โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลือกตั้ง 66 พรรคไหนจะได้เท่าไร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 พ.ค. 2566 เวลา 05.47 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2566 เวลา 23.44 น.

ถอดรหัสรัฐธรรมนูญวิธีการคำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ ในการเลือกตั้ง 2566 พรรคไหน จะได้เท่าไร คำนวณอย่างไร

การเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 เป็นการเปลี่ยนกติกาในรัฐธรรมนูญ สำหรับการนับคะแนน และวิธีการเลือกตั้ง ที่เปลี่ยนจากการเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งกติกาเลือกตั้งปี 2566 เปลี่ยนมาเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แบ่งเป็น บัตร ส.ส.เขต และ บัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต่างจากกติกาเลือกตั้งปี 2562 ที่มีบัตรใบเดียว กาครั้งเดียวได้ทั้ง ส.ส.เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งจะทำให้การคำนวณคะแนน ส.ส.ทั้ง 2 ระบบต่างไปจากเดิมด้วย

วิธีคำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ

การคำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ : บัญญัติไว้ใน มาตรา 128 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ไว้ว่า เมื่อ กกต.ได้รับรายงานผลรวมคะแนนแบบบัญชีรายชื่อจาก ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแล้ว ให้ดำเนินการคำนวณสัดส่วนเพื่อหาผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1.ให้รวมผลคะแนนบัญชีรายชื่อทั้งหมดที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อทั้งประเทศ

ข้อ 2.ให้นำคะแนนรวมจากทุกพรรคตามข้อ 1 หารด้วย 100 ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน

ยกตัวอย่าง : ถ้ามีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง กาบัตรบัญชีรายชื่อทั้งหมด 35 ล้านคะแนน ก็จะนำ 35 คะแนนมาหารด้วย 100 ซึ่งเป็นจำนวนของ “ส.ส.บัญชีรายชื่อ” ในสภาทั้งหมด ผลลัพธ์ที่ได้คือ 350,000 คะแนน

ข้อ 3.จากนั้น ในการคำนวณว่า แต่ละพรรคการเมืองจะได้ จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อกี่คน ให้นำคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ “หารด้วย” คะแนนเฉลี่ยตามข้อ 2 ผลลัพธ์ที่ได้เฉพาะส่วนที่เป็นจำนวนเต็มคือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ

ยกตัวอย่าง : กรณี พรรค ก.ได้คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 700,000 คะแนน (นับเฉพาะจำนวนเต็ม) นำมาหารกับคะแนนเฉลี่ย 350,000 ซึ่งเป็นผลลัพธ์ตาม ข้อ 2 เท่ากับ พรรค ก.จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 คน

ข้อ 4.ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองได้รับรวมกัน ทุกพรรคการเมืองมีจำนวนไม่ครบ 100 คน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ที่เป็นเศษโดยไม่มีจำนวนเต็ม และพรรคการเมืองที่มีเศษหลังจากการคำนวณตามข้อ 3

พรรคใดเป็นหรือมีเศษจำนวนมากที่สุด ให้ได้รับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่ออีก 1 คนเรียงตามลำดับ จนกว่าจะมีจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองทั้งหมดได้รับรวมกันครบจำนวนหนึ่งร้อยคน

กล่าวคือ หากคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อครบทุกพรรคแล้ว จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อในสภายังไม่ครบ 100 คน ให้ย้อนกลับไปดูผลคะแนนของแต่ละพรรคที่มีคะแนนเศษ จากนั้นเรียงลำดับพรรคที่ได้เศษมากที่สุด จะได้ ส.ส.เพิ่มอีก 1 คน โดยเรียงเศษลงมาจนกว่าจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อในสภาครบ 100 คน

ข้อ 5.ในการดำเนินการตามข้อ 4 ถ้าในลำดับใดมีเศษเท่ากันและจะทำให้จำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเกินจำนวน 100 คน ให้ตัวแทนของพรรคการเมืองที่มีเศษ เท่ากันจับสลากตามวันและเวลาที่ กกต.กำหนด เพื่อให้ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อครบจำนวน

พรรคไหนคาดการณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อเท่าไร

ในช่วงที่ผ่านมา แกนนำพรรคขนาดใหญ่-กลาง และขนาดเล็ก ได้คาดการณ์จำนวน ส.ส.บัญขีรายชื่อ คำนวณจากฐานผู้มาใช้สิทธิเดิม 35 ล้านเสียง และคาดว่าพรรคตัวเองจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่อยู่ในลำดับ “เซฟโซน” หรือลำดับที่คาดว่าจะได้เป็น ส.ส.ตามที่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ไว้ดังนี้

  • พรรคเพื่อไทย คาดว่าลำดับที่จะได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะอยู่ที่หมายเลย 1-50 คาดว่าจะต้องได้คะแนน 17.5 ล้านเสียง
  • พรรคพลังประชารัฐ คาดว่าลำดับที่จะได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ คือ ลำดับที่ 1-20 ดังนั้นต้องมีคะแนน 7 ล้านเสียง
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ นายธนกร วังบุญคงชนะ แกนนำพรรค ระบุว่าลำดับที่คาดว่าจะได้เป็น ส.ส.คือ ลำดับที่ 1-15 ซึ่งต้องใช้คะแนนความนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคะแนนพรรครวม 5.25 ล้านเสียง
  • พรรคประชาธิปัตย์ คาดว่าจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อในลำดับที่ 1-12 คาดว่าจะต้องได้คะแนน 4.2 ล้านเสียง
  • พรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เคยกล่าวถึงลำดับที่คาดว่าจะได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อแน่นอนคือ ลำดับที่ 1-5 ดังนั้น จึงต้องมีคะแนน 1.75 ล้านเสียง
  • พรรคชาติพัฒนากล้า โดยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค ระบุว่า ลำดับที่คาดว่าจะได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อคือ ลำดับที่ 1-4 ซึ่งต้องมีคะแนน 1.4 ล้านเสียง
  • พรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งปี 2562 ได้คะแนนบัญชีรายชื่อ 6.3 ล้านเสียง หากคิดฐานเสียงเดิม ลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ปลอดภัย ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะได้ ส.ส.ลำดับที่ 1-18

วิธีคำนวณคะแนน ส.ส.เขต

วิธีคำนวณคะแนน ส.ส.เขต : ถ้าผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคการเมืองใด ได้คะแนนมากที่สุดในเขตนั้นก็จะได้เป็น ส.ส.

โดยกระบวนการนับคะแนน ปรากฏอยู่ในมาตรา 116 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 โดยหลังจากปิดหีบให้คณะกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้ง เปิดหีบบัตรเลือกตั้งต่อหน้าประชาชนที่อยู่ ณ ที่เลือกตั้ง แล้วดําเนินการนับคะแนน

มาตรา 117 การนับคะแนนให้กระทํา ณ ที่เลือกตั้งโดยเปิดเผย ติดต่อกันจนเสร็จสิ้น และห้ามมิให้เลื่อนหรือประวิงการนับคะแนน การนับคะแนนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกําหนดซึ่งต้องกําหนดให้มี การนับคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทําเครื่องหมายในช่องทําเครื่องหมาย “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” ด้วย

มาตรา 118 ในการนับคะแนนหากปรากฏว่ามีบัตรเสีย ให้แยกบัตรเสียออกไว้ต่างหากและ ห้ามมิให้นับบัตรเสียเป็นคะแนนไม่ว่ากรณีใด

มาตรา 123 เมื่อรวบรวมผลการนับคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น รวมทั้ง คะแนนที่ได้จากการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งและคะแนนที่ได้จากการลงคะแนนเลือกตั้ง นอกราชอาณาจักรแล้ว

ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งประกาศผลการนับคะแนน ผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และคะแนนที่ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด แล้วรายงานผลการนับคะแนนต่อ ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัดและ กกต.โดยเร็ว

เหล่านี้คือความหวังและเป้าหมายของคะแนน ส.ส.ที่คาดว่าจะได้ ของบรรดาพรรคการเมือง ที่ปักธงเลือกตั้ง 2566 และเส้นชัยชนะสูงสุด คือการได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล จากฐานคะแนนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ 52 ล้านคน วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 จะเป็นวันตัดสิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...