โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บ้านเมืองอีสาน-สองฝั่งโขง ใน “อุรังคธาตุ” ตำนานพระธาตุพนม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 03 ส.ค. 2567 เวลา 18.04 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2567 เวลา 18.04 น.
เมืองสาเกต-ร้อยเอ็ดประตู (ภาพถ่ายทางอากาศเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เมื่อ 4 สิงหาคม 2543)

บ้านเมืองอีสาน-สองฝั่งโขง ใน “อุรังคธาตุ” ตำนานพระธาตุพนม

1. เมืองศรีโคตรบอง ตำนานอุรังคธาตุอธิบายว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาเมืองศรีโคตรบอง ได้มาประทับอิงต้นรัง ปัจจุบันคือบริเวณที่ตั้งพระธาตุอิงฮัง ในแขวงสะหวันเขต สปป. ลาว และรับบิณฑบาตจากพญาติโคตรบูรในเมือง แล้วเสด็จไปฉันภัตตาหารที่ภูกำพร้า ปัจจุบันคือที่ตั้งพระธาตุพนม

ในตำนานอุรังคธาตุ กล่าวถึงที่ตั้งเมืองศรีโคตรบองว่าอยู่ริมแม่น้ำเซบั้งไฟ ความว่า “…เมืองอันพญาอยู่แต่ก่อนแคมแม่น้ำเซนั้นเราทั้งหลายว่า เมืองศรีโคตโม เทอญ…”

ดังนั้น ที่ตั้งเมืองศรีโคตรบองเดิมอยู่ในฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง บริเวณแม่น้ำเซบั้งไฟ ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของภูกำพร้า สันนิษฐานว่าเป็นบริเวณบ้านหนองเฮือทอง เมืองไชบุรี แขวงสะหวันนะเขต ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นเมืองโบราณร่วมสมัยทวารวดีที่มีการพบโบราณวัตถุ เช่น แผ่นทองคำดุนลาย ใบเสมา เป็นต้น

2. เมืองหนองหาญหลวง คือบริเวณเมืองสกลนครในปัจจุบัน เพราะตำนาน “อุรังคธาตุ” กล่าวว่าเป็นที่ตั้งของพระธาตุเชิงชุมและหนองหาร

ตำนานอุรังคธาตุอธิบายว่าชื่อเมืองหนองหาญหลวงมาจากชื่อ พญามหาสุรอุทกะ คำว่า มหา คือ หลวง คำว่า สุระ คือ กล้าหาญ และคำว่า อุทกะ คือ หนองน้ำ ดังนั้น ภูมินามหากอ้างอิงตามตำนานอุรังคธาตุจึงควรเขียนเป็น “หนองหาญหลวง” ไม่ใช่ “หนองหารหลวง” ตามคำในปัจจุบันที่อ้างอิงจากคำว่าระหาน

3. เมืองขุนขอมนคร หรือ เมืองหนองหาญน้อย ตำนานอุรังคธาตุอธิบายว่าเป็นเมืองของพญาขุนขอมนครน้องพญามหาสุรอุทกะ เดิมเมืองนี้มีชื่อว่า เมืองขุนขอมนคร ต่อมาเมืองถล่มเพราะกินเนื้อพญานาคพังคีที่แปลงเป็นกระรอก แสดงให้เห็นว่าตำนานผาแดงนางไอ่มีมาก่อนการเรียบเรียงตำนานอุรังคธาตุ เมืองหนองหาญน้อยคือบริเวณดอนแก้ว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ในปัจจุบัน

4. เมืองอินทปัตถนคร ในตำนานอุรังคธาตุ ได้กล่าวถึงเรื่องพญาฟ้างุ่ม ซึ่งในตำนานอุรังคธาตุใช้พระนามว่า พญาทุคตะไหลน้ำ ถูกเนรเทศลอยแพไปถึงเมืองอินทปัตถนคร ซึ่งเป็นที่รับรู้ทั่วไปว่าหมายถึงเมืองพระนคร ที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน

5. เมืองจุลณีพรหมทัต ที่ตั้งของเมืองจุลณีพรหมทัตในตำนานอุรังคธาตุไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นที่ใด แต่สามารถตีความจากเนื้อหาในตำนานอุรังคธาตุ ตอนพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับอยู่ที่ภูกำพร้าได้ตรัสพระบาทเวินปลา ซึ่งอยู่ทิศเหนือภูกำพร้าในปัจจุบัน จากนั้นได้ผินพระพักตร์ไปด้านเมืองจุลณีพรหมทัต และเมืองอินทปัตถนครซึ่งอยู่ทางทิศใต้ ตามลำดับ

จากลำดับการมองของพระพุทธเจ้า เมืองจุลณีพรหมทัตจึงอยู่ทิศตะวันออกของภูกำพร้า หมายถึงอาณาจักรจามที่มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองเว้ในเวียดนามกลางในปัจจุบัน

6. เมืองสาเกตนครร้อยเอ็ดประตู ในตำนานอุรังคธาตุระบุว่าอยู่ด้านทิศตะวันตกของเมืองศรีโคตรบอง เป็นเมืองที่มีความสำคัญคู่กันกับเมืองโยธิกาหรือเมืองกุรุนทะ

แต่เดิมเมืองนี้ชื่อว่า เมืองสาเกตนคร ต่อมาพญาสาเกตนครไปครองเมืองอโยธิยาร่วมกับพญากุรุนทะ ซึ่งครองอโยธิยาอยู่ก่อน จึงได้ราชาภิเษกเจ้าสุริยกุมารผู้เป็นราชบุตรขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองสาเกตนคร จนมีความรุ่งเรือง มีเมืองบริวารร้อยเอ็ดเมือง มีการสร้างกำแพงเมืองเจาะประตูเมืองเป็นร้อยเอ็ดช่อง จึงมีชื่อเรียกเมืองว่า เมืองสาเกตนครร้อยเอ็ดประตู หรือ เมืองร้อยเอ็ดประตู

แม้ตำนาน อุรังคธาตุ ไปไม่ได้ระบุที่ตั้งที่ชัดเจนของเมืองร้อยเอ็ด ต่อมาใน พ.ศ. 2318 (สมัยกรุงธนบุรี) ท้าวทน (บุตรจารย์แก้วเจ้าเมืองสุวรรณภูมิคนแรก) ได้มาขอตั้งดงกุ่มซึ่งเป็นเมืองร้างขึ้นเป็นเมืองร้อยเอ็ด โดยเชื่อว่าเป็นนามเดิมของเมืองร้างแห่งนี้

จารย์แก้วเป็นลูกศิษย์ญาครูขี้หอม ซึ่งอยู่ร่วมสมัยการเรียบเรียงตำนานอุรังคธาตุ จารย์แก้วจึงน่าจะมีข้อมูลหรือความทรงจำเกี่ยวกับที่ตั้งเมืองร้อยเอ็ดเล่าสู่ท้าวทนซึ่งเป็นลูก เมื่อมีการขอยกดงกุ่มเป็นเมือง จึงได้ใช้ชื่อเมืองว่า เมืองร้อยเอ็ด ตามการรับรู้ที่เล่าสืบต่อกันมา

7. เมืองกุรุนทะ หรือเมืองศรีอโยธิยาทวารวดีนคร เป็นเมืองพิเศษที่ตำนานอุรังคธาตุได้กล่าวว่าเมืองนี้มีหลายชื่อแตกต่างกันในยุคของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ ดังนี้

ในปฐมกัปชื่อว่า กุรุนทะนคร

ในสมัยพระพุทธเจ้ากกุสันธะ ชื่อว่า เมืองกุรุฏฐะนคร

ในสมัยพระพุทธเจ้าโกนาคม ชื่อว่า เมืองพาหละนคร

ในสมัยพระพุทธเจ้ากัสสป ชื่อว่า ทวารวดี เพราะมีผีเสื้อเมืองรักษาปักตูร้องว่า “ลวา”

ในสมัยพระพุทธเจ้าโคตรมะ ชื่อว่า กุรุนทะนคร

ในสมัยสร้างพระธาตุพนม ชื่อว่า เมืองศรีอโยธิยาทวารวดีนคร

เมื่อเปรียบเทียบกับ พงศาวดารโยนกของพระยาประชากิจกรจักร ได้กล่าวถึงเมืองกุรุรัฐในปริเฉทที่ 2 ไว้ว่า “…ครั้นเจ้ากุรุวงศาได้เป็นใหญ่ในแว่นแคว้นนั้นแล้ว จึงได้เรียกแว่นแคว้นนั้นว่ากุรุรัฐ และเรียกประชาชนในแว่นแคว้นนั้นว่ากล๋อม ตามมูลเหตุที่เอาหินศิลามาก่อล้อมเป็นปราการ ครั้นภายหลังมาคำที่เรียกว่ากล๋อมก็กลายเป็นขอมไป…”

ดังนั้น เมืองโยธิกาหรือเมืองกุรุนทะหรือเมืองศรีอโยธิยาทวารวดีนคร ในตำนานอุรังคธาตุจึงน่าจะมายถึง เมืองละโว้-อโยธยา ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก และตรงกับ “เมืองขอม” ในตำนานเมืองโยนก

8. เมืองจันทบุรี ในตำนานอุรังคธาตุกล่าวว่าบริเวณที่ตั้งเมืองจันทบุรีเดิมเรียกว่า หนองคันแทผีเสื้อน้ำ ต่อมาพญานาคมาสร้างเมืองที่มี “ต้นจันทน์หอม” ล้อมรอบเป็นกำแพงเมืองจึงเรียกว่า เมืองเวียงจันท์ เพื่อมอบให้ “บุรีอ้วยล่วย” แล้วราชาภิเษกให้เป็นกษัตริย์ มีพระนามว่า พญาจันทบุรีประสิทธิสักกะเทวะ ปัจจุบันคือนครหลวงเวียงจันท์ สปป.ลาว

9. เมืองศรีสัตตนาค คือเมืองเชียงดงเชียงทองหรือเมืองหลวงพระบางในปัจจุบัน แต่ในตำนานอุรังคธาตุไม่ปรากฏเรียกเมืองนี้ว่าเมืองชวา หรือเมืองเชียงดงเชียงทอง หรือเมืองหลวงพระบาง แต่เรียกว่า เมืองศรีสัตตนาค โดยกล่าวว่าอมรรัสสีและโยธิการัสสีเป็นผู้มาก่อตั้งเมืองนี้ที่ดอยนันทกังฮี และได้ใช้นามจากนาค 7 หัวชื่อว่า “สีสาสัตตนาค” มาเป็นภูมินามของเมือง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 สิงหาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บ้านเมืองอีสาน-สองฝั่งโขง ใน “อุรังคธาตุ” ตำนานพระธาตุพนม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...