โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีบเช็กด่วน! รู้หรือไม่ ของใช้ในบ้านมีวันหมดอายุ

BT Beartai

อัพเดต 21 เม.ย. 2566 เวลา 13.46 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2566 เวลา 07.16 น.
รีบเช็กด่วน! รู้หรือไม่ ของใช้ในบ้านมีวันหมดอายุ

ปกติแล้วหากไม่ใช่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย คนเรามักจะไม่ค่อยซื้อของใหม่ ๆ มากนัก เพราะเข้าใจว่าของใช้ต่าง ๆ ควรเปลี่ยนก็ต่อเมื่อพังหรือสึกหรอ แต่ในความเป็นจริงแล้วของใช้โดยเฉพาะของใช้ในบ้านต่างมีอายุการใช้งานของมัน หากคุณไม่เปลี่ยนหรือใช้ของเก่าเป็นเวลานานอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้

10 ของใช้ในบ้านที่ควรเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ

ของใช้ในบ้านถือว่าเป็นสิ่งของที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะบ้านถือพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด และเป็นสถานที่พักผ่อนของทุกคน ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็ควรเป็นสิ่งที่สะอาดปลอดภัย ที่สำคัญต้องไม่ทำให้สุขภาพของคุณพัง โดยของใช้ในบ้านที่ควรเปลี่ยนอย่างเป็นประจำ มีดังนี้

1.ฟองน้ำล้างจาน

ฟองน้ำล้างจานเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียชั้นดี ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ต้องล้างจานบ่อย ๆ ยิ่งต้องเปลี่ยนฟองน้ำล้างจาน โดยให้พยายามเปลี่ยนฟองน้ำทุก ๆ 2-8 สัปดาห์ หรือตามความถี่ในการใช้งาน

2.เครื่องสำอาง

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเครื่องสำอางที่เราใช้กันนั้นมีวันหมดอายุ เช่น เครื่องสำอางที่ใช้สำหรับบริเวณรอบ ๆ ดวงตาอย่าง มาสคาร่า อายไลเนอร์ ควรจะเปลี่ยนทุก ๆ 3 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรอบดวงตาได้

ในส่วนของอายแชโดว์ รองพื้น บลัชออน และบรอนเซอร์ ควรจะเปลี่ยนใหม่หลังจากที่ใช้อันเดิมผ่านมาแล้ว 2 ปี ส่วนเครื่องสำอางชนิดน้ำหรือครีมจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี

ขณะเดียวกันแปรงแต่งหน้าก็เป็นสิ่งที่ควรเปลี่ยนบ่อย ๆ เช่นกัน เพราะคนที่แต่งหน้าจะใช้แปรงแต่งหน้าเป็นประจำทุกวัน ซึ่งทำให้ใบหน้าต้องสัมผัสกับแบคทีเรียโดยตรง รวมถึงบริเวณใกล้ดวงตา และบริเวณอื่น ๆ ที่อาจติดเชื้อด้วย ดังนั้น จึงควรเปลี่ยนแปรงแต่งหน้าในทุก 3 เดือน และทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าสัปดาห์ละครั้ง

3.แปรงสีฟัน

การเปลี่ยนแปรงสีฟันเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณมั่นใจว่าฟันและเหงือกของคุณได้รับการทำความสะอาดอย่างเหมาะสมทุกครั้งที่คุณแปรงฟัน

โดยแปรงสีฟันเก่าเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียจำนวนมาก และพาเชื้อโรคเหล่านี้เข้าสู่ปากของคุณ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่าควรเปลี่ยนแปรงสีฟันในทุก 2-3 เดือน หรือเร็วกว่านั้นหากขนแปรงเริ่มหลุดลุ่ย

4.แปรงขัดห้องน้ำ

หากแปรงขัดห้องน้ำดูสกปรกหรือหลุดลุ่ย นั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณควรจะซื้อแปรงขัดห้องน้ำใหม่ได้แล้ว เพราะที่ขนของแปรงขัดห้องน้ำเต็มไปด้วยแบคทีเรีย การนำมาใช้ซ้ำเป็นเวลานานอาจทำให้การทำความสะอาดห้องน้ำของคุณไม่ได้สะอาดอย่างที่คิด ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เปลี่ยนแปรงขัดห้องน้ำทุก ๆ 6 เดือน หรือเร็วกว่านั้นหากขนแปรงเริ่มดูเก่าหรือชำรุด

5.หมอน

หมอนเป็นสิ่งสำคัญ การเลือกหมอนที่ดีจะทำให้คุณนอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันหลายคนไม่ทราบว่าเราควรเปลี่ยนหมอนในทุก ๆ 2 ปี เป็นเวลาที่เหมาะสมต่ออายุการใช้งาน เพราะหากใช้หมอนใบเดิมนานเกินไปคุณภาพการรองรับศีรษะอาจสึกหรอ และนำมาซึ่งอาการปวดเมื่อยบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายได้ อย่างไรก็ตาม คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ควรหมั่นซักหมอนอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันเชื้อโรคหรือฝุ่นที่เกาะอยู่บนหมอนด้วย

6.เครื่องดูดฝุ่น

เมื่อพูดถึงการบำรุงรักษาเครื่องดูดฝุ่น หลายคนนึกถึงการเทถ้วยเก็บฝุ่นเมื่อเต็มเท่านั้น แต่การรักษาตัวกรองของเครื่องดูดฝุ่นของคุณให้สะอาดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเมื่อตัวกรองสกปรกเกินไป เครื่องดูดฝุ่นจะเริ่มปล่อยฝุ่น หรือสิ่งสกปรกกลับขึ้นไปในอากาศ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เปลี่ยนแผ่นกรองฝุ่นทุก ๆ 6 เดือน หรือเร็วกว่านั้นหากคุณดูดฝุ่น หรือขนสัตว์ที่ก่อให้เกิดสารก่อภูมิแพ้ได้ง่าย

7.ผ้าขนหนูและผ้าเช็ดมือ

ผ้าขนหนูจะสูญเสียความฟูไปตามกาลเวลา แม้ว่าจะเป็นของที่ต้องซักบ่อยในบ้าน แต่ก็สามารถเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผ้าเช็ดมือที่มีไว้เช็ดสิ่งสกปรก แบคทีเรียจะยังหลงเหลืออยู่หลังการซักแต่ละครั้ง แนะนำว่าให้เปลี่ยนผ้าเช็ดมือทุก ๆ 2 ปี และซักทุก 2 วัน

8.ที่นอน

เตียงนอนจัดว่าเป็นมุมโปรดและมุมสบายที่สุดในบ้านแล้วก็ว่าได้ แต่หากเตียงหรือฟูกที่นอนของคุณผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน อาจทำให้ประสิทธิภาพในการรองรับร่างกายเวลาที่คุณพลิกตัวไปมาได้ไม่ดี แถมยังทำให้นอนหลับไม่สบาย ส่งผลต่อการนอนของคุณอีก ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ซื้อที่นอนใหม่ในทุก ๆ 10 ปี

ขณะเดียวกันผ้าปูที่นอนก็เป็นอีกสิ่งที่ควรเปลี่ยนเมื่อถึงเวลาเช่นกัน แม้ว่าผ้าปูของคุณจะผ่านการซักบ่อยครั้ง แต่ก็สามารถสะสมเชื้อโรคได้เช่นกัน แนะนำให้เปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุก 2 ปี และซักทุกสัปดาห์

9.เสื่อโยคะ

สำหรับสายออกกำลังกายควรรู้ไว้ว่าอุปกรณ์ที่คุณใช้บริหารร่างกายที่บ้านอย่างเสื่อโยคะ ก็มีอายุการใช้งานของมันเช่นกัน หากเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่าเสื่อโยคะของคุณมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะที่พื้น คุณควรซื้อใหม่ทันที เพราะหากยังฝืนใช้ต่ออาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขณะออกกำลังกายได้ ดังนั้น แนะนำให้เปลี่ยนเสื่อโยคะทุกปี หรือเปลี่ยนเมื่อรู้สึกว่าเสื่อโยคะของคุณเริ่มใช้งานได้ไม่ดีเท่าเมื่อก่อน

10.วิตามินและยา

วิตามิน อาหารเสริม และยาที่จำหน่ายโดยทั่วไป มักจะมีวันหมดอายุระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ ควรตรวจสอบวันที่ของยาที่คุณมีอยู่ ขณะเดียวกันตู้เก็บยาอาจทำให้ยาหมดอายุเร็วขึ้นด้วย เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่อุ่นและชื้น ดังนั้น แนะนำให้อ่านฉลากวันหมดอายุของยาทุกประเภท และไม่เก็บยาไว้นานเกิน

บ้านทุกหลังเต็มไปด้วยเชื้อโรค แต่นิสัยด้านสุขอนามัยที่ดี และการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอสามารถป้องกันไม่ให้คุณป่วยได้ ขณะเดียวกันหากคุณไม่ได้ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนของใช้ในบ้านเมื่อถึงเวลาอาจทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่าง ๆ และนำพาปัญหาสุขภาพมาสู่คุณ

ที่มา thezebra , onegoodthing

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...