โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

แก้ปัญหา ‘นอนกรน’ เพื่อหยุดความเสี่ยงที่นำไปสู่โรคร้ายแรง

Health Addict

อัพเดต 15 ก.ย 2566 เวลา 02.46 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2566 เวลา 02.38 น. • Health Addict
การนอนกรน อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาสุขภาพการนอน แถมยังเสี่ยง 'ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ' อีกด้วย

ปัญหาการนอนกรนนี่ถือว่าเป็นสิ่งที่รบกวนสุขภาพการนอนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่นอนข้างๆ เรา ที่จะต้องฟังเสียงแบบนี้ไปในทุกค่ำคืน ดังนั้นเราขอแนะนำเทคนิคดีๆ ที่จะทำให้คนที่มีปัญหาการนอนกรน กลับมามีสุขภาพการนอนที่ดีขึ้นได้

#นอนกรน เกิดขึ้นได้ยังไง?
การนอนกรนถือเป็นสาเหตุหลักของปัญหาสุขภาพการนอนของเราเป็นอย่างมาก โดยการกรนนั้นเกิดจากการสั่นสะเทือนของลิ้นไก่และเพดานอ่อน ซึ่งโดยปกติเวลาที่เรานอนหลับ อวัยวะเหล่านี้จะหย่อนยานลงมากั้นทางเดินหายใจบริเวณลำคอ ทำให้เกิดเสียงกรนออกมา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ลมหายใจของเราไม่สามารถเดินทางไปยังหลอดลมได้ และนี่คือสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความเสี่ยงที่เราจะหยุดหายใจขณะหลับได้ ถือเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่เราต้องตระหนักแล้วว่า ภาวะการนอนกรน ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้วล่ะ
#สาเหตุหลักของการนอนกรน
การนอนกรนถือเป็นสิ่งรบกวนทั้งตัวเราและคนรอบข้าง ซึ่งมีหลายคนที่นอนกรนและไม่รู้ตัว เพราะลักษณะอาการและการแสดงออกนั้นอาจจะอยู่ในช่วงที่เราหลับ เว้นแต่ว่าเราจะนอนกับใครสักคนนึง แล้วเสียงกรนไปรบกวนจนทำให้คนข้างๆ เรารู้สึกตัว ดังนั้นหากเรารู้ตัวแล้วว่าเราเป็นคนนอนกรน เราอาจจะต้องหาสาเหตุที่แท้จริงของการนอนกรน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเบื้องต้น และถ้าหากไม่ดีขึ้นอาจจะต้องเข้าสู่กระบวนการการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไป

  • หักโหมงานหนักจนร่างกายอ่อนเพลีย หลายคนน่าจะเคยได้ยินว่าคนที่เหนื่อยจากงานมากๆ หรือหักโหมทำอะไรสักอย่าง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการกรนในช่วงที่เรานอนหลับได้เช่นกัน
  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น อวัยวะที่ไม่สมบูรณ์ก็อาจจะมาพร้อมกับอายุที่มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ ซึ่งทำหน้าที่ขยายช่องทางเดินหายใจ บริเวณลำคอ จะหย่อนตกไปด้านหลังช่องคอ ทำให้เกิดการสั่นเวลาหายใจขณะหลับจึงเกิดเสียงกรนขึ้น
  • เพศชายมีโอกาสนอนกรนมากกว่าเพศหญิง เนื่องจากสรีระและฮอร์โมนที่อาจเป็นปัจจัยที่สำคัญ อย่างไรก็ตามเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนเพศหญิงมีโอกาสนอนกรนเท่ากับผู้ชาย
  • ไข้หวัดเรื้อรัง กลุ่มคนเหล่านี้มักจะมีอาการคัดจมูก หายใจไม่สะดวก ยิ่งในช่วงที่นอนระบบทางเดินหายใจก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเข้าข่ายที่จะมีอาการนอนกรนได้เช่นกัน
  • น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ภาวะน้ำหนักตัวเกิน หรือภาวะอ้วน เป็นปัญหาในเรื่องของระบบทางเดินหายใจเป็นอย่างมาก ซึ่งไขมันที่คอจะไปกั้นเส้นทางของระบบทางเดินหายใจ แน่นอนว่าเป็นสาเหตุหลักของการนอนกรน
  • พันธุกรรม เรื่องการนอนกรนสามารถสืบทอดผ่านทางพันธุกรรมได้ โดยมีโอกาสเสี่ยงสูงถึง 1.5 เท่า ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าคนปกติแม้ว่าสาเหตุเหล่านี้จะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เรานอนกรน แต่บางคนอาจมีภาวะเสี่ยงที่อาจส่งผลในเรื่องของสุขภาพการนอนได้ เช่น การนอนกรนทำให้เราต้องสะดุ้งตื่นกลางดึก รู้สึกตัวบ่อย พลิกตัวมากกว่าปกติ หายใจติดขัด หายใจเฮือกเหมือนคนขาดอากาศหายใจ หรืออาจจะรุนแรงถึงขั้นหยุดหายใจขณะหลับได้เลย ดังนั้นการนอนกรนไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นอันตรายมาก หากเรารู้สึกเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำงานการรักษาตามขั้นตอนต่อไป เพื่อสุขภาพการนอนที่ดีของเรา

#แก้ปัญหาการนอนกรนที่เราว่าเวิร์ก
วิธีการที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากไม่ดีขึ้น หรืออาการมีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเราเองก็สามารถประเมินได้จากพฤติกรรมของตัวเราเองได้ ก็สามารถเลือกปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เหมือนกัน ดังนั้นลองปรับเปลี่ยนด้วยวิธีการเหล่านี้ เผื่อจะได้ผลที่ดีขึ้น

  • ปรับสรีระการนอนใหม่ ลองปรับหมอนให้ศีรษะสูงกว่าลำตัว เพื่อทำให้ระบบทางเดินหายใจเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น
  • ปรับเปลี่ยนบรรยากาศห้องใหม่ บรรยากาศเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เรานอนหลับได้ดีขึ้น ดังนั้นลองใช้ก้านไม้หอม หรือเครื่องสมุนไพรที่ช่วยให้การนอนนั้นดียิ่งขึ้น ทั้งนี้หากใครชอบฟังเพลง หรือเสียงธรรมชาติ เสียงฝนตก เสียงน้ำไหล ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว
  • ควบคุมน้ำหนัก ถ้าหากเรามีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐานก็ควรปรับเปลี่ยนอาหารการกินและหันมาออกกำลังกายให้มากขึ้น
  • งดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ หากเรางดได้อาจจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการนอนกรนได้ ในส่วนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ซึ่งส่งผลทำให้อวัยวะบริเวณลำคอนั้นหย่อนยาน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักทำให้เรานอนกรนเช่นกัน
  • หลีกเลี่ยงยานอนหลับ อย่างไรก็ตาม การนอนด้วยวิธีการธรรมชาติ ย่อมดีกว่าการนอนด้วยการใช้ยา และควรพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง ลดการหักโหมจากงานลง ทั้งนี้เพื่อสุขภาพการนอนที่ดีขึ้นของเราด้วย
  • ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยวิวัฒนาการของการรักษาภาวะการนอนกรนในปัจจุบันถือว่าล้ำมากๆ เลยทีเดียว เพราะเราสามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าคุณจะนอนกรนเพราะสาเหตุใดก็ตาม เช่น การใส่อุปกรณ์เพื่อแก้ปัญหาการนอนกรน การใช้เครื่องมือการนอนกรน หรือการผ่าตัดเฉพาะจุด ซึ่งการแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ คนไข้จะต้องทำ Sleep Test (ตรวจการนอนหลับ) เพื่อหาสาเหตุของการนอนกรนโดยละเอียด เพื่อเข้าสู่กระบวนการการรักษาได้อย่างถูกต้องการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องภาวะการหยุดหายใจขณะหลับได้ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดของการนอนกรนที่หลายคนอาจจะเป็นโดยไม่รู้ตัว เราลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ ทั้งนี้เพื่อสุขภาพการนอนที่ดีขึ้นของตัวเราเอง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...