โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“ยาปลุกเซ็กส์” ไม่จำเป็นอย่ากิน! ก่อนใช้ยาควรต้องรู้

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 23 ส.ค. 2566 เวลา 17.38 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2566 เวลา 10.38 น. • Bright Today

ก่อนใช้ ยาปลุกเซ็กส์ ควรต้องรู้! มีผลข้างเคียงอย่างไร และผู้หญิงสามารถกินได้หรือไม่? ไปดูกันเลย!

ยาปลุกเซ็กส์ เป็นยาที่มีไว้สำหรับผู้ที่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โดยกลุ่มคนที่มีอาการดังกล่าวมักพบในชายวัยกลางคน แต่ปัจจุบันกลับพบว่ามีวัยรุ่นจำนวนมาก หันไปพึ่งยาปลุกเซ็กส์เพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ด้วยความเชื่อผิดๆ หลายอย่างจากโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณที่น่าสนใจ

โดยทั่วไปผู้ที่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มักพบในชายวัยกลางคนอายุ 40 ปีขึ้นไป และสาเหตุที่จำเป็นต้องใช้ยาตัวนี้หรือใช้กับผู้ที่ตายด้าน สำหรับในผู้ชายที่อายุน้อย พบปัญหาอาจเกิดจากความเครียดสะสม อารมณ์และจิตใจ อาจทำงานหนักเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือไม่ค่อยออกกำลังกาย ส่งผลให้การทำงานในร่างกายแปรปรวนและสมรรถทางเพศเสื่อมได้ ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ไม่ทำงานหนัก พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกาย ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ปัญหาในเรื่องของสมรรถทางเพศนั้นหายไปได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยา

ยาปลุกเซ็กส์-2

ยาปลุกเซ็กส์หรือยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

หลายคนเข้าใจผิดว่ามีฤทธิ์ในการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วยาดังกล่าวมีการออกฤทธิ์ที่ช่วยขยายหลอดเลือด จำเพาะเจาะต่อเส้นเลือดที่องคชาติ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด 100% และอาจขยายหลอดเลือดส่วนอื่นด้วย

ทั้งนี้ยังมีความเชื่อผิดๆ โดยเฉพาะในวัยรุ่น ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ยานี้ แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะหาซื้อได้ง่าย มีขายทั่วไปบนช่องทางออนไลน์ หรือมีการอวดอ้างสรรพคุณที่น่าสนใจ เช่น สมุนไพร 100% เพิ่มพลังการแข็งตัว อึด ทน นานและชะลอการหลั่ง อาจจะมีคำเตือนระบุว่าไม่สามารถใช้แทนยารักษาโรคได้ ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่เหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และห้ามใช้กับสตรีมีครรภ์

แต่ล่าสุดแพทย์ก็ได้ออกมาชี้แจงว่ายาตัวนี้ไม่ได้ช่วยในเรื่องของการชะลอการหลั่งแต่อย่างใด การหลั่งยังคงหลั่งเท่าเดิม และไม่เหมาะกับผู้ที่ร่างกายแข็งแรงอยู่แล้วด้วย เพราะอาจส่งผลข้างเคียงอื่นๆ ได้ ซึ่งยานี้เหมาะกับผู้ที่อยู่ในสภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรือตายด้านเท่านั้น และการบริโภคยังควรควบคู่ไปกับการปรึกษาแพทย์อีกด้วย

ผู้หญิงกินได้ไหมหรือไม่?

ยาไวอากร้าสำหรับผู้หญิง ชื่อว่า ฟลิแบนเซริน ซึ่งจะออกฤทธิ์ต่างกับไวอาก้าสำหรับผู้ชาย ยานี้จะออกฤทธิ์ต่อสมอง ปรับสมดุลของระบบในสมองที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นความพอใจและอารมณ์ทางเพศ ในขณะที่ไวอากร้าสำหรับผู้ชายจะส่งผลต่อปริมาณเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพศชาย

ไวอากร้าที่มีขายในท้องตลาด

1. Sildenafil หรือ ไวอากร้า (ยอดนิยม)
เป็นยาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด กินก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1 ชั่วโมง แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง คือ มีผลเสียต่อจอเรตินาในตา ทำให้จะเห็นทุกอย่างเป็นสีฟ้า แต่อาการจะหายไปเองภายใน 2-3 ชั่วโมง
2. Vardenafil หรือ เลวิตร้า
ยาตัวนี้ดีพอๆ กับซิลเดนาฟิล แต่ออกฤทธิ์ได้ไวกว่า 1 ชั่วโมง เพราะเป็นแบบละลายในปากทำให้ได้ผลไว แต่ก็พบว่าบางคนอาจแพ้หรือมีผลข้างเคียงได้เช่นกัน
3. Tadalafil หรือ เซียลิส
ยาตัวนี้บางคนอาจจะเรียกกันว่า ยาวันหยุด หรือ Holiday Pill ซึ่งชนิดนี้เป็นตัวที่ผู้ชายส่วนใหญ่เลือกกินเพราะออกฤทธิ์ได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว เป็นยาที่แรง แต่ก็เสี่ยงกับผลข้างเคียงที่เพิ่มขึ้น
4. Avanafil หรือ สเตนดร้า
ยาชนิดนี้เป็นตัวใหม่ที่พึ่งได้รับการรับรองจากอเมริกาและแถบยุโรป ซึ่งข้อดีของมันคือ เป็นชนิดเดียวที่ออกฤทธิ์ได้เร็วที่สุด ภายใน 15 นาทีหลังกินยา จะกินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ แต่ข้อเสียของมันก็คือ คนที่กินยาไนเตรทห้ามทานเด็ดขาด เพราะทำให้เกิดความดันต่ำจนเสียชีวิตได้เลย

ยาปลุกเซ็กส์-3

ผลข้างเคียงของไวอาก้า

1. หัวใจเต้นเร็ว มีอาการเหนื่อยง่าย เหงื่อออกง่าย หากใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจ ต้องใช้อย่างระมัดระวังและเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
2. อาการของผู้ใช้ยาครั้งแรกที่พบได้บ่อยๆ คือ ปวดศีรษะ หน้าแดง ร้อนวูบวาบ คลื่นไส้ ตาพร่ามัว ตาพร่าแสงแดดง่าย หรือ มองเห็นแสงสีฟ้าสีเขียว
3. ภาวะองคชาตแข็งค้าง และการสูญเสียการได้ยินอย่างเฉียบพลัน

นอกจากนี้ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศยังส่งผลข้างเคียงหลายอย่างในระยะยาว เช่น ทำให้ตับและไตทำงานหนัก ทั้งยังส่งผลให้เกิดอาการต่อมลูกหมากโตด้วยหากใช้ยาตัวนี้ต่อเนื่องไปนานๆ ในบางรายอาจมีโรคประจำตัวที่ตนเองไม่เคยรู้ การรับประทานยาตัวนี้ยังมีความอันตราย เช่น ในคนที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดถ้าหากทานยาตัวนี้อาจเสียชีวิตได้ ก่อนทานจึงควรแน่ใจจริงๆ ว่าตนเองมีปัญหาที่จำเป็นต้องใช้ยาและควรปรึกษาแพทย์

ข้อควรระวังในการใช้ยา

  • ก่อนตัดสินใจใช้ยานี้ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินว่ามีความจำเป็นที่ต้องใช้ยานี้หรือไม่
  • ผู้ที่มีปัญหานกเขาไม่ขัน ควรตรวจเช็คร่างกายให้แน่ใจว่าไม่มีโรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันเลือดสูง หรือโรคประจำตัวอื่นๆ ซ่อนเร้นอยู่ ถ้าหากมีจะได้ทำการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
  • ห้ามใช้ยากลุ่มนี้ร่วมกับยารักษาโรคหัวใจ ไตรกลีเซอรีน หรือยาลดความดันเลือด เพราะอาจทำให้ความดันเลือดลดต่ำ จนเป็นลมหรือช็อคได้
  • ยานี้อาจมีผลข้างเคียงทำให้ปวดศีรษะ ร้อนวูบวาบ หน้าแดง คลื่นไส้ ตาพร่ามัวหรือมองเห็นสีฟ้าสีเขียวได้
ไวอาก้า

ข้อมูลจาก โรงพยาบาลรามาธิบดี และ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไวอาก้า

ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ

Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...