โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตั้งข้อหาหมิ่นศาสนาอิสลาม ปากีสถานจับตัวชายจีนดูหมิ่นศาสดามูฮัมหมัด

VoiceTV

อัพเดต 19 เม.ย. 2566 เวลา 12.13 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2566 เวลา 12.12 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

ทาฮีร์ อายับ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น ยืนยันกับสำนักข่าวอัลจาซีราเมื่อวันพุธ (19 เม.ย.) ว่า ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเหตุการณ์นี้ ทั้งนี้ การดูหมิ่นศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในปากีสถาน ซึ่งเป็นประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ โดยผู้ที่ถูกพบว่ามีความผิดฐานหมิ่นศาสนาอิสลาม อาจต้องรับโทษประหารชีวิตสำหรับอาชญากรรมในบางรูปแบบ

ชาวสัญชาติจีนผู้นี้ทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายขนส่งสินค้าหนักในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ โดยเขาถูกกล่าวหาเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ว่าดูหมิ่นศาสดามูฮัมหมัดของศาสนาอิสลาม เนื่องจากมีการกล่าวหาว่าเขากระตุ้นให้คนงานเร่งความเร็วในการทำงาน ขณะที่พวกเขากำลังพักละหมาด ทั้งนี้ ชายจีนรายดังกล่าวทำงานอยู่ในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำดาซูในเขตโคฮิสถาน ของแค้วนไคเบอร์ปัคตูนควาทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ซึ่งเป็นโครงการที่กำลังก่อสร้างโดยบริษัทไชน่าเกอจัวปากรุ๊ป

รายงานของตำรวจปากีสถานในเหตุการณ์ดังกล่าวระบุว่า ชายจีนคนดังกล่าวพูดจาดูหมิ่นและทำท่าทางวิพากษ์วิจารณ์อัลเลาะห์และนบีมูฮัมหมัด ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาต่อชายจีนรายดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่โดยชาวบ้านที่ปิดกั้นทางหลวงคาราโคราม ซึ่งเชื่อมโยงถนนของปากีสถานเข้ากับจีน และเรียกร้องให้มีการจับกุมผู้ต้องหา

นาซีรุดดิน ข่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองดาซู กล่าวว่า มีการจัดตั้งทีมสอบสวนขึ้นเพื่อหาข้อเท็จจริง “เรากำลังพูดคุยกับล่ามของผู้ต้องหา ผู้กล่าวหา และผู้ประท้วงคนอื่นๆ” ข่านบอกกับสำนักข่าวอัลจาซีรา โดยเขากล่าวเสริมว่า งานในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีปัญหาใดๆ

สถานทูตจีนในกรุงอิสลามาบัดยังไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ แต่ หวังเหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวเมื่อวันอังคาร (18 เม.ย.) ว่า ทางการจีนกำลัง “ตรวจสอบข้อมูล” โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวระหว่างการแถลงข่าวอีกว่า “รัฐบาลจีนขอให้ชาวจีนในต่างประเทศปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของประเทศเจ้าภาพเสมอ และเคารพขนบธรรมเนียมและประเพณีท้องถิ่น” พร้อมย้ำว่า “หากเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับชาวจีน สถานทูตของเราจะให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือด้านกงสุลตามขอบเขตของหน้าที่”

แม้ว่าปากีสถานจะไม่เคยประหารชีวิตใครก็ตาม ในข้อหาดูหมิ่นศาสนาอย่างเป็นทางการ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนมากถูกรุมประชาทัณฑ์จากบุคคลและกลุ่มคนที่โกรธแค้นจากข้อกล่าวหาดังกล่าว หรือจากการแสดงออกถึงการต่อต้านกฎหมายที่รุนแรง ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 คนในเหตุรุนแรงในลักษณะดังกล่าว

ในปี 2564 ผู้จัดการโรงงานชาวศรีลังกาถูกทำร้ายจนเสียชีวิตในเมืองซิอัลโกลทางตอนกลางของรัฐปัญจาบ โดยเพื่อนร่วมงานของเขากล่าวหาว่าเขาดูหมิ่นศาสนา เช่นเดียวกันกับในปี 2554 ที่ ซัลมาน ตาเซียร์ อดีตผู้ว่าการรัฐปัญจาบ ถูกยิงเสียชีวิตโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเขาเอง เนื่องจากเขาแสดงการสนับสนุนผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ถูกกล่าวหาว่าดูหมิ่นศาสนา ก่อนที่ในเวลา 3 ปีต่อมา ราชิด เรห์มาน ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ถูกสังหารเนื่องจากเขาเป็นตัวแทนของอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าแสดงความคิดเห็นดูหมิ่นศาสนา

จีนเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญของปากีสถาน และทั้ง 2 ประเทศกำลังร่วมมือกันในโครงการโครงสร้างพื้นฐานระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถานมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2 ล้านล้านบาท) อย่างไรก็ดี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการโจมตีชาวจีนจำนวนมากขึ้นในปากีสถาน โดยทางการจีนขอให้ทางการปากีสถานรับประกันความปลอดภัยสำหรับพลเมืองของตน และช่วยอำนวยความสะดวกแก่ชาวจีนในประเทศมุสลิมแห่งนี้

โครงการไฟฟ้าพลังน้ำดาซูเองประสบกับความล่าช้าในอดีต โดยปัจจุบันมีพนักงานอย่างน้อย 13 คนที่ทำงานในพื้นที่โครงการ รวมถึงชาวจีน 9 คน ซึ่งถูกสังหารในเหตุระเบิดฆ่าตัวตายเมื่อปี 2564 ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวนำไปสู่การระงับงานในโครงการเป็นเวลา 6 เดือน โดยในเดือนนี้ มีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้นในแคมป์เก็บของของพื้นที่ก่อสร้างด้วย

ที่มา:

https://www.aljazeera.com/news/2023/4/19/chinese-man-accused-of-blasphemy-in-pakistan-taken-into-custody?fbclid=IwAR1T8frI61oUKx1p5qAqqq0atw_KjGjUUmtvpKFM_M2m1-XwKSeuwukajG8

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...