‘ตำรวจไซเบอร์’ ยังไม่รอด มิจฉาชีพ ‘ปลอมเพจตำรวจไซเบอร์’ 2 เพจ แนะวิธีสังเกตเพจจริง VS เพจปลอม
The Bangkok Insight
อัพเดต 30 ก.ค. 2566 เวลา 15.49 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2566 เวลา 00.50 น. • The Bangkok Insight"ตำรวจไซเบอร์" ยังไม่รอด มิจฉาชีพ "ปลอมเพจตำรวจไซเบอร์" 2 เพจ แนะวิธีสังเกตเพจจริง VS เพจปลอม
กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( บช.สอท. ) เปิดเผยว่า ระบบศูนย์บริหารการแจ้งความออนไลน์ และสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 พบผู้เสียหายหลายรายร้องเรียนว่า ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคล และหลักฐานทางคดี อาจจะถูกนำไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือผิดกฎหมาย
สร้างเพจปลอมหลอกลวง 2เพจ
ผู้เสียหายได้ติดต่อไปยังเพจเฟซบุ๊กหน่วยงานในสังกัด บช.สอท. หรือตำรวจไซเบอร์ จำนวน 2 เพจ ได้แก่
- เพจที่ใช้ชื่อว่า“ ตำรวจไซเบอร์ 2 ”
- เพจที่ใช้ชื่อว่า “ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 – CCID5 ”
ซึ่งมิจฉาชีพได้ปลอมขึ้นมา และตั้งชื่อให้เหมือนกับเพจเฟซบุ๊กจริง ใช้การโฆษณาเพื่อเข้าถึงเหยื่อเป้าหมาย หลอกลวงให้ผู้เสียหายที่ไม่ทันได้สังเกตที่ติดต่อเข้ามาแล้วหลอกลวงสอบถามเอาข้อมูลต่างๆ
วิธีการของมิจฉาชีพ
- เริ่มจากสอบถามว่ามีเรื่องใดให้ช่วยเหลือ ถูกหลอกลวงหรือถูกโกงเรื่องใด มูลค่าความเสียหายเท่าใด
- ขอหลักฐานทางคดีที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานการพูดคุยกับคนร้าย หลักฐานการโอนเงินไปยังบัญชีคนร้าย แพลตฟอร์มที่ถูกหลอกลวง เป็นต้น
- ใช้ตราสัญลักษณ์ของ บช.สอท. ภายในเพจ ลักษณะดังกล่าวยังมีเนื้อหารูปภาพและข้อความจากเพจจริงมาใช้
- มิจฉาชีพจะให้เพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์เพื่อไปติดต่อกับทนายความปลอม ชื่อบัญชี “ ทนายอนันต์ชัย ” ไอดีไลน์ “ anantchat41 ” ที่อ้างว่าสามารถช่วยเหลือ และติดตามหรือกู้คืนทรัพย์สินที่ผู้เสียหายสูญเสียไปกลับคืนมาได้
- จากนั้นจะมีการให้เพิ่มเพื่อนทางไลน์เพื่อไปแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมยศ พ.ต.อ. อ้างว่าเป็นหัวหน้าทีม IT เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี ไอดีไลน์ “ cyber00it ”
- แจ้งว่าหากอยากได้เงินคืน ต้องมีการโอนเงินเพื่อเป็นค่าดำเนินการต่างๆ และค่าทนายมาให้ก่อนถึงจะได้รับความช่วยเหลือ
- เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปแล้วก็จะถูกตัดขาดการติดต่อ โดยมิจฉาชีพอาจจะนำข้อมูลที่ได้ไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อมูลไปแฮกบัญชีสื่อสังคมออนไลน์แล้วไปหลอกยืมเงินผู้อื่น หรือโอนเงินจากบัญชีธนาคาร หรือนำข้อมูลไปขายให้กับแก๊งมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ หรือนำไปแอบอ้างทำเรื่องที่ผิดกฎหมายต่างๆ
โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้เร่งรัดขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบ
รวมถึงการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างหน่วยงานของรัฐ หลอกลวงเอาทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนตัวของประชาชนไปแสวงหาผลประโยชน์โดยผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน
วิธีการสังเกตเพจจริง-เพจปลอม และการป้องกัน
ขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการป้องกันเข้าสู่เพจเฟซบุ๊กปลอม ดังนี้
- ประชาชนที่ได้รับความเสียหายในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ https://thaipoliceonline.com เท่านั้น โดยสามารถโทรสอบถามหรือปรึกษาได้ที่ สายด่วนตำsวจไซเบอร์ 1441 หรือ 081-866-3000 และไม่มีช่องทางไลน์ในการติดต่อ มีเพียงแชทบอท @police1441 ที่เอาไว้ปรึกษาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คอยให้บริการตอบคำถามประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง
- บช.สอท. และหน่วยงานในสังกัด ไม่มีนโยบายให้ประชาชนติดต่อกับทนายความ หรือให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี เพื่อทำการติดตามทรัพย์สินที่ถูกหลอกลวงไปกลับคืนได้
- เพจเฟซบุ๊กของ บก.สอท.2 คือ “ ตำsวจไซเบอร์ 2 ” มีผู้ติดตามกว่า 7 พันราย สร้างบัญชีเมื่อ 28 ม.ค.64 และเพจเฟซบุ๊กของ บก.สอท.5 คือ “ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 – CCID5” มีผู้ติดตามกว่า 1 หมื่นราย สร้างบัญชีเมื่อ 6 พ.ย.63 และหากท่านต้องการที่จะเข้าสู่เพจดังกล่าวขอให้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน
- เพจเฟซบุ๊กจริงจะต้องมีเครื่องหมายถูกสีฟ้ายืนยันตัวตน หากไม่มีเครื่องหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเพจปลอม
- เพจเฟซบุ๊กจริง มักจะมีส่วนร่วมในการโพสต์เนื้อหา รูปภาพ หรือกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่อง รวมถึงมีจำนวนผู้ติดตามที่ไม่น้อยจนเกินไป
- เพจเฟซบุ๊กปลอม หากตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ จะพบว่าสร้างขึ้นมาได้ไม่นาน และอาจเคยเปลี่ยนชื่อมาจากเพจอื่นที่น่าสงสัย หรือมีผู้ดูแลเพจอยู่ต่างประเทศที่ไม่ใช่ประเทศไทย
- ไม่กรอก หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางคดี ผ่านสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก โดยเด็ดขาด
- การพิมพ์ชื่อหน่วยงานเพื่อค้นหาเว็บไซต์ของหน่วยงานใดๆ ไม่ได้มีความปลอดภัยเสมอไป ควรเพิ่มความระมัดระวังในการสังเกตชื่อเว็บไซต์ หรือสังเกต URL อย่างละเอียด และไม่หลงเชื่อเว็บไซต์ที่มีการยิงโฆษณาของมิจฉาชีพ
- หากพบ หรือไม่แน่ใจว่าเป็นเพจเฟซบุ๊ก หรือเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ จริงหรือไม่ ให้ติดต่อไปยังหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง ผ่านหมายเลขคอลเซ็นเตอร์ของหน่วยงานนั้น เพื่อสอบถามและแจ้งให้ทำการตรวจสอบทันที
- หากมีการให้โอนเงินไปยังหน่วยงานที่แอบอ้างก่อนที่จะได้รับบริการใดๆ ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน
อ่านข่าวเพิ่มเติม