โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดเงื่อนไข รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ต้องทำอย่างไร ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ต.ค. 2566 เวลา 04.03 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2566 เวลา 11.03 น.

เปิดเงื่อนไข นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เริ่มต้น 2 สี สายสีแดง (ตลิ่งชันบางซื่อ-รังสิต) และสายสีม่วง จ่ายค่าโดยสารสูงสุด 20 บาทตลอดสาย มีเงื่อนไขอย่างไร อัตราค่าโดยสารเป็นอย่างไร

ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อ 16 ตุลาคม 2566 อนุมัตินโยบายอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สำหรับรถไฟฟ้า 2 เส้นทาง ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีม่วง (คลองบางไผ่-เตาปูน) และรถไฟฟ้าสายสีแดง (ตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต) โดยมีผลตั้งแต่ 11.00 น. ของวันเดียวกัน

“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปเรื่องสำคัญเกี่ยวกับนโยบายนี้ที่คุณควรรู้

อัตราค่าโดยสารใหม่ เป็นอย่างไร ?

สำหรับอัตราค่าโดยสารใหม่ของรถไฟฟ้าสายสีม่วง และสายสีแดง จะเปลี่ยนเป็นดังนี้

รถไฟฟ้าสายสีแดง (ตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต)

  • อัตราค่าโดยสารเริ่มต้น 12 บาท (นักเรียน-นักศึกษา 11 บาท, เด็ก-ผู้สูงอายุ 6 บาท)
  • อัตราค่าโดยสารสูงสุด 20 บาทตลอดสาย (เดิมอัตราค่าโดยสาร สูงสุด 42 บาท)

รูปแบบการคิดค่าโดยสาร รถไฟฟ้าสายสีแดง

  • ผู้โดยสารทั่วไปที่เดินทางตามระยะทางที่มีมูลค่าไม่เกิน 20 บาท ชำระค่าโดยสารตามจริง

  • ผู้โดยสารทั่วไปที่เดินทางตามระยะทางที่มีมูลค่าเกิน 20 บาท ชำระค่าโดยสารเพียง 20 บาท

  • ผู้โดยสารที่ได้รับสิทธิลดหย่อน แบ่งเป็น 2 กรณี

  • เดินทางตามระยะทางมีมูลค่าการเดินทางเกิน 20 บาท ชำระค่าเดินทางเพียง 20 บาทเท่านั้น

    • เดินทางตามระยะทางมีมูลค่าเดินทางไม่เกินราคา 20 บาท คงได้รับสิทธิลดหย่อนตามปกติ (เด็ก ผู้สูงอายุ และพระภิกษุ รับส่วนลด 50% | นักเรียนและนักศึกษา รับส่วนลด 10% จากอัตราค่าโดยสารเดิม)

รถไฟฟ้าสายสีม่วง (คลองบางไผ่-เตาปูน)

  • อัตราค่าโดยสารเริ่มต้น 14 บาท (นักเรียน-นักศึกษา 13 บาท, เด็ก-ผู้สูงอายุ 7 บาท)
  • อัตราค่าโดยสารสูงสุด 20 บาทตลอดสาย (เดิมอัตราค่าโดยสาร สูงสุด 42 บาท)

รูปแบบการคิดค่าโดยสาร รถไฟฟ้าสายสีม่วง

  • บุคคลทั่วไป 14-20 บาท
  • เด็ก/ผู้สูงอายุ 7-20 บาท
  • นักเรียน/นักศึกษา 13-20 บาท

จ่ายค่าโดยสาร 20 บาทได้ทั้งเงินสด-บัตร EMV

สำหรับการจ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น สามารถจ่ายได้ทั้งเงินสด บัตรโดยสารประเภทต่าง ๆ ของแต่ละสาย ไปจนถึงบัตรเดบิต/บัตรเครดิตของธนาคารต่าง ๆ ตามเงื่อนไขของรถไฟฟ้าแต่ละสาย ดังนี้

รถไฟฟ้าสายสีแดง

  • รองรับการแตะบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรพรีเพด
  • รองรับบัตรวีซ่า (Visa), มาสเตอร์การ์ด (Mastercard) เจซีบี (JCB) และยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) ทุกธนาคาร
  • ผู้ใช้บัตรโดยสารประเภทบัตรเหมาจ่าย “TRANSIT PASS RED LINE X BMTA” ที่เดินทางด้วยรถไฟชานเมืองสายสีแดง และรถโดยสาร ขสมก. จะไม่ได้รับสิทธิเข้าร่วมในโครงการดังกล่าว

รถไฟฟ้าสายสีม่วง

  • บัตรเครดิต วีซ่า (Visa) และมาสเตอร์การ์ด (Mastercard) ของทุกธนาคารผู้ออกบัตร
  • บัตรเดบิต ซึ่งขณะนี้รองรับเฉพาะบัตรเดบิตของธนาคารกรุงไทย และธนาคารยูโอบี (รวมบัตรเดบิต UOB TMRW)
  • บัตรประเภทพรีเพด (Prepaid Card) หรือบัตรทราเวลการ์ด (Travel Card)

ใช้บัตรเดบิต-บัตรเครดิต เดินทางข้ามสาย จ่ายแค่ 20 บาท

สำหรับกรณีการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ของ รฟม. และรถไฟชานเมืองสายสีแดง ของ ร.ฟ.ท. ซึ่งอยู่ภายใต้นโยบายอัตราค่าโดยสารของทั้ง 2 สาย สูงสุดไม่เกิน 20 บาท โดยใช้บัตรโดยสารใบเดียวกัน

โดยเงื่อนไขการจ่ายค่าโดยสารสูงสุด 20 บาทนั้น ผู้โดยสารต้องใช้บัตรโดยสารใบเดียวกัน หรือบัตร EMV Contactless (บัตรเครดิต-บัตรเดบิต) ชำระค่าโดยสาร และเดินทางเปลี่ยนถ่ายระบบ ณ สถานีบางซ่อน ภายในระยะเวลา 30 นาทีเท่านั้น ไม่สามารถใช้เงินสดจ่ายได้

ทั้งนี้ การคิดอัตราค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย กรณีเดินทางเชื่อมระหว่างรถไฟฟ้าสายสีม่วง และสายสีแดง จะเริ่มต้นได้ภายในพฤศจิกายน 2566 เนื่องจากอยู่ระหว่างการปรับระบบคิดค่าโดยสารให้รองรับการเดินทางเชื่อมต่อทั้ง 2 สาย

จ่าย 20 บาทถึง 30 พ.ย. 2567-ประเมินปีต่อปีเพื่อพิจารณามาตรการ

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีอนุมัติ มาตรการอัตราค่าโดยสารสูงสุด 20 บาท ตลอดสาย ตามนโยบายรัฐบาล สำหรับรถไฟฟ้า 2 สาย ดังนี้

  • รถไฟชานเมืองสายสีแดง สายนครวิถี (กรุงเทพอภิวัฒน์-ตลิ่งชัน) และสายธานีรัถยา (กรุงเทพอภิวัฒน์-รังสิต) ของการไฟแห่งประเทศไทย
  • รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ของการไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

โดยจะมีผลเริ่มต้นเมื่อระบบมีความพร้อม จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ทั้ง 2 สายรถไฟฟ้า เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน

พร้อมทั้งให้กระทรวงคมนาคมประเมินผลการดำเนินมาตรการเป็นรายปี โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปริมาณผู้โดยสารและรายได้ ซึ่งจะส่งผลต่อภาระการชดเชยจากภาครัฐและคำนึงถึงความสะดวกสบายในการเดินทางและการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินมาตรการดังกล่าวในปีถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...