โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

มันมากับน้ำ!!เฝ้าระวัง ‘โรคลีเจียนแนร์’ ในโรงแรม หลังเปิดประเทศพบนักท่องเที่ยวติดเชื้อ 4 ราย

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 มี.ค. 2566 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2566 เวลา 00.06 น. • The Bangkok Insight

กรมควบคุมโรค ร่วมกับภาคีเครือข่าย พัฒนาระบบป้องกันควบคุม "โรคลีเจียนแนร์ ในสถานประกอบการโรงแรม หลังเปิดประเทศพบนักท่องเที่ยวติดเชื้อ 4 ราย

นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว ตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคโควิด 19 ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2565 ประเทศไทยได้รับแจ้ง พบนักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับจากการเข้าพักที่โรงแรมในประเทศไทย ในกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ติดเชื้อยืนยันโรคลีเจียนแนร์ 4 ราย

โรคลีเจียนแนร์

กรมควบคุมโรค ร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่และดำเนินการควบคุมโรคแล้ว พบเชื้อก่อโรคในโรงแรมที่นักท่องเที่ยวเข้าพัก โรคนี้พบอุบัติการณ์ของโรคในประเทศแถบทวีปยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย มีอัตราป่วยตาย 15-20%

สำหรับ ลีเจียนแนร์ เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดเฉียบพลันจากสิ่งแวดล้อม เชื้อก่อโรคได้แก่เชื้อ Legionella pneumophila ได้รับเชื้อจากการปนเปื้อนของเชื้อ มากับละอองน้ำ และเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเดินหายใจ

ทั้งนี้ บริเวณหรือสถานที่ที่ควรระวังได้แก่ บริเวณน้ำขังนิ่ง ถาดรองน้ำในระบบเครื่องปรับอากาศ ฝักบัวอาบน้ำ อ่างน้ำวน อ่างน้ำร้อน สระน้ำ และน้ำพุ เริ่มมีอาการภายหลังรับเชื้อนาน 2-14 วัน

อาการของโรคได้แก่ มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ไอ คลื่นไส้อาเจียน โรคนี้สามารถหายได้เองภายใน 2 -5 วัน แต่หากมีอาการแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ มีไข้สูง ไอ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้ออ่อนเพลีย ถ้าไม่ได้รับการรักษาอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ด้าน นายแพทย์สุทัศน์ โชตนะพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ได้รับมอบหมายจากกรมควบคุมโรค จัดประชุมเพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคลีเจียนแนร์ในผู้ประกอบการโรงแรมพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ขณะที่กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้แทนสมาคมโรงแรมไทย ผู้บริหารโรงแรม เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบน้ำใช้ ระบบปรับอากาศของโรงแรม และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้รับรู้สถานการณ์โรค นโยบายการป้องกันควบคุมโรค วิธีทำลายเชื้อในห้องพักและสิ่งแวดล้อม และการปฏิบัติตามแนวทางมาตรการดำเนินงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการประเภทโรงแรมที่ถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนด

ในส่วนของโรงแรม สามารถร่วมมือป้องกันโรคนี้โดยตรวจสอบคลอรีนในน้ำ ไม่น้อยกว่า 0.2 PPM อุณหภูมิน้ำในระบบน้ำร้อนต้องสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส และน้ำที่ส่งออกต้องอุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้ ควรทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศทุก 1-2 สัปดาห์ เปิดฝักบัวทิ้งไว้ 20 นาที หากไม่ได้ใช้นาน ๆ ถอดทำความสะอาดหัวฝักบัว และทำความสะอาดถังน้ำในพัดลมไอน้ำทุกวันด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือผงซักฟอก นอกจากนี้น้ำที่เติมควรเป็นน้ำสะอาดผ่านการฆ่าเชื้อโรคแล้ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...