โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

อาการแพ้เครื่องสำอาง มีอะไรบ้าง? และ 6 สารที่ควรเลี่ยง!

GedGoodLife

อัพเดต 12 ก.ย 2566 เวลา 12.22 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2566 เวลา 05.27 น. • GED good life ชีวิตดีดี

สาว ๆ คนไหนที่ไม่เคยแพ้เครื่องสำอาง แสดงว่าเกิดมาพร้อมกับแต้มบุญสูง เพราะ ผู้หญิงมักมีอาการแพ้เครื่องสำอางกันเยอะ มาดูกันว่า อาการแพ้เครื่องสำอาง ที่ผู้หญิงเป็นกันบ่อยมีอะไรบ้าง? และ 6 สารในเครื่องสำอางที่ควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากแพ้! GED good life จัดมาให้ครบแล้ว ติดตามกันได้เลย!

โรคภูมิแพ้ดูแลด้วย

การแพ้เครื่องสำอาง คืออะไร?

การแพ้เครื่องสำอาง เป็นปฏิกิริยาที่ผิวแสดงอาการแพ้สารต่าง ๆ โดยเฉพาะสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ สารกันแดด สารแต่งสี เป็นต้น เป็นต้นเหตุทำให้ผิวที่เรารักและทะนุถนอม เกิดอาการระคายเคืองจนนำไปสู่อาการแพ้ โรคผิวหนัง ติดเชื้อ และลมพิษ เป็นต้น

อาการแพ้เครื่องสำอาง มีอะไรบ้าง?

อาการทางผิวหนัง เป็นอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดจากการใช้เครื่องสำอาง โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่

1. อาการระคายเคือง

เป็นอาการที่พบได้บ่อยกว่าการแพ้ เกิดจากการสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรด หรือด่างสูง เช่น น้ำยาดัดผม ครีมกำจัดขน เป็นต้น ระยะเวลาของการเกิดอาการ อารเกิดได้ภายในเวลาไม่กี่นาที หรือไม่กี่ชั่วโมง หลังจากใช้เครื่องสำอาง

อาการที่มักพบ ได้แก่

  • มีอาการผื่นแดง คัน
  • ปวดแสบปวดร้อน
  • อาจมีตุ่มแดง หรือตุ่มน้ำ

2. อาการแพ้

บริเวณที่แพ้ได้บ่อย คือ ใบหน้า โดยเฉพาะรอบดวงตา เนื่องจากเป็นบริเวณที่ผิวบอบบางที่สุด ผู้ใช้ที่แพ้สารชนิดใดแล้ว หากสัมผัสกับสารนั้นอีกแม้เพียงเล็กน้อยก็เกิดอาการแพ้ได้

อาการที่มักพบ ได้แก่

  • มีอาการคัน บวม แดง
  • อาจเห็นตุ่มน้ำสีแดงเล็ก ๆ หรือเป็นปื้นนูนแบบลมพิษ
  • หากแพ้มาก อาจมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก

ผื่นผิวหนัง 2 ประเภท ที่พบบ่อยจากการแพ้เครื่องสำอาง

1. ผื่นระคายเคือง – เกิดจากส่วนประกอบที่เข้มข้น มีความสามารถในการลอกผิวหนังกำพร้าส่วนบน เช่น กรดAHA และBHA เป็นต้น เกิดบ่อยในผู้ใช้ที่สภาพผิวแห้งใช้มานานต่อเนื่องทำให้ผิวบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวหนังบริเวณรอบตา

  • ลักษณะของผื่น ได้แก่ ผิวแสบ ร้อน แดง เริ่มทนแสบจากเหงื่อไม่ได้ ปวดแสบร้อนเวลาถูกแดด หน้าแดงง่าย อาจรุนแรงถึงเป็นหนองหัวเล็ก ๆ เต็มหน้าก็ได้
  • เครื่องสำอางที่พบเป็นเหตุ ได้แก่ สบู่ น้ำยาดับกลิ่น เครื่องสำอางรอบดวงตา ครีมให้ความชุ่มชื้น น้ำยาดัดผม แชมพู

2. ผื่นแพ้สัมผัสจากเครื่องสำอาง – เกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ของร่างกายต่อสารประกอบของเครื่องสำอางจริง ๆ

  • ลักษณะของผื่น ได้แก่ ผื่นแดง คัน อาจมีตุ่มใสน้ำเหลืองได้
  • เครื่องสำอางที่พบเป็นเหตุ ได้แก่ น้ำหอม สารกันเสีย น้ำยาย้อมผม
  • สารก่อภูมิแพ้ที่พบได้รอง ๆ ลงมาเช่น แพ้ ester gum ในลิปสติก แพ้ soy bean oil ในแชมพูสระผม แพ้สารทำฟอง ในสบู่เหลว แชมพู

6 สารประกอบในเครื่องสำอางบำรุงผิวที่มักทำให้เกิดอาการแพ้

  • Fragrance – เป็นน้ำหอมที่มักผสมมากับเครื่องสำอาง และเป็นปัจจัยให้เกิดอาการแพ้ได้บ่อย ก่อให้เกิด ผื่นแพ้สัมผัส
  • Propylene Glycol – ทำให้สารต่าง ๆ รวมตัวกันเป็นเนื้อเดียว American Contact Dermatitis Society ยกให้เป็นสารก่อภูมิแพ้แห่งปี 2018 (อ้างอิง)
  • Glycolic Acid หรือ AHA – เป็นกรดผลไม้ ช่วยขจัดเซลล์ผิวชั้นนอก อาจทำให้เกิดผื่นสัมผัส (Contact dermatitis) ได้
  • Salicylic Acid หรือ BHA – เป็นสารช่วยขจัดเซลล์ผิวชั้นนอกเหมือน AHA แต่มีฤทธิ์แรงกว่า
  • Lanolin – เป็นน้ำมันสกัดจากขนแกะ American Contact Dermatitis Society ประกาศให้ “ลาโนลิน” เป็นสารก่อผู้แพ้แห่งปี 2023 (อ้างอิง)
  • PABA – เป็นสารป้องกันแสงแดดที่นิยมใช้ในครีมกันแดดสมัยก่อน แต่ปัจจุบันถูกยกเลิกให้ใช้ เนื่องจากก่ออาการแพ้ได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม ยังมีสารอื่น ๆ ที่ผู้ใช้เครื่องสำอางอาจแพ้ได้ ฉะนั้นก่อนใช้แนะนำให้ทดสอบครีมด้วยตัวเองกันก่อนใช้งานจริง

วิธีรักษาเมื่อมีอาการแพ้เครื่องสำอาง

  • หากมีอาการไม่มาก การหยุดใช้เครื่องสำอางที่สงสัย ก็อาจทำให้อาการดีขึ้น
  • หากมีอาการแห้ง ตึง คัน ก็อาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง เพื่อลดอาการดังกล่าว
  • ในกรณีที่เป็นมาก อย่างเช่น การใช้ยาย้อมผม ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการบวม แดงลงมาที่บริเวณใบหน้า ลำคอ จนกระทั่งหายใจลำบาก ควรพบแพทย์ ซึ่งแพทย์จะจ่ายยา เช่น ยาสเตียรอยด์ หรือยารับประทาน เช่น ยาแก้แพ้ เพื่อลดอาการอักเสบของผิวหนัง

วิธีป้องกันการแพ้เครื่องสำอาง

  • ทดสอบก่อนใช้งานจริง ด้วยการทาครีมที่ต้องการทดสอบไว้ที่ใต้ท้องแขนด้านใน หรือข้อพับแขนทาขนาดเท่าเหรียญ 10 บาท ทาเช้า-เย็น ประมาณ 7-10 วัน แล้วสังเกตว่าบริเวณที่ทาเกิดผื่นแดง ตุ่มนูน คัน แห้งสากหรือไม่ ถ้ามีอาการแสดงว่าแพ้ครีมดังกล่าว จึงไม่ควรนำมาใช้
  • ยึดหลักคงความชุ่นชื้นเป็นสำคัญ ด้วยการชโลมมอยส์เจอไรเซอร์บนใบหน้าทันทีหลังล้างหน้า และเช็ดให้หมาด ๆ และควรรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวหนังตลอดเวลา แต่ไม่ให้มากจนทำให้ผิวมันเกินไป
  • ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่าน อย. หรือดูแล้วไม่ได้มาตรฐาน เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักมีสารต้องห้ามผสมลงไปด้วย เช่น สารปรอท สเตียรอยด์ เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารที่ระคายเคืองต่อผิว น้ำหอม สารแต่งกลิ่น สี ส่วนผสมที่ไม่จำเป็นอื่น ๆ

อ้างอิง : 1. หนังสือ 100 วิธีภูมิแพ้แก้ง่าย 2. สสส. 3. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...