โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

Shale Oil จุดเปลี่ยนวงการน้ำมัน ที่พา US แซงตะวันออกกลางขึ้นเป็นผู้ผลิตน้ำมันอันดับ 1 ของโลก !!

BottomLiner - บทสรุปการลงทุน

อัพเดต 26 ส.ค. 2566 เวลา 13.25 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2566 เวลา 13.24 น.

ย้อนกลับไปช่วงปี 1970 สมัยที่ Supply น้ำมันของโลกไปกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (OPEC) และ US ยังคงพึ่งพานำเข้าน้ำมันจากประเทศเหล่านั้นเป็นส่วนใหญ่
พอปี 1973 หลังความขัดแย้งระหว่างกลุ่มประเทศ OPEC และ Israel เริ่มรุนแรงขึ้น OPEC ได้ตัดสินใจตอบโต้ด้วยการแบนส่งออกน้ำมัน (Oil Embargo) ไปยัง Israel และประเทศที่หนุนหลังให้ รวมถึง US ส่งผลให้น้ำมันขาดแคลนทั่วโลกและราคาพุ่งสูงเป็นสถิติ
.
แต่ในช่วงปี 2010 เมื่อ Shale Oil เข้ามา US ก็ไม่ต้องห่วงว่าน้ำมันจะขาดแคลนหนักเหมือนในอดีตอีกต่อไป…
.
Shale Oil คือน้ำมันดิบที่ฝังรากลึกอยู่ในชั้นหินดินดาน (Shale) ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคการขุดเจาะแนวขวาง (Horizontal Drilling) และเทคนิค Fracking หรือการใช้สารเคมีอัดแรงดันลงไปให้หินดินดานแตกเพื่อให้สามารถสกัดน้ำมันออกมาได้
.
ซึ่งปัจจุบัน US เป็นประเทศที่มีแหล่งขุด Shale Oil มากที่สุดในโลก โดยมีหลุดขุดที่สำคัญคือ Permian ที่มี Shale Oil กว่า 62% ใน US ขณะที่หลุม Bakken และ Eagle Ford รวมกันคิดเป็นราว 25% และหลุมใหม่อย่าง Niobrara มีราว 11%
.
นอกจาก US แล้วจะมี Canada และ Argentina ที่มี Shale Oil ค่อนข้างเยอะ แต่ US จะยังคงได้เปรียบเรื่องต้นทุนการขุดเจาะมากกว่าประเทศอื่น เพราะเป็นคนริเริ่มพัฒนาหัวเจาะเอง ขณะที่ประเทศอื่นต้องนำเข้าหัวเจาะจาก US ในราคาที่แพง ทำให้ไม่คุ้มลงทุน
.
ด้วยสาเหตุนี้ เลยส่งผลให้ US กลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบมากที่สุดในโลก และแซง Saudi Arabia ได้ในเวลาไม่นานนั่นเอง
.

BottomLiner

ไม่อยากพลาดสาระเนื้อหาในการลงทุนต่างประเทศ อย่าลืมกดติดตาม
เพราะตอนนี้โซเชียลต่าง ๆ ถูกปิดการเข้าถึงมาก ๆ
ไม่งั้นอาจพลาดโพสต์ดี ๆ จากเราได้ครับ
https://linktr.ee/bottomliner

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...