ออก ในใจเขาสุมไว้ด้วยความโกรธ การที่ฉินชานลาออกจากกิลด์แบบนี้ทำให้กิลด์ของพวกเขาต้องถูกยุบเพราะคนไม่พอ เซเบอร์ทูธนั้นเป็นแค่กิลด์แรงค์ D หมายความว่ามันไม่ใช่กิลด์ที่มีคนอยากเข้านัก การที่พวกเขายังต้องรับคนอย่างฉินชานเข้าเป็นสมาชิกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาขาดแคลนสมาชิกแค่ไหน แต่ตอนนี้ฉินชานกลับคิดจะลาออกไปดื้อๆ แบบนี้เขาจะยอมรับได้ยังไง! ถ้ากิลด์ถูกยุบเขาก็ต้องตกงาน ไม่นานมานี้เขาเพิ่งทำให้ซู่เหยาท้อง แล้วลูกของเขากับเธอจะเป็นยังไง!?

ด้วยความโกรธ จ้าวเหลียงกำหมัดแล้วต่อยหน้าของฉินชานอย่างแรง จากนั้นจ้าวเหลียงก็ซ้อมฉินชานอย่างหนักจนน่วมด้วยความโกรธ

"ฉินชาน! ไอ้สารเลว! นี่แกโกรธพวกเรามาตลอดก็เลยคิดจะแก้แค้นกันแบบนี้อย่างงั้นสินะ! ซู่เหยากับฉันกำลังจะมีความสุขด้วยกัน แต่แกรับไม่ได้ก็เลยคิดจะใช้วิธีนี้ทำลายครอบครัวของพวกเราอย่างงั้นเหรอ!? ฉันมองแกผิดไปจริงๆที่ชวนแกเข้าปาร์ตี้ตอนแรก รู้แบบนี้ฉันน่าจะปล่อยให้แกอยู่คนเดียวตั้งแต่แรก!"

ฉินชานถูกซ้อมน่วมอยู่บนพื้น เขาไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะถูกโจมตีอย่างไม่มีเหตุผลแบบนี้ นี่ทำให้เขาได้รู้ว่านิสัยจริงๆของคนที่เขาคิดว่าเป็นเพื่อนมาตลอด 3 เดือนนี้เป็นยังไง มันทำให้เขาดีใจที่เขาเห็นใบหน้าที่แท้จริงของอีกฝ่ายหลังจากที่เขาได้พลังใหม่นี้มาแล้ว เพราะถ้าหากเขารู้ตัวช้ากว่านี้ เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะเผลอใช้พลังนี้ช่วยพวกมันแค่ไหน

แต่ตอนนี้เขากลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกแล้ว ไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้ตราบใดที่เขามีพลังนี้

"ย้อนเวลา!"

ฉินชานย้อนเวลากลับมา 5 นาทีก่อน เขามองเห็นจ้าวเหลียงตรงนั้นแต่เขาก็ไม่สนใจอีกฝ่าย เขาเดินเข้าไปในคาสิโน

"ฉินชาน? นั่นนายจะไปไหน?" จ้าวเหลียงถามคำถามเดิมเหมือนคราวก่อน

"ฉันจะไปไหนก็ได้เรื่องของฉัน" ส่วนฉินชานก็ตอบอย่างเย็นชาเหมือนคราวที่แล้ว นี่ทำให้บทสนทนาดำเนินไปแบบคราวที่แล้ว

"ฉินชาน กฏของกิลด์ระบุว่าห้ามสมาชิกยุ่งเกี่ยวกับการพนันเพราะมันจะสร้างปัญหาให้และจะทำให้กิลด์เสียภาพพจน์นายทำแบบนี้เท่ากับว่ากำลังทำลายหน้าตาของทุกคนอยู่"

ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนคราวก่อนตามที่ฉินชานต้องการ

จนกระทั่งถึงตอนที่ฉินชานขอลาออก ทำให้จ้าวเหลียงโกรธจัดและคิดจะทำร้ายฉินชาน ฉินชานก็หันหลังกลับไปแล้วตอบโต้อีกฝ่ายกลับทันที

"อะ…อะไรกัน!" จ้าวเหลียงพลันตกใจที่พบว่าจู่ๆ ฉินชานก็ราวกับอ่านอนาคตออก

ฉินชานหลบหมัดทุกหมัดของจ้าวเหลียงได้และต่อยเขากลับอย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจ้าวเหลียงจะพยายามต่อยฉินชานแค่ไหน หมัดของเขาก็ไม่โดนตัวอีกฝ่ายเลย มันราวกับว่าฉินชานรู้ว่าเขาจะเคลื่อนไหวยังไงตลอด

สุดท้ายจ้าวเหลียงถูกฉินชานอัดจนน่วม สภาพเละเทะยิ่งกว่า 5 นาทีก่อนที่จ้าวเหลียงอัดฉินชาน

ฉินชานเมินจ้าวเหลียงแล้วเดินเข้าไปในคาสิโน

3

เมื่อฉินชานเดินเข้ามาภายในคาสิโน ฉินชานก็มองหาโต๊ะบาคาร่าโต๊ะหนึ่ง ห่างออกไปไม่ไกลนักมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังแจกไพ่อยู่ ฉินชานเอาเงินสดไปแลกชิปแล้วเดินไปที่โต๊ะของหญิงสาว

"ต้องการจะเดิมพันเท่าไหร่คะ?" หญิงสาวถามด้วยรอยยิ้ม

ฉินชานตอบกลับพร้อมยื่นชิป 2 เม็ดให้เธอ "2 หมื่นหยวน แทงน้ำเงิน"

หญิงสาวรู้สึกตกใจเล็กๆ ที่เห็นฉินชานลงหมดหน้าตักตั้งแต่ตาแรก แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เธอยิ้มแล้วแจกไพ่ออกมา ไพ่สี่ใบออกจากมือของเธอ จากนั้นเธอก็ค่อยๆ เปิดออกมาทีละใบๆ

ผลปรากฏออกมาว่า

แดงมี 3 ดอกจิกและ 6 ดอกจิก ขณะที่น้ำเงินมี 1 ข้าวหลามตัดและ 3 โพแดง

แดง = 9 คะแนน

น้ำเงิน = 4 คะแนน

เมื่อผลปรากฏออกมาเป็นแบบนี้มันก็แสดงให้เห็นว่าฉินชานแทงพลาด นั่นจึงทำให้หญิงสาวยึดชิปของฉินชานไปทั้งหมด

เล่นตาแรกเขาก็หมดตูดเลย

"โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะคุณลูกค้า" หญิงสาวหัวเราะเล็กๆ เธอเคยเห็นเซียนมากมายที่มั่นใจวางเดิมพันหมดหน้าตักตั้งแต่ตาแรก แต่เป็นครั้งแรกที่เห็นมือใหม่กล้าทำแบบนี้ ถึงแม้ว่าเขาคนนี้จะกระทั่งดูมั่นใจยิ่งกว่าเซียนพวกนั้น แต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้มีแผนอะไรเลย

หญิงสาวคิดว่าชายคนนี้จะไปทันทีหลังจากที่เงินหมดแล้ว แต่เธอกลับประหลาดใจเล็กๆ ที่พบว่าเขายังนั่งอยู่ที่เดิมแถมยังยิ้มออกมาอีก

"เอ่อ…คุณคะ?" เธอรู้สึกแปลกประหลาดกับรอยยิ้มของเขา

"เอาไว้ครั้งหน้าจะมาใหม่นะครับ ย้อนเวลา!" ฉินชานกล่าว

จากนั้นร่างของเขาก็กลับไปเมื่อ 5 นาทีก่อน เขาหยุดยืนอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์แลกชิป

โดยที่หลังจากแลกชิปสำเร็จแล้วเขาก็เดินไปหาหญิงสาวคนเดิมที่โต๊ะสอง

ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนคราวที่แล้ว หญิงสาวทักทายเขาด้วยรอยยิ้มและถามเขาด้วยประโยคเดิมว่า

"ต้องการจะเดิมพันเท่าไหร่คะ?"

แต่คราวนี้ฉินชานไม่ได้ยื่นชิปไปแล้วบอกว่าสีน้ำเงิน แต่ฉินชานยื่นชิป 2 เม็ดลงไปแล้วตอบ "2 หมื่นหยวน สีแดง"

ทุกอย่างดำเนินไปแบบคราวก่อน แต่ว่าผลลัพธ์ในการย้อนเวลาคราวนี้ให้ผลที่ต่างจากเดิม เพราะในรอบนี้ฉินชานไม่ได้แทงพลาด แต่เขาชนะ

แดงมี 3 ดอกจิกและ 6 ดอกจิก ขณะที่น้ำเงินมี 1 ข้าวหลามตัดและ 3 โพแดง

แดง = 9 คะแนน

น้ำเงิน = 4 คะแนน

"ยินดีด้วยนะคะคุณลูกค้า นี่ชิป 2 หมื่นหยวนคะ" หญิงสาวแสดงความยินดีกับฉินชานเล็กๆ จากนั้นก็ยื่นชิปให้เขา

อย่างไรก็ตาม ฉินชานไม่ได้ลุกจากไปทันที เขาส่งชิปคืนให้เธอแล้วเดิมพันต่อไป

"คุณลูกค้า?"

ฉินชานกล่าว "สีน้ำเงิน 4 หมื่นหยวน"

หญิงสาวเคยเห็นคนโลภมากมายที่ได้แล้วก็ไม่ยอมเลิก ทำให้สุดท้ายก็ต้องหมดตัวกลับบ้านทุกราย สู้กับคาสิโนนั้นยังไงก็ไม่มีทางชนะได้ แต่ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะไม่เข้าใจเรื่องนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่เบื้องบนของคาสิโนต้องการให้พวกเขาชนะ พวกเขาก็สามารถสั่งให้คนแจกไพ่ควบคุมผลลัพธ์ของไพ่เพื่อกำหนดทิศทางของเกมได้เสมอ ไม่ว่าจะบาคาร่าไฮโล แดงเหลือง หรือแม้แต่แทงบอลที่โกงยากที่สุด คาสิโนก็กำหนดค่าน้ำหรือสร้างบอลผีออกมาเพื่อทำให้ตัวเองไม่มีวันขาดทุนได้เสมอ เพราะแบบนั้นคนเขาถึงว่าคาสิโนไม่มีวันแพ้

ตอนนี้เบื้องบนยังไม่ได้ให้ความสนใจฉินชานมากนัก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เบื้องบนสั่งมา เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้ดวงของฉินชานจะดีแค่ไหนมันก็ไม่มีประโยชน์

หญิงสาวถอนหายใจแต่ก็ไม่พูดอะไรเพราะเธอไม่สามารถเตือนเขาได้ เธอทำได้แค่แจกไพ่แล้วแสดงผลลัพธ์ออกมา

คราวนี้ เมื่อผลลัพธ์ออกมา มันก็ปรากฏว่าน้ำเงินนั้นมีแค่ 5 แต้ม ขณะที่แดงมี 8 แต้ม แดงเป็นฝ่ายชนะ

เธอไม่จำเป็นจะต้องรอให้คาสิโนออกคำสั่งเลย ดูเหมือนดวงของเขาจะหมดลงก่อน

"เสียใจด้วยนะคะคุณลูกค้า เอาไว้โอกาสหน้าเชิญใหม่--"

"ย้อนเวลา"

แต่หญิงสาวไม่รู้ว่าเหนือกว่าคาสิโนก็คือเทพผู้คุมเวลาได้

ฉินชานนั้นใช้วิธีนี้ไปเรื่อยๆ เขาใช้พลังย้อนเวลากลับไปทุกครั้งที่ตัวเองแทงพลาด ถ้าแทงถูกก็ไม่ย้อน ตอนแรกเขามาด้วยเงิน 20,000 แต่ตอนนี้เขาชนะได้รัวๆ จนแทบจะเฉียด 1,000,000 แล้ว ตอนนี้เองที่เบื้องบนของคาสิโนเริ่มจะจับตามองฉินชาน พวกเขาจึงเริ่มสั่งให้หญิงสาวโกงไพ่ทันที

แดง = 9 แต้ม

น้ำเงิน = 8 แต้ม

รอบนี้ฉินชานแพ้ เขาพลันใช้พลังย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต แต่เขาพบว่าไม่ว่าตัวเองจะย้อนเวลากลับมากี่ที ผลลัพธ์มันก็เปลี่ยนไปและเขาก็แพ้เสมอ ทำให้ตัวเขารู้แล้วว่าเบื้องบนของคาสิโนเริ่มจะจับตาดูเขาแล้ว นั่นจึงทำให้เขาไม่คิดจะเล่นอีกต่อไปและตั้งใจจะย้อนเวลากลับไปเพื่อเตรียมกลับบ้าน

อย่างไรก็ตาม ตอนที่จะใช้สกิลย้อนเวลาครั้งสุดท้าย เขาพบว่าตัวเขาไม่สามารถย้อนเวลาได้ นี่ทำให้สีหน้าแปลกไปเล็กๆ

"ระบบ ทำไมฉันถึงย้อนเวลาไม่ได้?"

{ตอบ : การย้อนเวลาแต่ละครั้งกินพลังมานา ในขณะที่คุณสามารถย้อนเวลาทุกอย่างและทำให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ แต่มานาของคุณเท่านั้นที่จะไม่ย้อนกลับเหมือนเดิม ตอนนี้มานาของคุณหมดแล้วทำให้ย้อนเวลาไม่ได้}

"แบบนี้นี่เอง" ฉินชานประหลาดใจเล็กๆ เขาเพิ่งจะย้อนเวลามาได้แค่ 10 ครั้งรวมกับที่ใช้กับจ้าวเหลียงไป แต่ตอนนี้ก็ใช้ไม่ได้แล้ว มันแสดงให้เห็นว่ามานาของเขานั้นน้อยอย่างมาก

"ฉันต้องรออีกนานแค่ไหนมานาถึงจะฟื้นคืนกลับมาพอที่จะใช้ย้อนเวลาอีกครั้งได้?"

{ตอบ : คุณต้องรออีก 10 นาทีถึงจะสามารถใช้สกิลย้อนเวลาได้ 1 ครั้ง}

ฉินชานส่ายหัว แบบนั้นใช้ไม่ได้ ถ้าเขาต้องรออีก 10 นาทีงั้นสกิลย้อนเวลาของเขาก็ไม่มีความหมาย เพราะเขาย้อนเวลากลับไปในอดีตได้แค่ 5 นาทีเท่านั้น หากรออีก 10 นาทีก็หมายความว่าเขาไม่สามารถย้อนกลับไปก่อนที่ตัวเองจะแพ้ได้

"ช้าก่อน ถ้าหากฉันจำไม่ผิด นายพูดบางอย่างเกี่ยวกับการอัพค่าสเตตัส ค่าสเตตัสพวกนั้นหมายความรวมถึงมานาของฉันด้วยรึเปล่า? ถ้าหากฉันอัพค่ามานา ฉันจะสามารถเพิ่มมานาจนใช้สกิลย้อนเวลาตอนนี้ได้รึเปล่า?"

{ตอบ : พละกำลัง , ความว่องไว , พลังเวท , ประสาทสัมผัส , ความฉลาด การอัพค่าพลังเวทคือการเพิ่มปริมาณความจุมานาและอัตราการฟื้นฟูมานา ถ้าคุณอัพค่ามานาจนเพียงพอ คุณก็จะสามารถใช้สกิลย้อนเวลาอีกครั้งได้}

นี่ก็คือสิ่งที่เขาต้องการ

"ขอฉันดูสเตตัสของฉันหน่อย"

<สเตตัส>

พละกำลัง : 38

ความว่องไว : 26

พลังเวท : 26

ประสาทสัมผัส : 19

ความฉลาด : 10

.

.

.

ดวงตาของฉินชานเฉียบคม อย่างที่คิด สเตตัสของเขานั้นต่ำจริงๆ มันก็สมแล้วที่เขายังเป็นแค่เลเวล 7

"ฉันต้องทำยังไงถึงสามารถอัพค่าสเตตัสพวกนี้ได้?"

{ตอบ : คุณสามารถอัพค่าสเตตัสได้โดยการใช้พอยท์ หนึ่งพอยท์ต่อหนึ่งแต้ม}

"แล้วฉันต้องใช้กี่พอยท์ถึงจะสามารถอัพพลังเวทให้มีมานาเพียงพอในการใช้สกิลย้อนเวลาได้ทันที?"

{ระบบกำลังคำนวน}

{ตอบ : คุณต้องเสียพอยท์ 25 พอยท์เพื่อที่จะอัพค่าพลังเวทให้สามารถใช้สกิลย้อนเวลาได้อีกครั้ง}

ได้ยินแบบนั้นฉินชานก็ไม่รอช้า ใช้พอยท์ที่วิดพื้นตอนเช้ามาอัพค่าพลังเวท 25 หน่วย

หลังจากที่ทำแบบนั้น มานาของเขาก็เพิ่มสูงขึ้นจนเพียงพอที่จะใช้สกิลย้อนเวลาอีกครั้ง ฉินชานไม่รอช้าแล้วย้อนเวลาทันที คราวนี้เขาย้อนเวลากลับมาก่อนที่ตัวเองจะแทงพลาด เขาเลือกที่จะไม่แทงและลุกเดินจากไป

นี่ทำให้เหล่าเบื้องบนของคาสิโนหน้าเสียมากๆ ตอนที่พวกเขาตั้งใจจะให้สาวแจกไพ่โกงเงินฉินชานคืนกลับมาทั้งหมด ฉินชานกลับเลิกเล่นเอาดื้อๆ ราวกับฉินชานรู้ว่าพวกเขาตั้งใจจะโกงแล้ว

พวกเขาร้บไม่ได้!

ตอนที่ฉินชานเอาชิปไปแลกเป็นเงินสดแล้วกำลังจะออกจากคาสิโนนั้น ฉินชานก็ถูกกลุ่ม รปภ ของคาสิโนลากตัวไปที่หนึ่งก่อน

"ไอ้หนู ฉันไม่รู้ว่าแกใช้วิธีไหนโกงคาสิโนของเรา แต่แกจะต้องคืนเงินที่แกได้ไปกลับมาให้เราทั้งหมด"

นี่ทำให้หน้าของฉินชานเสียเล็กๆ เจ้าพวกนี้เสียเงินแล้วก็พาลอยากได้คืน ดูเหมือนเขาจะทำพลาดที่เลือกคาสิโนไม่มีมาตรฐาน

เขาควรจะทำยังไง? ตอนนี้เขาไม่มีพลังเวทพอจะใช้สกิลย้อนเวลาเหลือแล้ว หมายความว่าเขาปล่อยให้โดนอัดตอนนี้ไปก็ย้อนเวลากลับไปสวนคืนไม่ได้ ดูจากออร่าของเจ้าพวกนี้ เจ้าพวกนี้เองก็เป็นฮันเตอร์หมือนกัน หมายความว่าฉินชานยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย

"ช้าก่อน ถ้าหากเราเอาแต้มที่วิดพื้นได้ในวันนี้ไปอัพค่าสเตตัสที่เหลือ เราจะสามารถแข็งแกร่งพอจะเอาชนะคนพวกนี้ได้ไหม?"

{ตอบ : คุณสามารถเอาชนะฮันเตอร์พวกนี้ได้ถ้าคุณเอาพอยท์ไปอัพพละกำลัง 50 แต้ม}

เมื่อได้ยินแบบนั้นดวงตาของฉินชานก็สว่างขึ้นมา เขาพลันทำตามที่ระบบบอกและเอาพอยท์ไปอัพพละกำลัง 50 แต้มทันที

ตอนนี้พละกำลังของเขามี 88 แต้มแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ตอนที่ รปภ พวกนั้นเข้ามาโจมตีฉินชาน ฉินชานก็เหวี่ยงหมัดออกไปแล้วสาดร่างของ รปภ พวกนั้นจนปลิวไปติดกำแพง สลบกันระนาว

นี่ทำให้ฉินชานตกตะลึงอย่างมาก เขาไม่นึกมาก่อนว่าการเพิ่มค่าสเตตัสสามารถให้ผลลัพธ์ขนาดนี้ได้ เขานึกว่าตัวเองต้องเพิ่มเลเวลอย่างเดียวก็แข็งแกร่งแล้วเสียอีก แต่กลายเป็นว่าการเพิ่มค่าสเตตัสก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน

{อธิบาย : การเพิ่มเลเวลช่วยให้คุณสามารถปลดล็อคสกิลได้ ในขณะที่การเพิ่มค่าสเตตัสทำให้ร่างกายของคุณแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเลือกเป็นคนธรรมดาที่มีสกิลมากมาย หรือเป็นคนไม่มีสกิลแต่แข็งแกร่งเหมือนยอดนักรบ ทุกเส้นทางก็จะบรรจบที่การทำให้คุณเป็นฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกใบนี้}

"ยอดนักรบที่นายว่าแข็งแกร่งแค่ไหน ถ้าฉันอัพสเตตัสทุกด้านจนเต็มแล้วฉันจะแข็งแกร่งแค่ไหน?"

{ตอบ : ถ้าคุณอัพสเตตัสอย่างเดียวจนเต็มโดยไม่อัพเลเวล เมื่อถึงตอนนั้นคุณก็จะมีพลังในการจัดการราชันปิศาจได้ง่ายๆ}

ฉินชานตะลึง เขารู้ว่าราชันปิศาจคือใคร อีกฝ่ายก็คือมอนสเตอร์ที่เป็นหัวหน้าของมอนสเตอร์ทุกตัวที่รุกรานโลกใบนี้ราชันปิศาจคือบอสใหญ่ที่มนุษยชาติต้องเผชิญ แม้แต่ฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกก็ไม่สามารถเผชิญหน้ากับราชันปิศาจคนเดียวได้ แต่ระบบบอกว่าถ้าเขาสามารถอัพสเตตัสให้ตันได้ เขาจะสามารถโซโล่ราชันปิศาจจนชนะได้! นี่มันทำให้เขาตะลึงมาก เพราะเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ามนุษย์จะสามารถแข็งแกร่งขนาดนั้นได้ แม้แต่ก่อนจะได้ระบบมาเขาก็ยังไม่เคยคิดว่าตัวเองจะแข็งแกร่งขนาดนั้นได้

นี่มันทำให้เขามีกำลังใจ กำลังใจที่อยากจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ไม่ว่าจะฮันเตอร์หรือราชันปิศาจ เขาก็ต้องการที่จะแข็งแกร่งกว่าทั้งสองอย่างจนทุกคนไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะให้ความสำคัญกับการอัพสเตตัสควบคู่ไปกับการเพิ่มเลเวล ระบบบอกว่าถ้าเขาอัพสเตตัสจนเต็มอย่างเดียวเขาจะสามารถล้มราชันปิศาจได้ง่ายๆ แต่ถ้าเขาทั้งอัพเลเวลและสเตตัสจนเต็มทั้งคู่เขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน? แค่คิดเขาก็ตื่นเต้นแล้ว

กลับบ้านไป ฉินชานไปวิดพื้นเพิ่ม เขาไม่คิดจะแบ่งพอยท์อัพเลเวลไปอัพสเตตัส เขายังต้องการจะเลเวลตันใน 3 ปีนี้ดังนั้นเขาจึงวิดพื้นเพิ่มจาก 1,000 เป็น 2,000 เพื่อที่จะทำให้การเลเวลอัพของตัวเองไม่ช้าลง

ฉินชานเอาแต่วิดพื้นอยู่ในห้อง เขาใช้เวลาวิดอยู่แบบนั้นทั้งวันทั้งคืน เขาพบว่าตัวเองสามารถวิดพื้นได้มากกว่าปกติเมื่อเอาพอยท์ไปอัพค่าพละกำลัง มันทำให้ร่างกายของเขาแข็งแรงขึ้นและสามารถวิดพื้นได้มากขึ้น

เขาวิดแบบนั้นจนกระทั่งรุ่งเช้า

เขามีพอยท์ทั้งหมด 2,000 เขานำพอยท์ 1,000 แบ่งไปอัพค่าสเตตัสให้ตัวเองในแต่ละด้านอย่างเท่าๆ กัน ตอนนี้ค่าสเตตัสของเขาคือ

<สเตตัส>

พละกำลัง : 200

ความว่องไว : 200

พลังเวท : 200

ประสาทสัมผัส : 200

ความฉลาด : 200

.

.

.

ฉินชานวิ่งจ๊อกกิ้งออกไปที่ป่าใกล้บ้าน จากนั้นเขามองหาต้นไม้สักต้นก่อนจะใช้หมัดซัดมันเพื่อทดสอบพละกำลัง

ความพบว่าต้นไม้สูงใหญ่ที่หนาเกือบ 6 ฟุตล้มครืนลงมาอย่างง่ายดายเพียงแค่เขาต่อยครั้งเดียว!

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...